xs
sm
md
lg

ตามดูประวัติ “สมยศ ภิราญคำ” นั่งรักษาการเลขาฯกฟก.เฉพาะกิจ -รับลูก "สูตรแม่ทัพ 1-พล.ร.9 โมเดล”หวังแก้หนี้ 3 พันล้าน 2.1 หมื่นเกษตรกร

เผยแพร่:

ตามดูประวัติ “สมยศ ภิราญคำ” รักษาการเลขาธิการ กฟก.คนใหม่ ทำงานเฉพาะกิจ 180 วัน ตามคำสั่ง หน.คสช. ร่วมแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรที่อยู่ระหว่างบังคับคดี 2,631 ราย 4,403 บัญชี มูลหนี้ 3.5 พันล้าน เผยเคยถูก สตง.-ปปช.สอบสวนเหตุถูกกล่าวหา ย้ายสำนักงาน-เช่าตึก พ่วง“หักค่าหัวคิว-จัดอบรม”ไม่โปร่งใส ด้าน คณะทำงาน“กองทัพภาค 1” ชงจัดหนี้ 3 พันล้านเกษตรกร 2.1 หมื่นราย -แก้หนี้เร่งด่วนระยะแรก ประเมินมูลหนี้ กว่า 1 พันล้านเกษตรกร 4 พันราย พร้อมเจรจาหนี้สินสถาบันการเงิน แนะใช้ “กาญจนบุรีโมเดล” ผลงานกองทัพบกแก้หนี้สินจังหวัด

วันนี้( 28 พ.ค.) มีรายงานจากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า การประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ (กฟก.เฉพาะกิจ) ครั้งที่ 1/2560 ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 26/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูฯอย่างเร่งด่วน ภายใน180 วัน ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ได้แต่งตั้ง นายสมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

ทั้งนี้ นายสมยศ และ กฟก.เฉพาะกิจ จะเข้ามาแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่อยู่ระหว่างบังคับคดี จำนวน 2,631 ราย ที่เป็นหน้าที่จำเป็นอันดับแรก ที่คณะกรรมการเฉพาะกิจ ต้องดำเนินการแก้ไขช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร็ว จากข้อมูลทะเบียนหนี้เกษตรกรปัจจุบันพบว่า มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนทั้งสิ้น 512,889 ราย มูลหนี้ 84,710 ล้านบาท

คณะกรรมการชุดดังกล่าว ยังมี น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.เกษตรฯ เป็นรองประธานกรรมการ มีการกำหนดแผนปฏิบัติงานเพื่อเร่งรัดการดำเนินการตามเป้าหมาย โดยมี คณะอนุกรรมการฯ ภายใต้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ จำนวน 4 คณะ ที่จะมีการประชุมทุกเดือนตามระยะเวลาจนถึงเดือนธันวาคม 2560 ประกอบด้วย

1. คณะอนุกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์การจัดการหนี้ของเกษตรกรกรณีเร่งด่วน โดยมีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน และผู้แทนกระทรวงการคลังเป็นเลขานุการ

2.คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลหนี้สินเกษตรกร ปลัดกรทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน รองเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นเลขานุการ

3. คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงสร้างและกฎหมายของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นเลขานุการ

4.คณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณปี 2560 และ 2561 มีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน ผู้อำนวยการสำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นเลขานุการ

มีรายงานด้วยว่า จากการประเมินเบื้องต้นของคณะทำงาน กองทัพภาคที่ 1 ที่รายงานต่อบอร์ด กฟก.เฉพาะกิจ จะจัดการหนี้ให้เกษตรกรใน 2 แนวทาง คือ โครงการหนี้ 3,000 ล้านบาทที่มีเกษตรกรเกี่ยวข้อง 2.1 หมื่นราย (งบประมาณมีอยู่แล้ว) และ 2.หนี้เร่งด่วนระยะที่ 1ประเมินมูลหนี้ 1,000 กว่าล้านบาท เกษตรกรเกี่ยวข้อง 4,000 กว่าราย จะต้องเร่งจัดการไปพร้อมกัน 3. เจรจาหนี้สินกับสถาบันการเงิน โดยใช้กาญจนบุรีโมเดล ของ พล ร. 9 ที่ทางกองทัพเคยประสบความสำเร็จมาแล้วในเรื่องการจัดการหนี้สินในจังหวัด

รักษาการเลขาฯ ติดชนักถูก สตง.-ปปช.สอบย้าย-เช่าอาคาร อ.ต.ก. ไม่โปร่งใส

มีรายงานว่า ในส่วนของประวัติการทำงานใน กฟก.ของ นายสมยศ ภิราญคำ รักษาการเลขาธิการ ที่เข้ามาแทนนายวัชระพันธุ์ จันทรขจร อดีตเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ ที่ไม่ผ่านการประเมินจากคณะทำงานกระทรวงเกษตรฯของรัฐบาล คสช.นั้น

ในปี 2553 รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ มีโครงการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร ซึ่งยอมให้ชาติไทยพัฒนาเข้ามาดำเนินการ สมัยที่ นายธีระ วงศ์สมุทร จากพรรคชาติไทยพัฒนา ดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ในขณะนั้นกำกับดูแล กฟก. ได้แต่งตั้งนายวิชิต จันทะแจ้ง มานั่ง รักษาการเลขาธิการ กฟก. ต่อมานายวิชิต ถูกสั่งจากรัฐบาล ให้พักงานจากปัญหาประสานงานระหว่าง กฟก.และรัฐบาลประชาธิปัตย์ ซึ่งต่อมานายสมยศ ภิราญคำ ซึ่งถือเป็นลูกหม้อของ กฟก. ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นรักษาการ

ขณะที่เมื่อปี 2555 นายสมยศ เคยถูกตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการถูกกล่าวหาทุจริตการย้ายสำนักงานของกองทุนฟื้นฟูฯ จากย่าน อ.ต.ก.ไปยังบริเวณวัดเสมียนนารี ด้วยความเร่งรีบ เมื่อเดือน ต.ค.2554 โดยมีการเช่าตึกในอัตราเดือนละ 9 แสนบาท และนำเงิน 15 ล้านบาท ไปให้เจ้าของตึกปรับปรุงอาคาร โดยที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติของกรรมการ รวมทั้งกรณีความไม่โปร่งใสในการจัดอบรมเกษตรกร ซึ่งมีการหักค่าหัวคิว และเลือกจัดในศูนย์อบรมของคนที่เป็นพวกเดียวกันเอง

ในคราวนั้น นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล อดีตรองกรรมการบริหาร กฟก. ที่เพิ่งเข้าพบ พล.ต.ธรรมนูญ วิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 เมื่อสัปดาห์ก่อน( 17 พ.ค. 2560) เพื่อหารือเรื่องดำเนินการหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อน เคยเสนอให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวนนายสมยศ กรณีที่ถูกร้องเรียนเรื่องทุจริต และให้พักงานนายสมยศไว้ก่อน แล้วให้คณะกรรมการกองทุน ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาสรรหาบุคคลที่มีความเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการกองทุนฯ

ข้อมูลหนี้เกษตรกรสมาชิก ปัจจุบัน 3,737 ราย 4,403 บัญชี มูลหนี้ 3,540,771,638.34 บาท

มีรายงานว่า ภายหลังแต่งตั้ง นายสมยศ ภิราญคำ ได้รับการแต่งตั้งเป็นรักษาการเลขาธิการสำนักงาน กฟก. ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้านจัดการหนี้ให้เกษตรกรสมาชิก จะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลหนี้ สถานะหนี้ของเกษตรกรในแต่ละจังหวัด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.)ในจังหวัดต่าง ๆ ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการเป็นหนี้โดยแยกประเภทเป็น 2 ประเภท คือ 1.หนี้เร่งด่วน ที่มีสถานะหนี้ตั้งแต่ดำเนินคดี จนถึงขายทอดตลาด และ 2. หนี้ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ กฟก. ทั้งหมด

ทั้งนี้ ล่าสุด กฟก.ได้จัดทำข้อมูลหนี้ พบว่า มีจำนวน 3,737 ราย 4,403 บัญชี มูลหนี้ 3,540,771,638.34 บาท ซึ่งข้อมูลดังกล่าวที่ได้นั้น สำนักงานกฟก. จะนำไปจัดทำแผนการจัดการหนี้เร่งด่วน เสนอคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ พิจารณาในกรอบ 180 วัน และเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อของบประมาณในการชำระหนี้แทนเกษตรกรในกรณีหนี้เร่งด่วนต่อไป

ส่วนในกรณีที่สมาชิกที่มีหนี้ ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้กับกองทุนฟื้นฟูฯ ปี 2546 เป็นต้นมา สำนักงาน กฟก.กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาและกำลังคนในการดำเนินการ กฟก.จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรสมาชิก หากต้องการให้ กฟก. ดำเนินการช่วยเหลือในการชำระหนี้แทน ให้ติดต่อสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัด เพื่อปรับปรุงสถานะหนี้ และแจ้งความจำนงว่าต้องการให้ กฟก. ช่วยเหลือ จะทำให้ข้อมูลหนี้มีความเป็นปัจจุบัน และสามารถเข้าสู่กระบวนการจัดการหนี้ให้เกษตรกรได้ทันต่อความเดือดร้อนของเกษตรกรสมาชิก

ตามดูเบื้องหลัง คำสั่ง หน.คสช.ยุบทิ้งบอร์ดบริหาร กฟก.ชุดเดิม 

มีรายงานว่า ก่อนจะมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 26/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูฯอย่างเร่งด่วน ภายใน180 วัน นั้น กฟก.เกิดภาว สุญญากาศ โดยทั้งบอร์ดบริหารและเลขาธิการ กฟก. ได้ถูกพักงานในกรณีการประเมินผลงานของนายวัชระพันธุ์ ได้มีกลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย (คนท.) ร่วมกับเกษตรกรกว่า 3,000 คน นำโดย นายชรินทร์ ดวงดารา ที่ปรึกษาสมาชิกฯ ได้ชุมนุมที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งรัฐบาล ได้ส่งพล.ต.ธรรมนูญ วิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 ลงมาเจรจาเบื้องต้นโดยรับปากจะช่วยเหลือแก้ปัญหาหนี้สินให้

ต่อมา พล.ต.ธรรมนูญ วิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 ได้เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร จากการเป็นหนี้สินของกลุ่มเครือข่ายหนี้สินแห่งประเทศไทย (คนท.)และสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ที่มาลงทะเบียนมูลหนี้จำนวน 511,971 ราย 643,462 บัญชี จำนวนเงินรวมกว่า 84,205 ล้านบาท โดยมีสำรวจข้อมูลทะเบียนหนี้เกษตรกร ตามสถานะความเร่งด่วนแห่งหนี้ ตั้งแต่สถานะหนี้ดำเนินคดีขึ้นไป รวมทั้งหนี้ที่สอดคล้องและไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูฯ อาทิ มูลหนี้เกิน 2.5 ล้านบาท และหนี้ที่ไม่ใช่เกิดจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

มีรายงานด้วยว่า กรณีปัญหาของ กฟก.ชุดเดิม ศาลปกครองกลาง ได้นัดไต่สวนในเรื่องการแต่งตั้งบอร์ดบริหารชอบธรรมหรือไม่ (สมัยที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน) และการสั่งพักงานบอร์ดบริหาร หรือก้าวล่วงอำนาจการประเมินผลงานของบอร์ดบริหารต่อเลขาธิการ บอร์ดใหญ่ มีอำนาจและความชอบธรรมหรือไม่.
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...