xs
sm
md
lg

เอ็มโอยูกับ ปตท.ทำวิจัยสำรวจปิโตรเลียม

เผยแพร่:

สวทช.และ สวทน.2 หน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทย์ ลงนามในเอ็มโอยู กับ ปตท.เพื่อวิจัยพัฒนาและสร้างนวัตกรรมสำรวจปิโตรเลียม โดยคณะกรรมการนโยบายมีแผนพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมสำรวจ และธรณีฟิสิกสที่ยังขาดแคลน เคลื่อนย้ายนักวิจัยรัฐไปสู่ภาคอุตสาหกรรม ส่วน สวทช.พร้อมวิจัยพลังงานด้วยศักยภาพของศูนย์แห่งชาติในสังกัด

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพด้านวิจัยและพัฒนา และกิจกรรมนวัตกรรมด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม กับ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.เมื่อ 9 พ.ค.56 ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพลกซ์      

ความร่วมมือครั้งนี้เริ่มจากแนวคิดในการร่วมมือสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาของทาง สวทน.และ สวทช.ประกอบกับ ปตท.ต้องการวิจัยพลังงาน จึงเกิดแนวคิดร่วมกันขยายขอบเขตความร่วมมือด้านนโยบายและด้านปฏิบัติการ โดยมีวัตถุประสงค์ในการร่วมมือพัฒนาศักยภาพในการสำรวจและวิจัยปิโตรเลียมต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงยังต้องการส่งเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ต่างๆ ร่วมกันในด้านการสำรวจปิโตรเลียม และร่วมมือจัดฝึกอบรมด้านการวิจัยและพัฒนาปิโตรเลียมกันเพื่อยกระดับขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรม

ดร.ญาดา มุกดาพิทักษ์ รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กล่าวว่า สวทน.มีแผนในการร่วมพัฒนากำลังอาชีพด้านวิศวกรรมการขุดเจาะและสำรวจ และด้านธรณีฟิสิกส์ ซึ่งเป็นสาขาขาดแคลน และผลักดันให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมต้นน้ำ รวมทั้งเคลื่อนย้ายนักวิจัยจากสถาบันวิจัยกับมหาวิทยาลัยของรัฐไปสู่ภาคอุตสาหกรรม และมีการพัฒนาการวิจัยด้านเทคโนโลยี ให้สามารถนำการวิจัยไปเป็นความรู้ในเรื่องต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ทรัพย์สินทางปัญญา โดยทาง สวทน.ยังหวังให้ภาคเอกชนเป็นผู้นำทางด้านการวิจัยด้วย

ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยนั้นประสบปัญหาในเรื่องของแหล่งพลังงานในประเทศ ทำให้ต้องนำเข้าพลังงานถึง 50% จึงอาจกระทบต่อจีดีพี (GDP) ของประเทศได้ ทาง สวทช.จึงเห็นเหตุผลที่ต้องวิจัยด้านพลังงาน เพื่อให้เกิดการคิดค้นวิธีการแก้ปัญหาและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น จนสามารถแข่งขันกับเวทีโลกได้ และจากความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยขีดความสามารถในการวิจัยของศูนย์แห่งชาติในสังกัด

ด้านนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.สผ.กล่าวว่า ในขณะนี้ประเทศไทยมีการพึ่งพาการพลังงานที่นำเข้าจากต่างประเทศอยู่มาก จึงจำเป็นต้องใช้การวิจัยเพื่อหาวิธีใช้พลังงานจากทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีแนวคิดที่จะใช้ปิโตรเลียมให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ และหาวิธีผลิตปิโตรเลียมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายและเป็นผลดีต่อในส่วนของธุรกิจ









ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...