xs
xsm
sm
md
lg

“ปูติน” เพิ่ม “จรวดนุกข้ามทวีป” กว่า 40 ลูก ตอบโต้นาโตที่คุกคามประชิดชายแดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

(แฟ้มภาพ) จรวดลูกหนึ่งถูกยิงออกจากเครื่องยิงจรวดเพลิง TOS-1A รอบนอกกรุงมอสโกเมื่อวันอังคาร(16มิ.ย.) ขณะทีรัสเซียเผยว่าในปีนี้จะเพิ่มขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) รุ่นใหม่ มากกว่า 40 ลูก เข้าสู่คลังแสงอาวุธนิวเคลียร์ของแดนหมีขาว
เอเจนซีส์ - “ปูติน” ลั่นรัสเซียต้องป้องกันตัวเองหากถูกคุกคาม ด้าน “วอชิงตัน” คำรามเตือนมอสโกกำลังรื้อฟื้น “สถานะสงครามเย็น” หลังเครมลินประกาศแผนเพิ่มขีปนาวุธข้ามทวีปในคลังแสงนิวเคลียร์ ตอบโต้ความเคลื่อนไหวของเมืองลุงแซมในการติดตั้งอาวุธหนักและนำทหารเข้าประจำการในยุโรปตะวันออกและแถบบอลติก

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวที่บ้านพักประธานาธิบดีรัสเซียนอกกรุงมอสโกเมื่อวันอังคาร (16 มิ.ย.) ระหว่างแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีซาอุลี นีนิสโต ของฟินแลนด์ซึ่งมาเยือนว่า รัสเซียถูกบังคับให้ต้องหันกองทัพของตนเข้าประจันกับประเทศใดๆ ก็ตามที่ทำท่าคุกคามแดนหมีขาวอยู่

เขาบอกด้วยว่า ข้อกังวลใจที่สุดของรัสเซียคือโครงการที่ดำเนินมานานแล้วขององค์การสนธิสัญญาปกป้องแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในการสร้างระบบป้องกันขีปนาวุธขึ้นในยุโรป “นาโตต่างหากที่กำลังเคลื่อนเข้าประชิดพรมแดนของเรามากขึ้นเรื่อยๆ และเราก็จะไม่หนีไปไหนทั้งสิ้น” เขากล่าว

ปูตินเสริมว่า รัสเซียจำเป็นต้องตอบโต้อย่างเหมาะสมและดำเนินนโยบายการป้องกันประเทศเพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว

ความสัมพันธ์ระหว่างเครมลินกับตะวันตกกำลังอยู่ในภาวะเลวร้ายสุดขีดนับตั้งแต่สงครามเย็นเป็นต้นมา เนื่องจากประเด็นวิกฤตยูเครน และในวันอังคาร (16) ก่อนที่ปูตินจะพบหารือกับประธานาธิบดีฟินแลนด์ ฝ่ายตะวันตกก็แสดงความไม่พอใจว่า ปูตินทำให้สถานการณ์ดำดิ่งลงกว่าเดิม เมื่อเขาประกาศแผนเพิ่มขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) รุ่นใหม่ มากกว่า 40 ลูก เข้าสู่คลังแสงอาวุธนิวเคลียร์ของแดนหมีขาวภายในสิ้นปีนี้

ระหว่างการเยี่ยมชมงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จัดขึ้นนอกกรุงมอสโกในวันอังคาร ประมุขเครมลินอวดอ้างว่า ICBM รุ่นใหม่ของรัสเซียนั้น สามารถทำลายระบบป้องกันขีปนาวุธที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่สุด

ทั้งนี้ ICBM หมายถึงขีปนาวุธประเภทที่มีพิสัยทำการตั้งแต่ 5,500 กิโลเมตรขึ้นไป อย่างไรก็ดี ปูตินไม่ได้ให้รายละเอียดว่า ICBM รุ่นใหม่ที่จะนำเข้าสู่คลังแสงนิวเคลียร์นั้นจะเป็นรุ่นอะไรบ้าง

ผู้นำรัสเซียกล่าวมาตลอดว่า แดนหมีขาวจะไม่ยอมถูกดึงเข้าสู่การแข่งขันสะสมอาวุธ ถึงแม้เขาพยายามยกระดับกองทัพให้ทันสมัยมาโดยตลอด อีกทั้งคุยว่าภายในปี 2020 ประมาณ 70% ของอาวุธที่กองทัพรัสเซียใช้จะเป็นอาวุธที่ทันสมัยและมีคุณภาพสูงที่สุด

หลังจากการประกาศวันอังคารของปูติน จอห์น เคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกมาวิจารณ์ทันทีว่า เป็นการรื้อฟื้นสถานะสงครามเย็น ภายหลังที่อเมริกาและรัสเซียได้ร่วมมือกันตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์

จากข้อมูลของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสต็อกโฮล์ม ขณะนี้รัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 7,500 หัวรบ โดยที่ 1,780 หัวรบประกอบเข้ากับขีปนาวุธแล้วหรือไม่เก็บเอาไว้อยู่ในฐานทัพ เปรียบเทียบกับอเมริกาที่มีหัวรบทั้งสิ้น 7,300 หัวรบ และติดตั้งพร้อมใช้งานอยู่ 2,080 หัวรบ

เมื่อปี 1991 อเมริกา กับ สหภาพโซเวียตในขณะนั้น ได้ลงนามสนธิสัญญา START เพื่อลดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ซึ่งสะสมเอาไว้ในคลังแสงของแต่ละฝ่าย และในเดือนเมษายนปีนี้ เคร์รีประกาศว่า อเมริกาพร้อมจัดการเจรจากับรัสเซียรอบใหม่เพื่อลดจำนวนนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ให้ลงต่ำกว่าระดับที่ตกลงกันตามสนธิสัญญา START ฉบับใหม่ในปี 2011

ทางด้านเจนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการใหญ่นาโต ก็ออกมาวิจารณ์ประกาศของปูตินเช่นกัน ว่าเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมก้าวร้าวเรื่อยมาของมอสโก ซึ่งบั่นทอนสันติภาพและเป็นอันตราย พร้อมกับอ้างว่า นี่คือเหตุผลที่พันธมิตรตะวันตกต้องยกระดับการเตรียมพร้อมกองกำลังเพื่อปกป้องสมาชิกที่มีพรมแดนใกล้รัสเซียมากที่สุด

ทว่า ปูตินตอบโต้ว่า รัสเซียต่างหากเป็นฝ่ายถูกนาโตคุกคาม

ต้นเดือนนี้ นาโตนำโดยอเมริกาเริ่มการซ้อมรบในประเทศแถบบอลติกและโปแลนด์ โดยระบุว่าเพื่อบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับรัสเซียของยุโรปตะวันออก

ขณะที่ในวันเสาร์ (13) ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า เพนตากอนเตรียมนำเอาอาวุธหนัก รวมทั้งส่งทหาร 5,000 คนไปประจำการในหลายประเทศในยุโรปตะวันออกและแถบบอลติกติดๆ กับพรมแดนรัสเซีย โดยระบุว่าเพื่อกำราบความก้าวร้าวของรัสเซีย

ปูตินวิจารณ์ว่า แผนการของวอชิงตันในการติดตั้งอาวุธหนัก ซึ่งมีทั้งรถถังด้วย ในพวกประเทศสมาชิกใหม่ๆ ของนาโตที่เคยอยู่ใต้อิทธิพลมอสโกในยุคโซเวียตเหล่านี้ ถือเป็นการกระทำที่ก้าวร้าวที่สุดนับตั้งแต่สงครามเย็นสิ้นสุดลงเป็นต้นมา

อนาโตลี แอนโทนอฟ รัฐมนตรีช่วยกลาโหมรัสเซีย กล่าวว่า นาโตพยายามบีบให้มอสโกเข้าแข่งสะสมอาวุธ

ทว่า พันเอกสตีฟ วอร์เรน จากกองทัพบกสหรัฐฯ กล่าวแก้ว่า อเมริกาเพียงแค่จัดสรรอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อให้สามารถฝึกซ้อมอย่างรวดเร็วและง่ายดายขึ้นเท่านั้น และยืนยันว่า อาวุธที่นำไปติดตั้งในยุโรปเป็นเพียงอาวุธสำหรับการซ้อมรบเท่านั้น ไม่มีขีปนาวุธนิวเคลียร์แต่อย่างใด


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...