xs
sm
md
lg

“อรรถรส” ร้านสวยชวนนั่ง อิ่มหนำอาหารไทยโบราณ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

อาหารไทยโบราณหลากหลายเมนู
การจะหา “อาหารไทยโบราณ” กินสักมื้อ อาจจะต้องเสาะแสวงหากันสักหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหายากเย็น หรือหาไม่ได้เอาเสียเลย เพราะในมื้อนี้ “ตระเวนกิน” ได้มาเจอะเจอเข้ากับร้านอาหารที่มีชื่อว่า “อรรถรส” (AT-TA-ROTE) ตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 39 ที่นี่เป็นร้านอาหารสวยๆ นำเสนออาหารไทยโบราณขนานแท้ ที่ชวนให้มาสัมผัสกัน
นั่งกินอาหารไทยโบราณที่ร้าน “อรรถรส”
เมื่อมาถึงร้าน “อรรถรส” จะได้พบกับบรรยากาศร้านที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงามชวนนั่ง ด้านในร้านมี 2 ชั้น ด้านล่างทางร้านได้จัดสรรโต๊ะนั่งไว้อย่างลงตัว ตกแต่งแนวร่วมสมัย แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความเป็นไทยสอดแทรกไว้ โดยนำเอาข้าวของเครื่องใช้ไทยๆ มาประดับตกแต่งไว้อย่างเก๋ไก๋ดูดีมีสไตล์ มีโต๊ะนั่งหลายโซนให้เลือกนั่งตามชอบใจ ไม่ว่าจะเป็นโซนโต๊ะนั่งโซฟา โซนโต๊ะนั่งใกล้กระจกบานใหญ่ที่โปร่งโล่งสบายตา และมีโซนเคาน์เตอร์บาร์ให้บริการเครื่องดื่มหลากหลาย และยังมีห้องส่วนตัวให้บริการ 1 ห้อง
บรรยากาศโต๊ะนั่งชั้นบน
ส่วนด้านบนมีโต๊ะนั่งแบบโซฟาให้เลือกนั่งแบบผ่อนคลาย แล้วถ้าใครชื่นชอบนั่งรับลมธรรมชาติเย็นสบาย ก็มีพื้นที่โต๊ะนั่งด้านนอกร้านให้ได้นั่งกินลม ชมวิวเพลินๆ ท่ามกลางบรรยากาศแมกไม้อันรื่นรมย์
มุมโต๊ะชวนนั่งสบายๆ
มาถึงเรื่องอาหาร อย่างที่บอกว่าร้านนี้นำเสนออาหารไทยแท้แบบโบราณที่หากินได้ยากแล้วในปัจจุบัน โดยคุณกิ๊ฟท์ กัญจนิดา ตันติสุนทร เจ้าของร้านที่ได้ไปเรียนการทำอาหารไทยโบราณมาจาก อาจารย์ศรีสมร คงพันธุ์ แล้วก็ต้องการที่จะคงสูตรอาหารไทยโบราณเหล่านั้นไว้ไม่ให้หายไป บรรจงสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารจานเด็ดหลากหลายทั้งต้ม ยำ แกง ผัด ที่ปรุงโดยใส่ใจเรื่องของสุขภาพการกินเป็นสำคัญ และเน้นคัดสรรแต่วัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพสดใหม่ และเลือกที่จะปรุงอาหารโดยไม่มีการใส่ผงชูรส พร้อมกับจัดตกแต่งหน้าตาอาหารไทยให้ออกมาสวยงามมีความร่วมสมัยชวนกิน
ช่อม่วง - จีบนก
รายการอาหารไทยโบราณของที่นี่มีมากมายกว่า 100 เมนู และยังมีการนำเสนอเมนูใหม่ๆ หมุนเวียนมาอยู่เสมอ เพื่อให้เหล่านักกินได้ลองลิ้มอาหารไทยโบราณที่ถูกปากและโดนใจ โดยมีเมนูจานเด็ดที่ชวนกินมากหลาย อย่างเมนูแรกที่อยากแนะนำให้ลองชิม คือ ช่อม่วง - จีบนก (175 บาท++) เป็นอาหารว่างของคนไทยแต่โบราณ ที่ต้องใช้ความประณีตบรรจงในการทำเป็นอย่างมาก โดยต้องจับจีบตัวแป้งให้เป็นรูปดอกไม้และตัวนกที่สวยงาม ส่วนไส้ข้างในเป็นหมูสับกับกุ้งผสมกัน กินแนมกับผักกาดหอม ผักชี กระเทียมเจียวและพริกขี้หนู ลิ้มรสแล้วสัมผัสได้ถึงแป้งที่เคี้ยวนุ่มปาก ได้รสชาติไส้ที่เข้มข้นกลมกล่อมถูกลิ้น
ข้าวห่อทอด
ตามมาด้วยเมนู ข้าวห่อทอด (175 บาท++) เป็นปอเปี๊ยะแบบโบราณ ตัวไส้ข้างในมีส่วนผสมของข้าวหอมมะลิ แครอท หมูและกุ้งที่ปรุงรสรวมกัน แล้วนำมาห่อกับแผ่นแป้งทอดจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟมาร้อนๆ กินคู่กับน้ำจิ้มสูตรพิเศษ กินข้าวห่อทอดเคี้ยวกร้วมกรอบนอกนุ่มใน ได้รสชาติไส้ถูกปาก ผสานกับความหวานของน้ำจิ้มลงตัวเข้ากันดีจริง
แสร้งว่ากุ้ง
ถัดมาชวนชิม แสร้งว่ากุ้ง (230 บาท++) เมนูยำโบราณที่นำเอาปลาดุกฟูและกุ้งลวกมายำรวมกัน ใส่เครื่องสมุนไพรไทยหลายอย่าง ปรุงรสด้วยน้ำยำสูตรเด็ดของทางร้าน ยำจานนี้ออกรสกลมกล่อม ได้กลิ่นเครื่องสมุนไพรหอมๆ
น้ำพริกลงเรือ
แล้วกินอาหารไทยจะขาดน้ำพริกได้อย่างไร แนะนำ น้ำพริกลงเรือ (210 บาท++) ทางร้านโขลกน้ำพริกเองแบบสดใหม่ มีไข่แดงไข่เค็มปั้นเป็นก้อนเล็กๆ โรยหน้ามาในน้ำพริก และมีผักสดหลากหลายชนิด เสิร์ฟมาในภาชนะรูปเรือเก๋ไก๋ น้ำพริกลงเรือของที่นี่รสชาติเข้มข้นถูกลิ้น กินแนมกับผักสดๆ ช่างโดนใจ
ขนมจีนซาวน้ำ
จากนั้นมาลองลิ้ม ขนมจีนซาวน้ำ (210 บาท++) ที่ทางร้านทำตามสูตรโบราณแท้ ในจานมีเส้นขนมจีน กุ้งแห้งป่น ขิงซอย กระเทียมซอย สับปะรด และแจงลอน พร้อมกับน้ำกะทิ วิธีกินให้นำเส้นขนมจีนไปซาวในน้ำกะทิก่อน แล้วค่อยนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องต่างๆ และมีพริกน้ำปลา น้ำตาลทราย มะนาวมาให้ปรุงรสชาติเพิ่มเติมตามใจชอบ ลิ้มรสขนมจีนซาวน้ำเส้นขนมจีนหอมมันน้ำกะทิ เจือรสเปรี้ยวหวานจากสับปะรด เค็มเล็กน้อยจากกุ้งแห้ง เผ็ดปลายลิ้นจากขิงและพริกขี้หนู ส่วนแจงลอนรสดีถูกปาก
แกงปูใบชะพลู
มากินเมนูแกงกันบ้าง ที่ชวนชิมก็คือ แกงปูใบชะพลู (450 บาท++) แกงถ้วยนี้มีความเข้มข้นของน้ำแกงที่ถึงพริกถึงเครื่องแกงมาก เพราะทางร้านโขลกเครื่องแกงเอง และใส่กรรเชียงปูชิ้นใหญ่ๆ แกงใส่ใบชะพลูด้วย เสิร์ฟมาร้อนๆ กินพร้อมกับเส้นหมี่ดอกอัญชันสีม่วงสวย อร่อยถูกปากอิ่มท้องดีจริง
กล้วยบวชชี กล้วยบวชเถร
กินของคาวแล้วก็ต้องล้างปากด้วยของหวาน กล้วยบวชชี กล้วยบวชเถร (145 บาท++) สั่งมาเมนูเดียวแต่ได้ลิ้มรสถึง 2 อย่าง คือกล้วยบวชชี เป็นกล้วยไข่ในน้ำกะทิ ใส่น้ำตาลอ้อย ใส่มะพร้าวอ่อน กินแล้วกล้วยเคี้ยวนุ่มหวานหอมมันน้ำกะทิ ส่วนกล้วยบวชเถรก็ทำเหมือนกล้วยบวชชี แต่ต่างกันตรงที่ ใส่น้ำตาลโตนด จะออกสีน้ำตาลอ่อนๆ มีรสชาติหอมหวานมันกะทิเช่นกัน
บรรยากาศภายในร้าน “อรรถรส”
แม้ว่าจะนำเสนอเมนูคาว - หวานมาหลายเมนูแล้ว แต่ว่ารายการอาหารไทยโบราณของที่นี่ ยังมีเมนูที่ชวนลองลิ้มอีก อาทิ ยำขโมย (220 บาท++) น้ำพริกมะม่วงทวาย (210 บาท++) ไข่พะโล้ (250 บาท++) ฯลฯ
โต๊ะนั่งด้านนอกรับลมธรรมชาติ
แล้วยังมีเครื่องดื่มที่ชวนดื่มชื่นใจ อาทิ น้ำสรรพรส (95 บาท++) น้ำมะพร้าวอัญชัน (100 บาท++) น้ำชื่นใจ (85 บาท++) เป็นต้น หากว่ามิตรรักนักกินคนไหนอยากลองลิ้มอาหารไทยโบราณสักมื้อ ก็อยากจะชวนให้มาที่ร้าน “อรรถรส” แห่งนี้ จะได้มาสัมผัสกับเสน่ห์ของอาหารไทยแท้แบบโบราณ ที่หากินได้ยากขึ้นทุกวัน
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ร้าน “อรรถรส” (AT-TA-ROTE) ตั้งอยู่ที่ 59/3 ซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน เวลา 11.30 - 22.00 น. ถ้ามาวันศุกร์ - อาทิตย์ แนะนำว่าควรโทร. มาจองโต๊ะก่อน โทร. 0-2262-0178, 06-4249-4244 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/attarote.eatery หากมากินอาหารที่ร้านอรรถรส แล้วจ่ายด้วยบัตรเครดิต KTC รับส่วนลดค่าอาหาร 10% ถึง 30 กันยายนนี้
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com

 

10 จากทั้งหมด 13 รูป
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...