xs
xsm
sm
md
lg

ส่ง 'ชิ้นส่วนเครื่องบิน' พบบนเกาะในมหาสมุทรอินเดีย ไปตรวจที่ 'ฝรั่งเศส' คลี่คลาย'ปริศนา MH370

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

<b><i>ตำรวจฝรั่งเศสตรวจวัตถุที่เข้าใจว่าเป็นชิ้นส่วนซึ่งหลุดออกจากเครื่องบินเมื่อวันพุธ (29 ก.ค.) ชิ้นส่วนนี้ถูกคลื่นซัดเกยหาดบนเกาะลาเรอูว์เนียง อาณานิคมของฝรั่งเศสในมหาสมุทรอินเดีย </b></i>
เอเจนซีส์ – ชิ้นส่วนเครื่องบินซึ่งถูกคลื่นซัดขึ้นมาบนเกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรอินเดีย จะถูกส่งไปตรวจพิสูจน์ที่ฝรั่งเศส ท่ามกลางความหวังที่เพิ่มทวีขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) ว่าวัตถุชิ้นนี้จะสามารถคลี่คลายการหายสาปสูญของเที่ยวบิน MH370 เมื่อกว่า 1 ปีก่อน ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในปริศนาลึกลับที่สุดในประวัติศาสตร์การบินโลกไปแล้ว

ภายหลังการค้นหาอย่างไม่เห็นผลเป็นชิ้นเป็นอันอะไรเลยตลอดระยะเวลา 16 เดือนที่ผ่านมา การพบชิ้นส่วนซึ่งสันนิษฐานกันว่าเป็นส่วนหนึ่งของปีกเครื่องบิน เมื่อวันพุธ (29) ที่เกาะลาเรอูว์นียง (La Reunion) อาณานิคมของฝรั่งเศสซึ่งอยู่ใกล้ๆ มาดากัสการ์ จึงกำลังทำให้เกิดความหวังอันแช่มชื่นทว่าเจ็บปวดขึ้นมาใหม่สำหรับครอบครัวของผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คนบนเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลนส์ลำดังกล่าว

นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย แถลงว่า ชิ้นส่วนดังกล่าวซึ่งมีความยาวประมาณ 2 – 2.5 เมตร “เป็นไปได้อย่างยิ่ง” ที่จะมาจากเครื่องบินโบอิ้ง 777 แต่ยังจำเป็นต้องตรวจสอบยืนยันให้ชัดเจนว่า มันมาจากเที่ยวบิน MH370 ใช่หรือไม่

ในคำแถลงบอกด้วยว่า สถานที่ซึ่งพบชิ้นส่วนนี้ สอดคล้องกับการวิเคราะห์เรื่องการเคลื่อนที่ของวัตถุในมหาสมุทร ซึ่งทางทีมสอบสวนของมาเลเซียได้ทำการศึกษาเอาไว้ โดยที่การวิเคราะห์ดังกล่าวได้แสดงให้เห็นเส้นทางเคลื่อนที่จากบริเวณตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ไปยังชายฝั่งแอฟริกา

ทั้งนี้เป็นที่เชื่อกันในเวลานี้ว่า MH370 น่าจะตกลงที่บริเวณตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ขณะที่มาดากัสการ์เป็นประเทศเกาะซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งด้านตะวันออกของทวีปแอฟริกา
<b><i>ตำแหน่งที่ตั้งของ  แฟลปเพอรอน ในเครื่องบินโบอิ้ง 777 </b></i>
คำแถลงของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ดูจะเป็นการตอกย้ำคำกล่าวก่อนหน้านั้นของเจ้าหน้าที่แดนเสือเหลืองอีกคนหนึ่ง นั่นคือ อับดุล อาซิส คาปราวี รัฐมนตรีช่วยคมนาคมมาเลเซีย ผู้ซึ่งบอกว่า หัวหน้าเจ้าหน้าที่สอบสวนของมาเลเซียที่ได้ดูภาพถ่ายแล้ว เชื่อว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นชิ้นส่วนปีกของโบอิ้ง 777 ซึ่งเรียกว่า แฟลปเพอรอน (flaperon) โดยตำแหน่งของชิ้นส่วนนี้จะอยู่ใกล้กับถังเชื้อเพลิงและทำหน้าที่ช่วยบังคับทิศทาง

อับดุล อาซิสเสริมว่า ขณะนี้ ทีมตรวจสอบของมาเลเซีย ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานการบินพลเรือน สายการบินมาเลเซียแอร์ไลนส์ (MAS) และตัวแทนจากโบอิ้ง ออกเดินทางไปร่วมตรวจสอบแล้ว และการตรวจยืนยันอาจจะแล้วเสร็จได้ภายใน 2 วัน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้มีความคาดหวังเพิ่มมากขึ้น แต่พวกเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบก็เตือนว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุปเร็วเกินไป

เหลียว เตียง ไหล รัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซียให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวขณะอยู่ในนครนิวยอร์กว่า ต้องตรวจสอบชิ้นส่วนดังกล่าวเสร็จสิ้นก่อน จึงจะยืนยันได้ว่า เป็นของเที่ยวบิน MH370 หรือไม่

ส่วนรัฐบาลท้องถิ่นของเกาะลาเรอูว์นียง และกระทรวงยุติธรรมฝรั่งเศส ได้ออกคำแถลงร่วมในวันพฤหัสบดี (30) ว่า เวลานี้ยังไม่ควรปฏิเสธสมมุติฐานใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งสมมุติฐานที่ว่าวัตถุที่พบเป็นชิ้นส่วนของโบอิ้ง 777 ทั้งนี้ทางเกาะได้ขอให้หน่วยงานสอบสวนการบินพลเรือนของฝรั่งเศส (BAE) เข้าร่วมตรวจสอบด้วย
<b><i>เฮลิคอปเตอร์ตำรวจฝรั่งเศส บินในระยะต่ำ บริเวณชายหาดของเกาะเรอูว์นียง เมื่อวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการค้นหาเพิ่มเติม ภายหลังได้พบชิ้นส่วนเครื่องบินเกยชายหาดในวันพุธ (29) </b></i>
ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นลาเรอูว์นียง กล่าวเพิ่มเติมว่า BEA กำลังขอความร่วมมือประสานงานจากนานาชาติเพื่อตรวจสอบยืนยันชิ้นส่วนที่พบชิ้นนี้

ทางด้านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียก็ระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่รับผิดชอบจะจัดส่งชิ้นส่วนนี้ไปยังเมืองตูลุส ทางภาคใต้ของฝรั่งเศส เพื่อให้ BEA ตรวจ

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวตำรวจหลายรายในลาเรอูว์นียง กล่าวว่าชิ้นส่วนนี้จะถูกส่งไปตรวจที่ห้องแล็ปของฝ่ายทหารฝรั่งเศสใกล้ๆ เมืองตูลุส
<b><i>จอห์นี เบกู สมาชิกคนหนึ่งของสมาคมทำความสะอาดชายหาดท้องถิ่น บนเกาะลาเรอูว์นียง ถ่ายภาพพร้อมด้วยสิ่งที่น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของกระเป๋าเดินทาง  ซึ่งเจอยู่ในบริเวณเดียวกับที่ค้นพบชิ้นส่วนเครื่องบิน </b></i>
นอกเหนือจากชิ้นส่วนที่เข้าใจกันว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของปีกเครื่องบินแล้ว ยังมีสิ่งที่เพิ่มสีสันความลึกลับขึ้นมา นั่นคือ ตรงจุดที่ชิ้นส่วนนี้ถูกซัดขึ้นมาเกยชายหาดที่เต็มไปด้วยก้อนหินนี้ ได้มีการค้นพบเศษเสี้ยวหนึ่งของกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งด้วย

“มันแปลกประหลาดจริงๆ มันทำให้ผมตัวสั่นเทิ้มเลย” จอห์นนี่ เบกู สมาชิกคนหนึ่งของทีมทำความสะอาดชายหาด ซึ่งเป็นผู้ค้นพบชิ้นส่วนเครื่องบินเมื่อวันพุธ (29) กล่าว
<b><i>ภาพจากแฟ้มแสดงให้เห็นเรือ “เพิร์ธ ของกองทัพเรือออสเตรเลีย และเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเลแบบ โอไรออน พี-3 เค ของกองทัพเรือนิวซีแลนด์ ออกค้นหาร่องรอยของ MH370 เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2014  การค้นหาทั้งบนผิวน้ำและใต้น้ำตลอด 16 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่พบอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย </b></i>
ทางด้านออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้นำการค้นหา MH370 ในช่วง 16 เดือนที่ผ่านมา แถลงว่า การค้นพบคราวนี้เป็น “พัฒนาที่สำคัญมาก”

วอร์เรน ทรัสส์ รัฐมนตรีคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานของออสเตรเลียกล่าวต่อไปว่า หากสิ่งที่พบเป็นชิ้นส่วนของ MH370 จริง ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการคลี่คลายปริศนาต่อครอบครัวของผู้ที่อยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าว

ทรัสส์ยังบอกอีกว่า การที่วัตถุดังกล่าวมีตัวเลขประทับอยู่อาจทำให้ตรวจสอบได้เร็วขึ้น
<b><i>แผนที่แสดงอาณาบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหายไปและการค้นหาเที่ยวบิน MH370 ตลอดจนจุดที่พบชิ้นส่วนซึ่งเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของปีกเครื่องบินโบอิ้ง 777 </b></i>
MH370 เที่ยวบินของมาเลเซีย แอร์ไลนส์ ออกเดินทางจากกัวลาลัมเปอร์มุ่งหน้าสู่ปักกิ่งเมื่อวันที่ 8 มีนาคมปีที่แล้ว แต่กลับออกนอกเส้นทางอย่างลึกลับและสูญหายไปนับแต่นั้น

จากการวิเคราะห์สัญญาณที่ชิ้นส่วนบางชิ้นของเครื่องบินโบอิ้ง 777 ลำนี้ ทำการติดต่อกับดาวเทียมสื่อสารแบบอัตโนมัติ ก่อนที่จะขาดหายไป ทำให้เชื่อกันว่า มันตกลงทางใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ทว่าการค้นหาที่กระทำเรื่อยมาจนถึงวันนี้ ยังไม่พบหลักฐานทางกายภาพใดๆ และเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 239 คนเสียชีวิต

ทางด้านเกร็ก เฟธ ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยในการบินและอดีตเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุการบินของคณะกรรมการความปลอดภัยในการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ (NTSB) เปิดเผยโดยอ้างแหล่งข่าวในโบอิ้งว่า วัตถุที่พบคราวนี้เป็นชิ้นส่วนของโบอิ้ง 777 แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นของ MH370 หรือไม่ ขณะที่ทางบริษัทโบอิ้งเองไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ กับเรื่องนี้

เฟธเสริมว่า หากวัตถุนั้นเป็นชิ้นส่วนของ MH370 จริง มีแนวโน้มว่า ตัวเครื่องจมอยู่ในมหาสมุทร ขณะที่ “แฟลปเพอรอน” มีถุงอากาศที่ทำให้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ และการค้นพบคราวนี้อาจนำไปสู่การศึกษากระแสน้ำในมหาสมุทรในช่วงเวลา 18 เดือนที่ผ่านมา เพื่อค้นหาจุดที่เครื่องบินจมอยู่

ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีโบอิ้ง 777 ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงรวม 4 ครั้ง แต่มีเพียงกรณีเดียวเท่านั้นคือ MH370 ที่ตกทางใต้ของเส้นศูนย์สูตร

เกาะลาเรอูว์นียง อยู่ห่างจากบริเวณที่เชื่อว่า เป็นจุดที่ MH370 ตกประมาณ 4,000 กิโลเมตร แต่ผู้เชี่ยวชาญ อาทิ ชาริทา แพทเทียแรตชี นักสมุทรศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ออสเตรเลีย กล่าวว่า ข้อมูลจากการศึกษาสภาพมหาสมุทรและการจำลองในระบบคอมพิวเตอร์พบว่า เป็นไปได้ที่ชิ้นส่วนดังกล่าวนี้อาจไหลไปจากบริเวณที่ทีมนานาชาติทำการค้นหา MH370 อยู่ในขณะนี้

เจสัน มิดเดิลตัน ศาสตราจารย์ด้านการบินของมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์ เวลส์ในซิดนีย์ แสดงความเห็นว่า หากวัตถุดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนของ MH370 จะให้เบาะแสที่มีค่าอย่างมากในการระบุสาเหตุการสูญหายของเครื่องบิน กล่าวคือบอกได้ว่า เครื่องระเบิดกลางอากาศหรือระเบิดเมื่อกระแทกกับแผ่นน้ำ และมีความรุนแรงเพียงใด

สำหรับครอบครัวผู้โดยสารบนเครื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจีน ชะตากรรมที่ยังไร้ความแน่นอนของ MH370 นับเป็นความทุกข์ทรมานที่ยังไม่จบสิ้น และหลายคนยังมีความหวังตราบที่ยังไม่พบหลักฐานใดๆ ว่า เที่ยวบินลำดังกล่าวตก

จาง ฉือหวาย ทนายความของครอบครัวเหยื่อบางส่วนเผยว่า ลูกความราว 30 ครอบครัวตกลงจะเดินหน้าฟ้อง MAS หากพิสูจน์ได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นของ MH370
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...