xs
sm
md
lg

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 5

เผยแพร่:

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 5

เจ๊พีชประคองพงศ์จันทรเข้ามานั่งในบ้าน พงศ์จันทรค่อยๆนั่งลง
“เบาครับเจ๊...”
“โถๆๆ คุณพงศ์...ช่างน่าสงสาร เจ๊เป่าให้มั๊ยคะ จะได้หายเจ็บ” เจ๊พีซอาสา
“ไม่ต้องรบกวนเจ๊ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”
เจ๊พีชยิ้มแหย “เจ๊ไม่เข้าใจจริงๆว่าคุณพงศ์กับคุณหญิง ไปโกรธกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน”
“ผมไม่รู้หรอกครับ ผมรู้แต่ว่าจะชาติไหนๆ ก็ไม่ขอเจอยัยคุณหญิงโรคจิตคนนี้อีก และผมก็จะไม่มีวันยอมปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆแน่ เจ๊รู้จักคุณหญิงนิ่มดีขนาดไหนครับ”
“เจ๊ก็ไม่ค่อยได้คุยกับคุณหญิงนิ่มเท่าไหร่หรอกค่ะ ถ้าจะคุยกัน ก็เพราะมีธุระ หรือเป็นเรื่องงานมากกว่า”
“เหรอครับ...ผมอยากรู้จักตัวตนของคุณหญิงนิ่มให้มากกว่านี้ เจ๊พอจะแนะนำอะไรผมได้บ้างมั๊ย”
เจ๊พีชคิดนิดนึงแล้วก็นึกออก
“เจ๊รู้มากว่าคุณหญิงเขียนบล็อค คุณพงศ์ลองเข้าไปอ่านดูสิคะ มันอาจจะช่วยทำให้คุณพงศ์รู้จักคุณหญิงนิ่มมากขึ้น”
พงศ์จันทรนิ่งฟังด้วยความสนใจ


พงศ์จันทรกำลังนั่งอ่านบล็อคของหญิงนิ่มอย่างตั้งใจ
พงศ์จันทรเลื่อนเม้าส์ลงมาอ่านเรื่อยๆ จนกระทั่งอ่านจบ
“เขียนแต่เรื่องความรักทั้งนั้น แถมยังเป็นความรักที่สมหวัง เพ้อฝันที่สุด”
แล้วพงศ์จันทรก็นึกอะไรออก เขายิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจออกมา
“ผมจะสอนให้คุณรู้ว่าความรักที่แท้จริง มันเป็นยังไง?”
พงศ์จันทรเริ่มพิมพ์ข้อความลงไป
“สวัสดีครับคุณหญิง ผมเพิ่งเข้ามาอ่านบล็อคของคุณหญิงเป็นครั้งแรก มันทำให้ผมได้เห็นอีกด้านหนึ่งของความรัก..”

หญิงนิ่มกำลังอ่านข้อความของพงศ์จันทรจากไอแพด
“เพราะที่ผ่านมา...ผมถูกผู้หญิงทิ้งมาตลอด ทำให้ไม่เชื่อในรักแท้ รักแท้มีจริงด้วยเหรอครับคุณหญิง....จากชายไร้หัวใจ”
หญิงนิ่มพิมพ์ตอบกลับไป
“ถึงชายไร้หัวใจ ความรักคือสิ่งสวยงามสำหรับหญิงเสมอค่ะ การที่คุณโดนทิ้ง คงเป็นเพราะคุณกับผู้หญิงพวกนั้นไม่ใช่เนื้อคู่กัน หญิงไม่อยากให้คุณปิดกั้นตัวเองและมองความรักในแง่ลบ หญิงอยากให้คุณเปิดใจ ลองใช้ใจมอง ไม่แน่คุณอาจจะเจอคนที่รักคุณจริง”
หญิงนิ่มพิมพ์อย่างตั้งใจ

พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน พงศ์จันทรเห็นข้อความที่หญิงนิ่มพิมพ์ตอบกลับมาก็ดีใจ
“ตอบเร็วซะด้วย”
พงศ์จันทรรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไป สักพักหญิงนิ่มก็พิมพ์ตอบกลับมา เวลาผ่านไป พงศ์จันทรกับหญิงนิ่มยังคงคุยกัน โดยที่หญิงนิ่มไม่รู้ว่าคนที่คุยด้วยคือพงศ์จันทร

สุรีย์มองหน้านันทินีด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
“จะให้แม่แกล้งป่วยหนัก”
นันทินี อรอุมา และรติรสพยักหน้า
สุรีย์มีสีหน้าลำบากใจ “ชายจันทร์ไม่มีทางเชื่อ เพราะหมอตรวจร่างกายแม่โดยละเอียด ผลออกมาว่าร่างกายแม่แข็งแรงดี”
“นันไม่ได้ให้คุณแม่แกล้งป่วยตอนนี้ค่ะ คุณรติรสกับคุณอรอุมาแนะนำให้เราเริ่มแผนกันหลังจากที่หม่อมออกจากโรงพยาบาล”
สุรีย์มองนันทินีด้วยความสงสัย

รติรสกับอรอุมาใส่แว่นดำเดินเข้ามาจากอาบอบนวด อรอุมาเกาะแขนรติรสด้วยท่าทางอายๆ
“แกรู้จักที่แบบนี้ได้ยังไงรติ” อรอุมาถาม
“แกลืมไปแล้วเหรอว่ากิ๊กเก่าฉันเป็นเจ้าของอาบอบนวด” รติรสบอก
“เออ จริงด้วย”
ไม่นานแจคก็เดินออกมา รติรสกับอรอุมาเดินเข้าไปหา
“นี่เพื่อนฉัน อรอุมา” รติรสแนะนำ
“สวัสดีครับ” แจคทัก อรอุมายิ้ม “ผมเตรียมคนไว้แล้ว ตามผมมา”
แจคพารติรสกับอรอุมาเดินออกไป

แจคพารติรสกับอรอุมาเข้ามาในห้องที่มีผู้หญิง 4-5 คน ยืนอยู่ ทุกคนผมยาว ตาโต มีรูปร่าง รูปหน้าและส่วนสูงที่คล้ายประกายดาว
อรอุมาตะลึง “นี่ถ้ามองเผินๆ หรือมองด้านข้าง ดูคล้ายนังประกายดาวเลยนะเนี่ย”
“เลือกเอาเลยว่าต้องการคนไหน?” แจคบอก
รติรสกับอรอุมาเดินเข้ามาเลือกผู้หญิง ทั้งสองคนช่วยกันจับหน้าผู้หญิงหันไปหันมาอย่างพิจารณา

มิลินทร์เดินเข้ามาทำงานในออฟฟิศสำนักพิมพ์นิวส์ไลน์ พนักงานกำลังมุงดูอะไรบางอย่างที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ มิลินทร์มองด้วยความแปลกใจ
“ดูอะไรกัน!”
พนักงานคนหนึ่งหันมาพูด
“คลิปร้อนฉ่าเลยน่ะสิพี่ลินทร์”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ??! ดารา หรือ นักร้องล่ะ”
“ผิดทั้งสองข้อ แฟนใหม่ของคุณชายจันทรภานุ”
มิลินทร์อ้าปากค้างแล้วรีบแหวกคนเข้าไปดูทันที มิลินทร์เห็นว่าเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ไม่ชัดมีผู้หญิงกับผู้ชายกำลังกอดกัน ผู้หญิงหันมาเห็นแค่เสี้ยวด้านข้างแต่ดูคล้ายประกายดาวมาก
มิลินทร์อึ้งสุดๆ พนักงานที่โดนมิลินทร์ยืนบังต่างก็โวยวาย
“พี่ลินทร์หลีกหน่อยดิครับ”
มิลินทร์กดปิดคอมพิวเตอร์แล้วหันไปด่า
“ไม่มีการมีงานทำกันเหรอไง!! มาดูคลิปบ้าคลิปบออยู่ได้ ไปทำงานเลยไป”
ทุกคนรีบแยกย้ายกันออกไปทำงาน มิลินทร์หน้าเสียมาก เธอรีบเอามือถือออกมาโทรหาจิตสุภางค์
“ไอ้จิต!! ไอ้ดาวซวยแล้ว”
ประกายดาวนั่งดูคลิปผ่านไอแพดด้วยความช็อคแล้วก็กด pause ก่อนจะใช้นิ้วซูมดูหน้าผู้หญิงให้ชัดๆ ก่อนจะหันไปทางมิลินทร์กับจิตสุภางค์
“นี่ไม่ใช่ฉัน!!”
“พวกฉันรู้ว่าไม่ใช่แก แต่คนอื่นไม่รู้นี่หว่า ยัยนันทินีนี่ชักจะเล่นแรงขึ้นทุกวันแล้วนะ” จิตสุภางค์ว่า
ประกายดาวคิด “ฉันว่าต้องมีคนช่วยมากกว่า คนอย่างคุณนันทินี ไม่มีทางคิดอะไรแบบนี้ได้หรอก คนที่จะคิดได้ ต้องเป็นพวกหมาลอบกัด ชอบเล่นสกปรก”
“แล้วแกคิดว่าเป็นฝีมือใคร?” มิลินทร์ถาม
ประกายดาวครุ่นคิดแล้วก็นึกออก
“ฉันพอจะรู้แล้วว่าเป็นใคร? แต่ตอนนี้ฉันต้องรีบโทรบอกคุณชายก่อน”
ประกายดาวหยิบมือถือออกมา

จันทรภานุกับหญิงนิ่มประคองสุรีย์มานั่งที่โซฟา ระหว่างนั้นนมพรก็เดินออกมากับอ้อยที่ถือถาดวางแก้วชาโสมมาวางบนโต๊ะ
“หม่อมคะ ชาโสมค่ะ คุณชายสั่งให้นมเตรียมไว้ให้หม่อมดื่มตอนกลับมา” นมพรบอก
สุรีย์หันไปมองจันทรภานุ จันทรภานุนั่งลงข้างๆ สุรีย์ เสียงมือถือดังขึ้น จันทรภานุหยิบออกมาเห็นชื่อ “ประกายดาว” ก็กดปิดเสียงเพราะยังไม่อยากรับ แล้วเขาก็หันไปหยิบแก้วชาโสมหันมาทางสุรีย์ด้วยสีหน้าออดอ้อน
“ชาโสมช่วยบำรุงสุขภาพครับหม่อมแม่”
สุรีย์ยังนิ่ง เพราะลึกๆกำลังลุ้นกับบางอย่างที่รู้ว่ากำลังจะเกิดขึ้น หญิงนิ่มนั่งลงอีกข้างของสุรีย์
“หม่อมป้าดื่มให้หมดนะคะ”
สุรีย์พยักหน้า แล้วก็รับชาโสมจากมือจันทรภานุมาดื่ม จันทรภานุกับหญิงนิ่มมองหน้าแล้วก็ยิ้มให้กัน นมพรก็ยิ้ม ทันใดนั้นนันทินีก็แกล้งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“หม่อมแม่คะ หม่อมแม่!”
ทุกคนหันไปมองนันทินี นันทินีกับสุรีย์มองหน้าแล้วก็ส่งซิกให้กันแต่หญิงนิ่มสังเกตเห็นแล้วก็รู้สึกแปลกๆ
“มีอะไรจ๊ะหนูนัน” สุรีย์ถาม
“นันมีบางอย่างอยากให้ทุกคนได้ดูค่ะ”
สุรีย์ทำเป็นสงสัยว่าอะไร? แล้วนันทินีก็เอาไอแพดออกมากดเปิดก่อนจะส่งให้สุรีย์ สุรีย์รับมา จันทรภานุ หญิงนิ่ม นมพร และอ้อยก็ชะโงกหน้ามาดูด้วย
ทันทีที่ทุกคนเห็นก็ตกใจมาก อ้อยถึงกับหลุดปากออกมา
“ผู้หญิงคนนี้หน้าเหมือนคุณดาวแฟนคุณชายเลยนะคะ”
จันทรภานุอึ้ง เขาหันไปมองหน้าหญิงนิ่ม สุรีย์แกล้งโมโหและลุกขึ้นยืน
“นี่มันหมายความว่ายังไงชายจันทร์!”
จันทรภานุพูดไม่ออก แล้วสุรีย์ก็แกล้งทำเป็นเจ็บหน้าอก
“โอ๊ย!”
ทุกคนตกใจมาก
“หม่อมแม่!”

หมอดูอาการหม่อมสุรีย์ที่นอนไม่ได้สติบนเตียงเสร็จก็หันมาทางจันทรภานุ หญิงนิ่ม นมพร และนันทินี
หมอมีท่าทางเครียด “อาการของหม่อมน่าเป็นห่วงนะครับ ถ้ายังไงผมจะให้คนส่งยามาเพิ่ม แต่สิ่งสำคัญก็คือการดูแลทางด้านจิตใจ ช่วงนี้ห้ามให้หม่อมเครียดอีกเป็นอันขาด เพราะหม่อมมีโอกาสที่โรคหัวใจจะกำเริบ”
“เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรขนาดนี้ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาแท้ๆ” นมพรว่า
ทุกคนเครียดกันมาก ยกเว้นนันทินีที่ลอบยิ้มอย่างพอใจ
“ขอบคุณมากนะครับคุณหมอ”
“เดี๋ยวนันออกไปส่งคุณหมอค่ะ”
นันทินีกับหมอเดินออกไป จันทรภานุนั่งข้างเตียง เขาจับมือสุรีย์ขึ้นมาด้วยสีหน้าเป็นห่วง

นันทินีแอบเอาเงินให้หมอตัวปลอม หมอตัวปลอมรีบรับเงินมาเก็บ
“ถ้ามีงานง่ายเงินดีแบบนี้อีก เรียกผมได้เลยนะครับคุณนัน”
“รีบไปได้แล้ว แล้วก็อย่าให้ใครเห็น”
“ครับ”
หมอตัวปลอมรีบเดินออกไป นันทินียิ้มมุมปากด้วยสีหน้าพอใจ

สุรีย์ค่อยๆลืมตาฟื้นขึ้นมา จันทรภานุ หญิงนิ่ม และนมพรดีใจมาก
“หม่อมคะหม่อม..” นมพรเรียก
สุรีย์หันไปมองหญิงนิ่มกับนมพร
“ขอฉันคุยกับชายจันทร์สองคน”
หญิงนิ่มกับนมพรเดินออกไป แต่หญิงนิ่มไม่วายหันไปมองด้วยสีหน้ากังวลใจ
สุรีย์จับมือจันทรภานุแล้วแสร้งทำสีหน้าอ่อนแรง
“ชายจันทร์...แม่อยากขอให้ชายจันทร์ทำเพื่อแม่จะได้มั๊ย”
“หม่อมแม่อยากให้ผมทำอะไร บอกมาได้เลยครับ”
“แม่อยากให้ลูกแต่งงานกับหนูนัน” สุรีย์พูด จันทรภานุชะงัก “ก่อนที่แม่จะตาย” สุรีย์น้ำตารื้นขึ้นมา
“ทำไมหม่อมแม่พูดแบบนี้ หม่อมแม่ยังต้องอยู่กับผมไปอีกนาน”
สุรีย์ทำดราม่าแบบจัดเต็ม “แม่รู้ตัว ว่าแม่เป็นอะไร โรคที่แม่เป็น จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้” จันทรภานุมองแม่อย่างรู้สึกผิด “สิ่งเดียวที่เป็นความปรารถนาของแม่ก็คือการเห็นลูกชายคนเดียวเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้หญิงที่แม่ไว้ใจ ชายจันทร์ทำให้แม่ได้มั๊ย”
จันทรภานุเครียดสุดๆ

จันทรภานุเดินออกมา หญิงนิ่มกับนมพรรีบเข้ามาหา
“หม่อมป้าพูดอะไรกับพี่ชายคะ” หญิงนิ่มถาม
“....พี่ต้องแต่งงานกับคุณนันทินี” จันทรภานุบอก
หญิงนิ่มกับนมพรตกใจ นันทนีเดินเข้ามาได้ยินพอดีก็ดีใจออกนอกหน้า
“คุณชายพูดจริงเหรอคะ”
ทุกคนหันไปเห็นนันทินีที่ยิ้มหน้าบาน นันทินีรู้ตัวก็รีบหุบยิ้มแล้วตีหน้าเศร้า
“เออ..ความจริงคุณชายไม่ต้องทำตามที่หม่อมแม่พูดก็ได้นะคะ นันเข้าใจคุณชาย ถ้าคุณชายไม่ได้รักนัน แต่งงานกันไปก็คงไม่มีความสุข”
“พูดถูกแล้ว งั้นพี่นันก็เข้าไปบอกหม่อมป้าสิคะว่าพี่นันจะไม่แต่งงานกับพี่ชาย” หญิงนิ่มบอก
นันทินีเหวอแล้วรีบกลับคำ “อ่า..ตะ..แต่แต่มาคิดอีกที ช่วงนี้หม่อมแม่อาการยังน่าเป็นห่วง ถ้าเราขัดใจท่าน นันกลัวว่าหม่อมแม่จะไม่สบายมากขึ้น” นันทินีทำเป็นกลุ้ม “โอ๊ย..นี่นันจะทำยังไงดี? กลุ้มใจอ่ะค่ะ”
หญิงนิ่มมองนันทินีด้วยความหมั่นไส้ นมพรเองก็เอือม
“ไม่ว่ายังไงผมก็แต่งงานกับคุณ คุณเตรียมตัวไว้ก็แล้วกัน”
นันทินีดีใจแต่ต้องไม่แสดงออก จันทรภานุเดินออกไป หญิงนิ่มหันไปมองนันทินีอย่างไม่พอใจแล้วก็เดินตามจันทรภานุออกไป นันทินียิ้มออกมาด้วยความสะใจก่อนจะหันไปเห็นนมพรมองอยู่จึงรีบปรับสีหน้า
“นันขอเข้าไปดูหม่อมแม่ก่อนนะคะ”
นันทินีรีบเดินเข้าไป นมพรถอนหายใจออกมาอย่างสงสารจันทรภานุ
นันทินีกับสุรีย์ตีมือหัวเราะคิกคัก หน้าตาที่เคยป่วยของสุรีย์กลับมาสดใสซาบซ่า
“แผนของคุณอรอุมากับคุณรติรสนี่ยอดเยี่ยม” สุรีย์ยกนิ้วโป้งให้ “แม่นึกไม่ถึงจริงๆว่ามันจะได้ผลเกินคาด”
“หม่อมแม่เองก็ใช่ย่อยซะที่ไหน ตีบทคุณแม่ผู้อ่อนแอได้แตกกระจุย น่าจะไปเป็นดารานะคะ รับรองซุปตาร์หน้าไหนก็ไม่ได้เกิด”
สุรีย์กับนันทินีหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจมากๆ


หญิงนิ่มเดินตามจันทรภานุออกมา
“พี่ชายคิดดีแล้วเหรอคะที่จะแต่งงานกับพี่นัน”
จันทรภานุหันมาพูด “น้องหญิงก็เห็นว่าพี่ไม่มีทางเลือก นี่เป็นครั้งแรกที่พี่เห็นหม่อมแม่ป่วยหนัก และถ้าพี่ไม่ทำตามที่หม่อมแม่ขอ พี่ก็คงไม่ต่างจากลูกอกตัญญู”
“แต่หญิงรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีลับลมคมในบางอย่าง บางทีหม่อมป้าอาจจะร่วมมือกับพี่นัน”
จันทรภานุเสียงแข็ง “หม่อมแม่ไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นแน่”
“หญิงขอโทษค่ะ หญิงแค่คิดเท่านั้น” หญิงนิ่มบอก จันทรภานุถอนหายใจ “แล้วพี่ดาวล่ะคะพี่ชาย”
พอหญิงนิ่มพูดถึงประกายดาว จันทรภานุก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา

ประกายดาวหันไปพูดกับจิตสุภางค์และมิลินทร์
“คุณชายไม่รับโทรศัพท์ฉันเลย”
จิตสุภางค์คิด “หรือว่าเค้าจะเห็นคลิปแกแล้ว”
“ก็ไม่แน่ คุณชายหูตาหยั่งกับสับประรด ป่านนี้คงกำลังด่าฉันอยู่” ประกายดาวบอก
ทันใดนั้นเสียงมือถือของประกายดาวก็ดังขึ้น ประกายดาวหยิบขึ้นมาเห็นชื่อที่หน้าจอก็หันขวับไปมองหน้าเพื่อน
“คุณชาย!” ประกายดาวกดรับสาย “ค่ะคุณชาย จะให้ฉันออกไปเจอคุณเดี๋ยวนี้”
ประกายดาวรู้สึกถึงลางร้าย เธอหันไปมองเพื่อนด้วยสีหน้ากังวลใจ


ประกายนั่งลงตรงข้ามจันทรภานุ
“เพราะคุณ...ทำให้ผมต้องแต่งงานกับคุณนัน” จันทรภานุว่า
ประกายดาวฉุน “อย่ามาโทษฉันสิคุณชาย”
“ทำไมผมจะโทษคุณไม่ได้ ก็คุณดันทำคลิปอุบาทว์ๆหลุดออกมาทำไม?”
“คนในคลิปไม่ใช่ฉัน!”
“เห็นขนาดนั้น ยังจะกล้าปฏิเสธ ผมอุตส่าห์หลงเชื่อใจ ไว้ใจคุณ แต่คุณกลับ...” จันทรภานุผิดหวังมาก “จะว่าไปผมก็ผิดเองที่เลือกคุณ ผมน่าจะรู้ตั้งแต่แรกว่าคุณเป็นผู้หญิงประเภทไหน” จันทรภานุพูดไปก็รู้สึกเสียใจและผิดหวังเพราะคิดว่าประกายดาวเป็นแบบนั้น
“ที่ฉันเปิดใจเล่าเรื่องของฉันให้คุณฟัง มันยังทำให้คุณไม่รู้จักฉันอีกเหรอ?”
“ทำไมผมจะไม่รู้จักคุณ!! ผมรู้จักคุณดีประกายดาว คุณมันทะเยอทะยาน อยากเด่นอยากดัง คุณถึงรับปากช่วยผม ผมน่าจะฉุกคิดตอนที่เพื่อนผมเตือนเกี่ยวกับคุณ ว่าทำไมคุณต้องช่วยผมมากขนาดนี้ ที่แท้คุณก็หวังจะใช้ผมเป็นบันไดยกระดับตัวเองให้เข้ามาอยู่ในแวดวงไฮโซ”
ประกายดาวโกรธมาก เธอลุกขึ้นยืน
“คุณดูถูกฉันเกินไปแล้วคุณชาย”
เสียงที่ดังของประกายดาว ทำให้คนทั้งร้านหันมามองเป็นตาเดียว จันทรภานุอาย
“ฉันชักสงสัยแล้วว่าจริงๆคุณเป็นผู้ชายรึป่าว อายุขนาดนี้ถึงยังไม่มีแฟนซักที” ประกายดาวว่า
จันทรภานุโมโหลุกขึ้นยืน “นี่!” จันทรภานุด่าไม่ออก
“นี่ทำไมนี่ทำไม??!! เถียงไม่ทันฉันล่ะสิ” ประกายดาวว่า จันทรภานุโกรธจนพูดไม่ออก “จำไว้นะคุณชายว่าฉันไม่เคยต้องการอะไรจากคุณ”
ประกายดาวน้ำตาคลอเบ้าทำให้จันทร์ภานุอึ้ง ประกายดาวเดินจ้ำออกไป จันทรภานุรู้สึกผิดที่ตัวเองโพล่งว่าประกายดาวไปแบบนั้น

จันทรภานุเดินเข้ามาในห้องนอน
จันทรภานุถอนหายใจ “จะเสียใจทำไม เค้าจะเป็นอะไรก็เรื่องของเค้าสิ”
จันทรภานุรู้สึกสับสนต่อความรู้สึกตัวเองที่มีต่อประกายดาว ภาพประกายดาวน้ำตาคลอผุดขึ้นมาในหัว จันทรภานุครุ่นคิดแล้วก็หยิบมือถือขึ้นมาโทรหาอภิเชษฐ์
“อภิเชษฐ์ ฉันมีเรื่องอยากให้ช่วย”


จิตสุภางค์กับมิลินทร์ฟังที่ประกายดาวดาวเล่าจบก็รู้สึกโมโห
“อีตาคุณชายปากจัด!! ดีแล้วที่แกเลิกยุ่งกับเค้า!” จิตสุภางค์ว่า
“จริง! จะว่าไปตั้งแต่แกเข้าไปยุ่งกับคุณชาย ชีวิตแกมันก็วุ่นวายมีแต่ปัญหา” มิลินทร์บอก
“พูดน่าคิด..พระเจ้าอาจกำลังบอกแกว่าควรเลิกล้มความตั้งใจเรื่องการมีลูกโดยไม่มีผัว เพราะมันอาจเป็นการฝืนลิขิตสวรรค์ และถ้าแกยังขืนดันทุรังทำต่อไป มันก็จะทำให้แกซวย..ซวย..ซวยแล้วก็ซวย”
ประกายดาวเงียบ เธอนิ่งคิดตามแล้วมีสีหน้าลังเล พลันเสียงกดออดก็ดังขึ้นถี่ๆ ทั้งสามสาวแปลกใจว่าใครมา ประกายดาวลุกไปเปิดประตูก็เห็นว่าเป็นเจ๊พีชที่ยืนหน้าแย่อยู่
“เจ๊พีช!”
เจ๊พีชรีบเดินเข้ามาข้างใน จิตสุภางค์กับมิลินทร์ยกมือไหว้ เจ๊พีชรับไหว้แบบลวกๆแล้วก็หันไปทางประกายดาวด้วยสีหน้าร้อนใจ
“ดาว..เกิดเรื่องใหญ่แล้ว?” เจ๊พีซบอก “ลูกค้าแคนเซิลงานของดาวหมดเลย”
ประกายดาว จิตสุภางค์ และมิลินทร์ตกใจ
“แคนเซิล!!! ทำไมอ่ะเจ๊?” ประกายดาวถาม
“เพราะคลิปร้อนฉ่าของดาวยังไงล่ะ?”
ประกายดาว จิตสุภางค์ และมิลินทร์อึ้ง
“นั่นไม่ใช่ดาวนะเจ๊” ประกายดาวบอก
“เจ๊รู้ เจ๊พยายามอธิบาย ก็ไม่มีใครฟัง ทุกคนมั่นใจว่าเป็นดาว ก็เลยพร้อมใจกันยกเลิก เพราะกลัวดาวจะทำให้งานเค้าเสีย”
“แต่ไอ้ดาวมันเป็นช่างภาพ ไม่ใช่นางแบบ” จิตสุภางค์บอก
“ก็คนที่มันแคนเซิลงานดาว คือพวกบรรดาเมียเมียและเมียของลูกค้ายังไงล่ะ เค้ากลัวแกจะไปอ่อยผัวเค้า” เจ๊พีซว่า
ประกายดาว จิตสุภางค์ และมิลินทร์ตกใจ “เฮ้ย!!”
เสียงกดออดดังขึ้นถี่ๆ ทุกคนหันไปมอง
“น่าน..ใครมาอีก??”
ประกายดาวเดินไปตรงหน้าประตูอย่างกล้าๆกลัวๆ แล้วเธอก็ตัดสินใจเปิด แดนดินยืนหน้าแดงควันออกหูอยู่ ทุกคนตกใจ แดนดินกำลังจะอ้าปาก ประกายดาวชิงชี้หน้า
“หยุดเลยพี่ดิน...ดาวฟังมามากพอแล้ว ดาวบอกไว้ตรงนี้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ดาว และถ้าพี่ดินไม่เชื่อน้องสาวคนเดียวของพี่ ก็ไม่ต้องมานับญาติกันอีก ลาทีลาขาดกันไปจริงๆเลยคราวนี้”
ประกายดาวพูดอย่างจริงจังมากทำให้แดนดินสงบ แล้วเขาก็เข้ามาในห้อง จิตสุภางค์ มิลินทร์ และเจ๊พีชไหว้แดนดิน แดนดินรับไหว้
“แล้วแกจะทำยังไง? ตอนนี้ใครๆก็คิดว่าเป็นแก ลูกค้าร้านฉันถึงกับไรท์ซีดี” แดนดินหยิบซีดีออกมา “มาให้ฉันดู ฉันงี้ทำหน้าไม่ถูก อายจนอยากจะมุดดินหนี”
ประกายดาวโกรธแค้นมาก
“ดาวต้องหาทางพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่านี่ไม่ใช่ดาว ดาวจะไม่ยอมเสียชื่อเสียงที่ดาวสร้างมาภายในวันเดียว”
“แล้วน้องดาวจะทำไง” เจ๊พีซถาม
“เริ่มจากผู้หญิงในคลิป”
ประกายดาวหันไปมองทุกคนด้วยสีหน้ามุ่งมั่นเอาจริง

นันทินี รติรส และอรอุมาเอาแก้วไวน์มาชนกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขมาก
“นันต้องขอบใจคุณอรกับคุณรติอย่างมาก ที่ช่วยวางแผนกำจัดนังดาวออกไปจากชีวิตของคุณชาย และทำให้นันได้แต่งงานกับผู้ชายที่นันรัก”
อรอุมากับรติรสยิ้มให้กัน แล้วก็หันมาหานันทินี
“อรยินดีแล้วก็ดีใจกับคุณนันด้วยจริงๆนะคะ” อรอุมาบอก
รติรสชวน “มาดื่มฉลองกันดีกว่าค่ะ หมดแก้วเลยนะคะ”
ทั้งสามคนยกขึ้นดื่มจนหมดแก้วแล้วก็หัวเราะกันคิกคัก


ประกายดาว จิตสุภางค์ มิลินทร์ เจ๊พีช และแดนดินกำลังดูคลิปผ่านทางไอแพด
“ผู้หญิงคนนี้ดูช่ำชอง และรู้มุมที่จะทำให้ตัวเองดูเซ็กซี่” แดนดินคิด “พี่ว่าต้องเป็นผู้หญิงอย่างว่าแน่ๆ”
ทุกคนเห็นด้วยกับแดนดิน
“จากที่ฉันเป็นนักข่าวมาหลายปี ถ้าไม่รู้ตัวบุคคลก็ต้องดูสถานที่ว่าคือที่ไหน” มิลินทร์บอก
จิตสุภางค์พูด “ลิฟต์แบบนี้ ที่ไหนที่ไหนก็มี”
แล้วเจ๊พีชก็เห็นอะไรบางอย่าง
“มีอะไรติดที่กระจกในลิฟต์ก็ไม่รู้ฮะ”
ประกายดาว Pause ภาพเอาไว้แล้วก็ขยายขึ้นมา
“เหมือนโปสเตอร์..โฆษณาเหล้า” แดนดินเห็นโลโก้มุมล่างโปสเตอร์ “โลโก้นี้มัน...” ทุกคนหันขวับไปมองแดนดิน “ฮอตสตาร์อาบอบนวด!! พี่เคยไป”
“พี่ดินเคยไป!! แล้วพี่วัลย์รู้รึเปล่าเนี่ย” ประกายดาวเสียงเข้ม
แดนดินหน้าแหย “ไม่รู้” แดนดินเสียงอ่อน “แต่พี่ไปสองสามครั้งเองนะ เพื่อนมันคะยั้นคะยอให้ไป”
“ที่แท้ก็เด็กอ่าง..มิน่า...” จิตสุภางค์ว่า
ประกายดาวคิด “ถ้าจะจับลูกเสือ ก็ต้องเข้าถ้ำเสือ”
“พี่ไปจับลูกเสือสาวตัวนี้ให้เอง” แดนดินอาสา
“ไม่ต้องเลยพี่ดิน อย่ามาเนียน” ประกายดาวว่า แดนดินยิ้มแหย “ดาวจัดการเอง เราต้องหาคนพาเข้าไป”


พงศ์จันทรนั่งลงตรงข้ามประกายดาว จิตสุภางค์ มิลินทร์ และเจ๊พีช
“พวกคุณมาขอความช่วยเหลือถูกคนแล้ว ผมเคยไปที่นั่น แต่พาลูกค้าไปนะครับ ไม่ได้ไปใช้บริการ” พงศ์จันทรรีบอธิบายให้ประกายดาวฟัง “พวกคุณชิลอยู่ที่บ้านได้เลย รับรองไม่เกินเที่ยงคืน ผมจะเค้นความจริงมาให้คุณดาวเอง”
“ไม่ค่ะ พวกเราจะไปกับคุณด้วย” ประกายดาวบอก
“แน่ใจนะครับ” พงศ์จัทรถาม ทุกคนพยักหน้า “ถ้างั้นก็ได้..แต่! พวกคุณจะไปทั้งๆที่เป็นผู้หญิงแบบนี้ไม่ได้”
ประกายดาว จิตสุภางค์ มิลินทร์ และเจ๊พีชมองหน้ากัน

พงศ์จันทรพาประกายดาว จิตสุภางค์ และมิลินทร์ที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย ใส่หมวก ใส่แว่น ติดหนวดเดินเข้ามา พร้อมกับเจ๊พีชที่หวีผมเรียบแปล้ แอ๊บแมนเดินรั้งท้าย ระหว่างนั้นมีพนักงานออกมาต้อนรับ
“สวัสดีครับคุณพงศ์”
“ผมพาเพื่อนมา ขอตัวเด็ดเลยนะ” พงศ์จันทรบอก
“ได้เลยครับ มีเด็กใหม่เพียบ เชิญคุณพงศ์พาเพื่อนไปเลือกได้เลย”
พนักงานพาทุกคนมาที่หน้าตู้กระจกที่มีสาวๆนั่งกันอยู่ ทั้งสี่คนมองหาผู้หญิงคนนั้น
“ไม่มีผู้หญิงในคลิป” ประกายดาวบอก
พงศ์จันทรเอามือถือออกมาเปิดรูปที่แค๊บมาจากคลิปให้พนักงานดู
“วันนี้น้องคนนี้มาทำงานรึเปล่า”
“อ๋อ...น้องแคท..มาครับ แต่รับแขกท่านอื่นอยู่”
ทุกคนมองหน้ากัน พงศ์จันทรคิดต่อว่าจะทำยังไง

แคทเดินเข้ามาในห้อง ลูกค้ายืนหันหลังอยู่
“สวัสดีค่ะท่าน”
ลูกค้าคนนั้นหันมาคือจันทรภานุ จันทรภานุเห็นแคทก็ชะงักเพราะหน้าคล้ายประกายดาวมาก พอเห็นจันทรภานุแคทก็ดึงเสื้อให้คอกว้างขึ้นทันที จันทรภานุมองหน้าแคทแล้วก็นึกย้อนกลับไป

อ่านต่อหน้าที่ 2

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 5 (ต่อ)

ภาพในอดีตย้อนกลับมา อภิเชษฐ์เอารูปแคทวางบนโต๊ะแล้วดันไปตรงหน้าจันทรภานุ จันทรภานุเอารูปขึ้นมามองอย่างพิจารณา
“ผู้หญิงในคลิป ไม่ใช่คุณประกายดาว เธอชื่อแคท เป็นนางในตู้กระจก”
จันทรภานุมองรูปด้วยสีหน้าครุ่นคิด


แคทเดินเข้ามาใกล้จันทรภานุมากๆ จันทรภานุถอยหลังไปหนึ่งก้าว แคทยิ้มอย่างถูกใจ
“ท่าทางท่านจะเป็นคนขี้อายนะคะ ท่านชอบแบบไหน บอกแคทได้นะคะ แคทจัดให้ท่านได้ทุกอย่าง เพื่อให้ท่านมีความสุข”
จันทรภานุกลืนน้ำลายเพราะชักฝ่อ “ผมชอบแบบ...ค่อยเป็นค่อยไป”
“ได้ค่ะ”
แคทเดินไปเปิดเพลง เสียงเพลงยั่วยวนดังขึ้น แคทหันมาเต้นช้าๆ จันทรภานุเหงื่อแตกซิก


ประกายดาว จิตสุภางค์ มิลินทร์ และเจ๊พีชมองพนักงานด้วยความตกใจ พงศ์จันทรก็ยืนอยู่ด้วย
ประกายดาวดัดเสียงใหญ่ “ต้องแยกห้องกัน!!”
“ห้องเดียวกันไม่ได้เหรอน้อง พวกพี่ชอบทำพร้อมๆกัน” จิตสุภางค์บอก
“ไม่ได้จริงๆครับท่าน มันเป็นกฎของเรา ห้องละหนึ่งคน” พนักงานย้ำ สามสาวกับหนึ่งเก้งหน้าเสีย “เชิญท่านเข้าไปรอในห้องได้เลยครับ”
พนักงานเดินออกไป
“ผมว่าเรารีบแยกย้ายกันตามหาผู้หญิงคนนั้นเถอะ” พงศ์จันทรเสนอ
แต่ยังไม่ทันออกไป สาว 5 คนก็เดินมาทำเอาประกายดาว พงศ์จันทร เจ๊พีช จิตสุภางค์ และมิลินทร์ผงะไปพร้อมๆกัน แล้วสาวทั้ง 5 ก็เข้ามาควงแต่ละคนเอาไว้
“เชิญเข้าห้องเลยค่ะท่าน”
ประกายดาวกระซิบพงศ์จันทร “เอาไง?”
“ตามน้ำไปก่อน แล้วค่อยหาทางออกมา” พงศ์จันทรบอก
ประกายดาว พงศ์จันทร จิตสุภางค์ มิลินทร์ และเจ๊พีชมองหน้ากันก่อนจะหันไปมองสาวๆแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก

ห้องที่หนึ่ง -- สาวจะเข้ามาถอดเสื้อเจ๊พีช
เจ๊พีซร้องลั่น “ว๊าย!!” สาวตกใจ เจ๊พีซรู้ตัวก็รีบแอ็บแมน “เฮ้ย! พี่ยังไม่พร้อม”

ห้องที่สอง จิตสุภางค์เปิดวิทยุในห้อง แล้วก็หันมาทางสาวที่มาด้วย
“มาเต้นบิ้วอารมณ์กันก่อนดีกว่า วู้วู้”
จิตสุภางค์กับสาวเต้นด้วยกัน

ห้องที่สาม มิลินทร์นั่งอยู่บนเตียงที่หมุนได้แบบหน้าตาตื่นมาก แล้วเธอก็หันไปเห็นสาวนุ่งผ้าขนหนูเดินออกมาจากห้องน้ำ มิลินทร์กลืนน้ำลายเอื๊อก

ห้องที่สี่ สาวเดินมานั่งข้างพงศ์จันทร
“อยากนวด หรืออาบก่อนค่ะ”
“นวดก่อนแล้วกัน”
สาวอมยิ้ม

ห้องที่ห้า สาวคนที่ห้านั่งตักประกายดาว ประกายดาวตกใจ
“จะทำอะไร!”
“ตื่นเต้นแบบนี้ ครั้งแรกชิมิ”
“เออ..อ่า..ใช่ใช่”
สาวจับหน้าประกายดาว “ถ้างั้นก็เริ่มจากเบาๆ”
สาวคนนั้นจะซุกไซร้ซอกคอประกายดาว ประกายดาวตกใจรีบลุกพรวดทำให้สาวล้มก้นจ้ำเบ้ากระแทกพื้นอย่างแรง ประกายดาวหน้าเสีย
ประกายดาวเหรอหรา “ฉัน..ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ”
ประกายดาวรีบออกไป สาวคนนั้นงงมาก
“แล้วทำไมไม่เข้าในห้อง” พูดแล้วเธอก็เจ็บก้นกบ “อุ๊ย”

แคทเต้นเข้ามาหาจันทภานุที่ยืนอยู่ แล้วก็หันมาจะปลดกระดุมเสื้อจันทรภานุ จันทรภานุตกใจ
“เดี๋ยว!”
แคทเซ็ง “ยังบิ้วอารมณ์ไม่พออีกเหรอคะท่าน”
“ผมมีเรื่องอยากถามคุณ”
แคทแปลกใจ

ประกายดาวหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอค่อยๆโผล่หน้าออกมาที่ทางเดินด้วยความระแวดระวัง พอไม่เห็นใครเธอก็โล่งใจแล้วก็คิด
“ขืนรอทุกคนออกมา เสียเวลาตาย ต้องรีบลงมือเองแล้ว”
ประกายดาวย่องออกมาจากที่ซ่อนแล้วเดินไปตามทาง


แคทมองจันทรภานุแล้วนิ่วหน้าเพราะแปลกใจ
“ท่านจะถามอะไรฉันคะ”
ยังไม่ทันที่จันทรภานุจะพูด เสียงโทรศัพท์ในห้องก็ดังขึ้น แคทผงะ..
“ซักครู่นะคะ” แคทเดินไปรับสาย “ฮัลโหล” แคทตกใจ เหลือบมองจันทรภานุแล้วพูดเสียงเบา “ไอ้พวกทวงหนี้มาที่บ้าน และกำลังจะหามาฉันที่นี่”
แคทหน้าตาเหรอหรามาก เธอวางสายแล้วหันไปทางจันทรภานุ
“ฉันมีธุระ ต้องรีบไป ลานะคะท่าน”
จันทรภานุอ้าปากค้างเพราะพูดไม่ทัน แคทรีบออกไป
“นี่...เดี๋ยวสิ...!”
จันทรภานุรีบตามออกไป


ประกายดาวเปิดประตูห้องหนึ่งเข้าไปแต่ไม่เจอแคทเจอลูกค้าคนอื่น ลูกค้ากับสาวตกใจ
“เปิดเข้ามาทำไม?!”
ประกายดาวหน้าแหย “ขอโทษฮะ ขอโทษ”
ประกายดาวรีบออกมาแล้วก็พ่นลมหายใจ ก่อนจะหันไปแต่กลับโดนแคทชนเต็มๆ แคทหันมา ประกายดาวจำได้ก็ชี้หน้า
“คุณ!!”
แคทตกใจเพราะนึกว่าพวกทวงหนี้จึงรีบผลักประกายดาวออกไปอย่างแรงแล้ววิ่งหนี ประกายดาวเซหงายหลัง กำลังจะล้ม แต่จันทรภานุเข้ามารับเอาไว้ได้ทัน ประกายดาวหันไปเห็นจันทรภานุก็ตกใจมาก แต่จันทรภานุยังจำประกายดาวไม่ได้
“คุณชาย!”
พอได้ยินเสียงประกายดาว จันทรภานุก็เหวอ
“คุณดาว? ทำไมคุณแต่งตัวแบบนี้ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ไง”
“ฉันไม่มีเวลาตอบคำถาม” จันทรภานุหันไปมองหาแคท “ผู้หญิงคนนั้นหายไหนแล้ว”
ประกายดาวรีบออกไป จันทรภานุพอจะรู้ที่มาที่ไปก็เลยรีบตามประกายดาวไป
ประกายดาววิ่งมาตามทาง แต่เจอจิตสุภางค์กับมิลินทร์วิ่งหน้าตาตื่นออกมา
“ไม่ไหวแล้วไอ้ดาว ฉันจะถูกปล้ำแล้วเนี่ย” จิตสุภางค์บอก
“ฉันก็ด้วย เอะอะเตียงหมุนเตียงหมุน เวียนหัว จะอ้วก” มิลินทร์ว่า
ประกายดาวยังไม่ทันพูดอะไร เจ๊พีชก็วิ่งออกมาในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงบ๊อกเซอร์ลายเสือ ตามหน้าของเจ๊พีซมีรอยจูบเต็มไปหมด สามสาวตกใจ
“ช่วยพี่ด้วยฮ่ะ พี่” เจ๊พีซสะอื้น “เสียแล้ว หมดแล้ว”
สามสาวตกใจ
“หมายความว่าเจ๊เสียตัวไปแล้วเหรอ?!” จิตสุภางค์ถาม
“ยัง..แต่เกือบ”
สามสาวร้อง “โธ่” ระหว่างนั้นจันทรภานุก็วิ่งตามมาแล้วหอบ
“คุณดาว..”
จิตสุภางค์ เจ๊พีช และมิลินทร์หันไปเห็นจันทรภานุก็ตกใจ
“คุณชายจันทร์!”
“อย่าเพิ่งตกใจกัน รีบตามน้องแคทก่อน!” ประกายดาวบอก
“ผมไปด้วย ผมรู้ความจริงแล้ว”
ประกายดาวมองจันทรภานุอึ้งๆ แต่ยังไม่มีเวลาอธิบายอะไรมาก ทั้งหมดรีบเดินออกไปด้วยกัน

ประกายดาว จันทรภานุ จิตสุภางค์ มิลินทร์ และเจ๊พีชรีบเดินออกมาข้างหลังอาบอบนวดแล้วมองไปรอบๆ
“หนีไปแล้วแน่เลย” ประกายดาวว่า
“แล้วมันหนีแกทำไม?” จิตสุภางค์ถาม
“ฉันจะไปรู้เหรอ พอเห็นหน้าฉัน มันก็วิ่ง”
เข่งที่วางอยู่ด้านหลังเคลื่อนออกไปอย่างช้าๆ เจ๊พีชหันไปเห็นก็ชะงักแล้วรีบสะกิดให้ทุกคนดู ประกายดาว จันทรภานุ จิตสุภางค์ และมิลินทร์หันมาเห็นก็มองหน้าอย่างรู้กันว่าในเข่งคือแคท เจ๊พีชเดินมานั่งทับเข่ง
“เมื่อยจังเลยอ่ะ ขอนั่งพักก่อนนะ”
เจ๊พีชขย่มๆๆ เสียงร้องของแคทดังออกมา
“โอ๊ย!”
ทั้งสี่คนมองหน้ากัน แล้วเจ๊พีชก็ลุกขึ้นเปิดเข่ง แคทตาเหลือกรีบยกมือไหว้
“อย่าทำฉันเลยนะ ฉันกลัวแล้ว”
“พวกเราไม่ได้จะทำอะไรเธอซักหน่อย” ประกายดาวบอก
“ฉันไม่เชื่อ พวกแกคือพวกทวงหนี้ไม่ใช่เหรอ? ฉันบอกแล้วไงว่าฉันยังไม่มีเงินจ่าย”
“คนพวกนี้ไม่ใช่เจ้าหนี้ของคุณ เค้ามากับผม เรามีเรื่องที่ต้องถามคุณ!” จันทรภานุบอก
แคทมองอย่างไม่เชื่อ ทันใดนั้นคนคุมอาบอบนวดก็เดินออกมา
“แคท..มีอะไร!”
แคทรีบฟ้อง “ไอ้พวกนี้มันจะรุมโทรมฉันน่ะพี่”
ทั้งห้าคนตกใจ “เฮ้ย!”
คนคุมไม่พอใจ เขาเป่าปากเรียกพวก ไม่นานลูกน้องสี่ห้าคนออกมาล้อมพวกประกายดาวเอาไว้ จันทรภานุ ประกายดาว จิตสุภางค์ มิลินทร์ เจ๊พีชยืนหลังชนกัน
“ซวยแล้วไอ้ดาว” มิลินทร์ว่า


สาวที่บริการพงศ์จันทรจะถอดเสื้อให้พงศ์จันทร
“อ๊ะๆ อย่าเพิ่ง ผมไม่ชอบถอดก่อน”
สาวกัดปาก “ได้เลยค่ะ งั้นรอแป๊บนะคะ เดี๋ยวเค้าออกมาหาตะเอง”
พงศ์จันทรยิ้มแล้วพยักหน้า สาวคนนั้นเดินเข้าไปในห้องน้ำ พงศ์จันทรโล่งอกแล้วก็รีบออกจากห้อง

พวกคนคุมเดินเข้ามา ประกายดาว จิตสุภางค์ มิลินทร์ และเจ๊พีชกรี๊ดลั่นแล้วก็ถอยไปรวมตัวกัน จันทรภานุพุ่งเข้าสู้กับพวกคนคุม
เจ๊พีชลนลานมาก “กะเทยอย่างพี่ต้องมาดับชีวีตรงนี้เหรอเนี่ย?”
ประกายดาว จิตสุภางค์ และมิลินทร์หันไปเห็นคนคุมสองคนเดินเข้ามา ประกายดาว จิตสุภางค์ และมิลินทร์รีบถอยกรูดจนเหลือเจ๊พีชคน
10 จากทั้งหมด 16 รูป
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...