xs
xsm
sm
md
lg

เดลตา แอร์ไลน์ “ลงจอดฉุกเฉินสำเร็จ” ท่ามกลางห่าขีปนาวุธระหว่างอิสราเอลและฮามาส

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เอพี - เดลตา แอร์ไลน์ เที่ยวบินไฟลต์ 469 จากเทลอาวีฟ มุ่งหน้านิวยอร์ก เครื่องบินโบอิ้ง 747 ที่บรรทุกผู้โดยสาร 370 คน พร้อมลูกเรือ 17 คน สามารถหันหัวกลับลงจอดท่าอากาศยานนานาชาติ เบน กูเรียน (Ben Gurion) ในกรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล สำเร็จในเช้าวันอาทิตย์ (13) ในเวลา 2.30 น. จากปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง ท่ามกลางความวิตกของผู้โดยสารบนเครื่องในสงครามระหว่างอิสราเอล และกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มฮามาส ที่ยังคงใช้ขีปนาวุธยิงตอบโต้หนัก

ไฟลต์ 469 ของสายการบินเดลตา แอร์ไลน์ ต้องหันหัวกลับมายังกรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล อีกครั้ง หลังจากอุปกรณ์ให้แรงยกที่เรียกว่า แฟลบ (หรือ Flap พร้อมสำหรับการร่อนลงสนามบิน) ที่อยู่บนเครื่องยนต์จัมโบเจ็ตทำงานบกพร่อง หลังเครื่องขึ้นเทกออฟไปแล้ว 2 ชม. บริษัทสายการบิน เดลตาแอร์ไลน์ กล่าวผ่านแถลงการณ์

เจนนิเฟอร์ มาร์ติน (Jennifer Martin โฆษกเดลตา แอร์ไลน์ แถลงว่า ลูกเรือของของโบอิ้ง 747 ขอลงจอดฉุกเฉิน “เพื่อการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น” และมาร์ตินยังแถลงเพิ่มเติมว่า ไม่พบว่าปัญหาขัดข้องทางเทคนิกของเที่ยวบิน 469 นั้นจะเชื่อมโยงกับเหตุความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล และปาเลสไตน์ หรือการก่อการร้าย

ไมเคิล ไซมอน (Michael Simon) หนึ่งในผู้โดยสารเที่ยวบินนี้ให้สัมภาษณ์กับเอพี ว่า ลูกเรือเดลตาได้แจ้งเหตุขัดข้องกับผู้โดยสารบนเครื่องทราบครึ่งชั่วโมง หลังจากที่เครื่องบินขึ้นเทกออฟจากท่าอากาศยานนานาชาติ เบน กูเรียน ในกรุงเทลอาวีฟ และได้เปิดเผยถึงบรรยากาศบนเครื่องว่า มีการตื่นกลัวเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับเกิดโกลาหล “เห็นได้ชัดว่า เป็นสัปดาห์ที่มีอุณหภูมิความขัดแย้งสูงในกรุงเทลอาวีฟ” ไซมอน กล่าว และเล่าเหตุการณ์ต่อไปว่า “ไม่นานหลังจากนั้นเครื่องบินเริ่มบินวน และทิ้งนำมัน”

ในภาพจากจอเรดาร์แสดงให้เห็นว่า เที่ยวบิน 469 บินวนรอนานกว่าชั่วโมงเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนอกชายฝั่งอิสราเอล

รถดับเพลิงและรถพยาบาลฉุกเฉินจอดเรียงบนทางวิ่ง ในขณะที่ผู้โดยสารของเครื่องโบอิ้ง 747 ถูกลำเลียงข้ามแอสฟัลต์ออกมา และไซมอนได้เปิดเผยต่อว่า ผู้โดยสารบางคนถูกสั่งให้รอนานกว่า 20 ชม. ก่อนที่จะได้รับการจองเที่วบินใหม่สำเร็จเพื่อบินต่อไปยังนิวยอร์ก สหรัฐฯ

เดลตา แอร์ไลน์ ไฟลต์ 469 เดินทางออกจากกรุงเทลอาวีฟในเวลา 12.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น และมีกำหนดต้องเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี เวลา 4.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯในวันอาทิตย์ (13)

การขอลงจอดฉุกเฉินของโบอิ้ง 747 ยิ่งเผยให้เห็นถึงความเปราะบางในสถานการณ์ล่อแหลมระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ในช่วงนี้

ไซมอน กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้โดยสารเริ่มทะยอยเข้าสู่สนามบินเบน กูเรียน เวลา 21.30 น. ในขณะที่มีเสียงไซเรนเตือนดังไปทั่วเพื่อประกาศเตือนว่า พายุมิสไซล์ชุดใหม่จากกลุ่มฮามาสกำลังมุ่งหน้ามาที่กรุงเทลอาวีฟ

“คนหนีการโจมตีทางอากาศไปที่สนามบิน” ไซมอน กล่าว และเสริมว่า “มันเหมือนเป็นสิ่งเปรียบเทียงเชิงคู่ขนาน ที่ถึงแม้ว่ากัปตันของเครื่องบินโบอิ้ง 747 กล่าวชัดว่าการขอลงจอดฉุกเฉินไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางอากาศด้วยขีปนาวุธ”

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทสายการบินเดลตา แอร์ไลน์ ออกแถลงการณ์คำแนะนำการเดินทางเรื่อง “สถานการณ์ความไม่สงบของอิสราเอล” ว่า ทางบริษัทยังคงเปิดให้บริการเส้นทางการบินระหว่างเทลอาวีฟและนิวยอร์กตามปกติ แต่อนุญาตให้ผู้โดยสารที่จองตั๋วเครื่องบินเส้นทางนี้สามารถยกเลิก หรือเปลี่ยนตั๋วเที่ยวบินได้โดยไม่ต้องชำระค่าปรับแต่อย่างใด

นอกจากนี้ การขอลงจอดฉุกเฉินของเที่ยวบิน 469 ทำให้เกิดผลกระทบความล่าช้าของเที่ยวบินอื่นตามไปด้วยเล็กน้อยในการขึ้นลงจอด แต่ไซมอนยืนยันว่า หลังจากที่เครื่องบินแลนดิงลงเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างในสนามบินเบน กูเรียน ดูปกติดี ถึงแม้จะมีความกังวลในการโต้ตอบทางอากาศระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ก็ตาม “ไม่มีผลกระทบใดทั้งสิ้น ผมเช็กตารางเที่ยวบินที่สนามบินเบน กูเรียน และพบว่า ไม่มีเที่ยวบินใดนอกเหนือจากนี้ยกเลิก ยกเว้นเที่ยวบินของผม” ไซมอนให้สัมภาษณ์ตบท้าย
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...