xs
sm
md
lg

วอลโว่ทรัคส์ ฉลุยตลาดโลก ปีนี้พุ่งเป้าเอเชีย-หวังไทยขึ้นเบอร์ 1

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ตลาดรถบรรทุกใหญ่ แบรนด์ “วอลโว่” ไปได้สวยในตลาดโลก โดยเฉพาะยุโรป ยอดพุ่ง โตถึง 17 % ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดเอเชีย ปีนี้มุ่งเป้าประเทศจีน เหตุที่ผ่านมาเติบโตมากกว่า 10 % จากธุรกิจออนไลน์ ส่วนประเทศไทยหวังขึ้นแท่นอันดับหนึ่งจากคู่แข่งแบรนด์ยุโรป ส่วนอนาคตเร่งศึกษาพลังงานทางเลือกใหม่ ทั้งรถไฮบริด รถไฟฟ้า และพลังงานธรรมชาติ พร้อมพัฒนา “คนขับ” ที่ถือเป็นหัวใจของการทำกำไรให้ธุรกิจนอกเหนือจากตัวรถ

บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการและจำหน่ายรถบรรทุก รถโดยสารขนาดใหญ่ยี่ห้อ วอลโว่ ได้เชิญเอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง เข้าร่วมงาน Fuelwatch Challenge 2017 ค้าหาสุดยอดนักขับประหยัดน้ำมัน ณ ประเทศสวีเดน และในโอกาสนี้ได้ร่วมสัมภาษณ์ เฮลีน เมลควิส รองประธานอาวุโสของวอลโว่ ทรัคส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ถึงทิศทางของรถบรรทุกวอลโว่ในตลาดทั่วโลก



“วอลโว่ เป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศสวีเดน มีเครือข่ายการข่ายอยู่ทั่วโลก ประมาณ 68 ประเทศ และมี 11 ประเทศที่วอลโว่ ทรัคส์ เข้าไปทำตลาดเอง อีก 41 เป็นผู้นำเข้า ในส่วนของ 68 ประเทศ ถือเป็นตลาดใหญ่และกำลังเติบโต เพราะว่ามีประชากรถึง 57 พันล้านคนอาศัยอยู่ เราจึงมีแผนที่จะขยายตลาดไปยังประเทศเหล่านั้น”

สำหรับในไตรมาส 2 ที่ ผ่านมา ภาพรวมของยอดขายวอลโว่ ทรัคส์ทั่วโลกค่อนข้างดี โดยเฉพาะตลาดยุโรปเป็นตลาดใหญ่มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 17 % อเมริกาอยู่ที่ 9 % แต่มีตัวเลขยอดขายในไตรมาส 2 รวมทั้งสิ้น 7,710 คัน ซึ่งค่อนข้างมาก ทางวอลโว่จึงให้ความสำคัญที่จะรุกตลาดมากขึ้น นอกจากนี้เอเชีย เป็นอีกหนึ่งตลาดที่วอลโว่ ทรัคส์ สนใจและมองว่ามีศักยภาพที่จะเติบโต เพราะตลาดเอเชียมีประชากรอยู่จำนวนมาก ขณะเดียวกันจีดีพีก็โตขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะประเทศจีน เนื่องจากจีนมียอดขายรถบรรทุกรวมทุกยี่ห้อ ประมาณ 1 ล้านคันต่อปี

 
 
เฮลีน กล่าวเสริมว่า ปีที่แล้วในประเทศจีน วอลโว่ ทรัคส์ มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 30 % แต่ไตรมาส 2 ปีนี้ ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 44 % นั่นหมายความว่าเราโตขึ้น 10 % ทั้งนี้เกิดจากการดำเนินธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้รับความนิยมในจีน ดังนั้นการสั่งซื้อของผ่านออนไลน์ จำเป็นต้องใช้การขนส่งที่รวดเร็ว สั่งเช้าได้เย็น รถจึงต้องวิ่งโดยไม่หยุด คือการขับแบบโอเวอร์ฮอล และรถวอลโว่ ทรัคส์ สามารถทำได้ดี จึงส่งผลให้ยอดขายเราโตขึ้นจากธุรกิจการขายสินค้าออนไลน์ในจีน

ส่วนตลาดใน South east asia ประกอบไปด้วย ประเทศไทย มาเลเซีย พม่า เวียดนาม ฟิลลิปินส์ ลาว อินโดนีเซีย สิงค์โปร บรูไน และ ญี่ปุ่น มียอดขายในไตรมาสสองของปีนี้รวม 867 คัน ยอดขายอะไหล่ 446 ล้านSEK ส่วนประเทศไทย มียอดขายรถวอลโว่ ทรัคส์ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2560 ประมาณ 223 คัน อยู่ในอันดับ 2-3 ของแบรนด์ยุโรปในไทย และทางวอลโว่ ทรัคส์ สวีเดน ต้องการให้แบรนด์วอลโว่ ทรัคส์ ขึ้นมาอันดับ 1

 
แน่นอนกลยุทธ์การนำไปสู่ความสำเร็จนั้นประกอบ 3 ส่วน 1.รถบรรทุกของเรามีนวัตกรรมใหม่ในรูปแบบพรีเมียมมานำเสนอตลอดเวลา 2. บริการหลังการขาย เราต้องทำให้รถวิ่งบนถนนนานที่สุด เพราะนั่นหมายถึงลูกค้าได้เงินเข้ากระเป๋า ถ้ารถหยุดบ่อยไม่ได้เงินแถมต้องจ่ายค่างวดด้วย ฉะนั้นการบริการหลังการขายเราต้องแข็ง เพื่อให้ลูกค้าวิ่งรถให้มากที่สุด และสุดท้ายเรื่องศูนย์บริการเรามีเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก และศูนย์ฯต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า หัวใจสำคัญคือ “คน” เท่านั้นที่จะสร้างความแตกต่างในธุรกิจ ซึ่งก็คือ การบริการ โดยคน

บวกกับจุดเด่นของรถวอลโว่ ทรัคส์ อีก 3 ส่วน คือเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์วอลโว่ มาโดยตลอด สอง ความแข็งแรงของรถ เราสร้างรถทีมีคุณภาพ ขนส่งได้มาก ลูกค้าจะได้มีกำไรมากขึ้นตามไปด้วย และสาม ความไว้วางใจ วอลโว่ ทรัคส์ ผลิตรถที่วางใจได้เมื่อขับขี่ เพราะมันเป็นหัวใจในการทำกำไรให้ธุรกิจขนส่ง ปัจจัยดังกล่าวข้างต้น จะช่วยให้รถวอลโว่ ทรัคส์ ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในใจของลูกค้าคนไทย และอยากจับจองเป็นเจ้าของ เหนืออื่นใดการขนส่งข้ามอาเซียนที่ต้องขับระยะทางไกล น่าจะเข้ามามีบทบาทและทำให้เกิดการเติบโตในภูมิภาคนี้ และในไทย อย่างแน่นอน

 
เฮลีน กล่าวเสริมอีกว่า ปัจจุบันวอลโว่ ทรัคส์ ไม่ได้หยุดนิ่ง ยังพัฒนานวัตกรรมใหม่อยู่ตลอดเวลา นอกเหนือจากพื้นฐานของการใช้งานรถบรรทุกในชีวิตประจำวัน คือ รถต้องมีทัศนวิสัยที่ดี 2. เรื่องการควบคุมรถให้อยู่บนถนนให้ดีสุด3.กระจกรถ Laminated มีประสิทธิภาพ ไม่แตกกระจาย ล่าสุดวอลโว่ ทรัคส์ กำลังศึกษาหลายเรื่องถึงพลังงานทางเลือกใหม่ที่ดีที่สุดให้รถวอลโว่

“ตั้งแต่ปี 1970 เราสามารถที่จะลดการใช้พลังงานและการใช้น้ำมันลงมาได้เรื่อย ๆ รวมถึงการปล่อยไอเสียในอากาศ เรามีความมุ่งหวังว่าในปี 2020-2025 รถวอลโว่สามารถประหยัดพลังงานได้เพิ่มขึ้น ตอนนี้เราได้พัฒนาตัว FH ให้ประหยัดน้ำมันถึง 30 % ซึ่งเกิดจาก 3 สิ่ง หนึ่งเรื่องการออกแบบตัวรถ แอร์โรไดนามิค จะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ 10 % สอง ยาง เราต้องร่วมมือกับบริษัทยางชั้นนำทั่วโลกช่วยกันพัฒนาให้เกิดยางที่ประหยัดน้ำมันอีก 10% และสุดท้ายการพัฒนาระบบไฮบริด ซึ่งหากทำได้สมบูรณ์จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ 10 % โดยเฉพาะการขับขี่ช่วงที่ใช้ไฟฟ้าอย่างเดียวไม่ต้องใช้น้ำมัน กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา คาดว่าเร็ว ๆ นี้คงได้เห็นผลกัน

 
 
ส่วนรถไฟฟ้า หรือรถที่ใช้พลังงานธรรมชาติ อยู่ในช่วงการศึกษาเช่นกัน อย่างรถไฟฟ้า วอลโว่ ทรัคส์ ก็ทำออกมาใช้เฉพาะกลุ่มอย่างเช่น รถ FH ขับลงไปในอุโมงค์เพื่อไปเอาแร่มาโดยไม่มีคนขับ หรือรถขนขยะก็ขับเคลื่อนไปได้ โดยคนขับก็ลงเก็บขยะขึ้นรถ เป็นต้น

อีกเรื่องคือ Connectivity ระบบเชื่อมโยงจากตัวรถไปยังศูนย์บริการ มันจะดึงข้อมูลจากกล่องดำ ทำให้ผู้บริหาร เจ้าของรถ ทราบว่ารถอยู่ที่ไหน ใกล้ถึงจุดหมายหรือยัง สามารถรู้ถึงพฤติกรรมการขับขี่ ของคนขับได้ด้วย กรณีรถเสียหายก็แจ้งไปที่ศูนย์บริการได้ ศูนย์บริการก็สามารถมอนิเตอร์ และแจ้งให้ลูกค้าเอารถเข้ามาบริการได้ ซึ่งจุดนี้ทำให้ลูกค้าวางแผนในการรับงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 
สิ่งสำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งในการพัฒนารถวอลโว่ ทรัคส์ คือ คนขับ ดังนั้นการจัด Fuelwatch Challenge 2017 ถือเป็นการเทรนนิ่งให้กับคนขับรถทั่วโลก และแน่นอนหากคนขับมีทักษะที่ดีในการขับรถบรรทุก นั่นย่อมหมายถึงกำไรที่จะเกิดกับเจ้าของ นอกเหนือจากรถ และการวางแผนทีดีของธุรกิจขนส่ง

สำหรับประเทศไทยปัจจุบันมีรถวอลโว่ ทรัคส์ ขายอยู่ 3 รุ่น คือ FMX ,FH และ FM ราคาเริ่มต้นที่ 3 ล้าน- 4ล้านกว่าบาท



10 จากทั้งหมด 10 รูป
กำลังโหลดความคิดเห็น...