xs
sm
md
lg

มนต์จันทรา ตอนที่ 3

เผยแพร่:

มนต์จันทรา ตอนที่ 3

เกลียวคลื่นกำลังม้วนตัวเข้าสู่ฝั่ง ก่อนที่ช่วงเท้าของสาระวารีและษมาจะเดินเหยียบฟองคลื่นที่ซัดเข้ามา ทั้งคู่เดินคุยกันมาเรื่อยๆ ตามชายหาด

"หลังจากรอดตายวันนั้น ผมก็เอาเงินที่ได้จากบ่อนมารวมกับเงินเก็บที่มีอยู่ทั้งหมดไปทำธุรกิจ ทำหลายอย่าง ดีบ้าง เจ๊งบ้าง ล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายรอบ กว่าจะมีวันนี้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกนะ
ว่าผมเคยลำบากมามากขนาดไหน"
สาระวารียังคาใจ
"ธุรกิจของคุณ รวมทั้งเรื่องขุดพลอยด้วยรึเปล่า"
"โดนไอ้ดิตถ์มันเป่าหูมาล่ะสิ"
"ก็แล้วจริงรึเปล่าล่ะ"
"พูดไปก็เหมือนแก้ตัว ถ้ามีโอกาส คุณฟังความจากหลายๆด้านดีกว่า"
"ก็ตอนนี้ฉันอยากฟังจากปากคุณ"
ษมายิ้มๆ แล้วถอนใจ
"เอาเป็นว่า ช่วงนั้นผมขยายงานเร็วเกินตัวไปหน่อย ก็เลยหมุนเงินไม่ทัน เดชเลยชวนผมไปขุดพลอย"
สาระวารีถามสวนไป
"คุณเดชน้องชายคุณดิตถ์"
"ใช่ ผมโชคดีได้พลอยมาขายได้เป็นสิบๆล้าน ผมเลยรอดวิกฤติมาได้ แล้วก็ต่อยอดธุรกิจมาเรื่อยๆ จนมีอย่างทุกวันนี้"
"ส่วนคุณเดชกลับถูกฆ่าตาย คุณดิตถ์เลยคิดว่าเป็นฝีมือคุณ ฆ่าเพื่อชิงพลอย คุณดิตถ์เลยผูกใจเจ็บคุณถึงวันนี้"
ษมายักไหล่
"ก็แล้วแต่คุณจะเชื่อใคร"
สาระวารีถอนใจออกมา สีหน้าใช้ความคิด ษมาหยุดเดินหันมองหน้า
"แล้วคุณล่ะ หลังจากวันนั้นเป็นยังไงมั่ง"
สาระวารีสีหน้าซึมเศร้าลง

คืนนั้น ในอดีต หลังเหตุการณ์ที่บ่อน สาระวารีถือซองใส่ยา และข้าวผัดสามห่อกลับเข้าบ้านมาในกลางดึกคืน เธอวิ่งเข้าบ้านมาพร้อมตะโกนบอกด้วยความดีใจ
"สะมา เราได้ยากลับมาแล้ว"
ทันใดนั้น สาระวารีก็ต้องยืนช็อก เมื่อเห็นสาระสะมานั่งกอดศพแม่ร้องไห้ด้วยความเสียใจสุดๆ
"วารี แม่ไม่หายใจแล้ว"
สาระวารีหมดเรี่ยวแรง ทั้งถุงยา ถุงข้าวผัดหล่นลงพื้น เธอโผเข้าไปกอดแม่ทันที
"แม่"
ขณะนั้นเอง สารก็เดินกลับเข้าบ้านมาด้วยความหงุดหงิด
"นังวารี เอ็งอยู่ไหนวะ อีตัวซวย"
สารถึงกับช็อกเมื่อเห็นภาพลูกสาวทั้งสอง กอดศพอ่อนนุชร้องไห้อยู่ สาระวารีกำลังเสียใจ โกรธแค้นอย่างหนัก เลยโผเข้าไปหาพ่อ เธอร้องไห้ฟูมฟาย เขย่าตัวสารที่ยืนช็อกอยู่อย่างสุดแรง และโกรธพ่อที่ติดการพนันจนแม่ตาย
"หนูเกลียดพ่อ พ่อทำให้แม่ตาย พ่อฆ่าแม่ หนูเกลียดพ่อ"

สาระวารีหันมองไปทางทะเล แอบยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างไว้ฟอร์ม ษมาสีหน้าสงสารเห็นใจ อยากยกมือไปลูบหลังให้กำลังใจ แต่เธอหันกลับมาซะก่อน เขาเลยรีบปาดมือขึ้นทำเสยผมแทนซะงั้น
ษมายิงคำถามต่อทันที
"จ่าบูรณ์เคยเล่าว่าคุณกับพี่สาวย้ายไปอยู่กับคุณยายที่กรุงเทพใช่มั้ย"
สาระวารีพยักหน้ารับ
"คุณยายสงสารฉันกับสะมา เอ่อ พี่สาวฉันน่ะ ค่ะ"
"ชื่อเหมือนผมเลยเหรอ"
"ค่ะ แต่สะกดคนละอย่าง สเสือสระอะ มออามา"
ษมาพยักหน้ารับทราบ
"แล้วไงต่อ"
"น้าสะใภ้เกลียดพวกเรา กลัวจะมาเป็นตัวหารสมบัติ พวกเราก็เลยถูกเลี้ยงมาแบบทิ้งๆ ขว้างๆ พอคุณยายเสีย เราก็ถูกไล่ออกจากบ้าน โชคดีที่คุณยายซื้อพันธบัตรทิ้งไว้ให้ เราถึงได้สบายขึ้น"
"แล้วพ่อคุณล่ะ ไม่ติดต่อมาบ้างเหรอ"
สาระวารีสีหน้าเศร้าลง
"หลังจากเราสองคนมาอยู่กรุงเทพได้ไม่นาน พ่อก็ถูกฆ่าตายในบ่อน"
ษมาสีหน้าเห็นใจ
"เสียใจด้วยนะครับ"
สาระวารีมองหน้าษมานิ่ง
"เพราะเหตุนี้ไง ฉันถึงได้เกลียดการพนันเข้ากระดูกดำ"
ษมาสีหน้าขรึมลง
"ผมรู้ ผมถึงได้พยายามถ่วงเวลาให้คุณอยู่ที่นี่นานหน่อย อคติที่คุณมีกับคาสิโนของผม จะได้เบาบางลงมั่ง"
"เห็นทีจะยากค่ะ"
สาระวารีถอนใจออกมา ก่อนจะฉุกคิดขึ้น
"เออ แต่มีอยู่เรื่องนึงที่ฉันไม่เข้าใจ คนอย่างคุณไม่น่าไปที่บ่อนแบบนั้นเลย นึกยังไงถึงได้ไปเล่นพนันที่นั่นคะ"
"ผมประชดชีวิตน่ะครับ ตอนแรกตั้งใจจะเล่นให้หมดตัว แต่ยิ่งเล่นยิ่งได้จนเกือบถูกฆ่า คิดๆดูแล้ว ผมไม่น่าโง่เพราะผู้หญิงคนเดียวเลย"
สาระวารีอยากรู้
"ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอคะ"
ษมาหยุดเดินหันมามองหน้าวารี
"วันนี้คุณรู้เรื่องผมมากเกินไปแล้วล่ะ"

ษมาเดินฉีกกลับเข้าเกาะไป สาระวารีย่นจมูกตามใส่ แต่สีหน้ายังติดใจอยากรู้เรื่องต่อ
 
โศภีกำลังโวยวายใส่ลำแพงลั่นห้องโถงบ้านษมา
 
"นี่มันอะไรกัน วันนี้ทั้งวันฉันยังไม่ได้เจอหน้าษมาเลย เธอจงใจจะกีดกันฉันใช่มั้ย"
ลำแพงหน้านิ่งตอบ
"ดิฉันเป็นแค่แม่บ้าน จะไปกีดกันอะไรคุณได้คะ" ลำแพงอมยิ้มเล็กน้อย
"อุตส่าห์ตามมาอยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ ยังไม่ได้เจอหน้า" ลำแพงมองหน้าโศภี แล้วตีหน้าสงสัย ก่อนพูดต่อ
"เป็นไปได้มั้ยคะว่าคุณษมาหลบหน้าคุณอยู่"
โศภีโกรธจัด มองลำแพงราวกับจะฆ่าทิ้งซะตรงนั้น แต่ก็เก็บอาการ โศภีจ้องลำแพงด้วยสายตาดูถูก"ตรรกะประหลาดๆ ไม่เห็นจะเข้าท่า สมองแม่บ้านก็คงคิดได้แค่นี้แหละ"
ลำแพงขบฟันแน่นๆ แต่เก็บอาการอยู่ โศภีหน้าตาเอาเรื่องถาม
"แล้วแม่นักข่าวนั่นล่ะ อยู่ไหน"
"เห็นล่าสุด อยู่กับคุณษมานะคะ"
"แล้วทำไมเธอไม่เข้าไปขวาง ทุกทีฉันเห็นผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้ษมา เธอต้องเสนอหน้าเข้าไปแทรกกลางไม่ใช่เหรอ อย่านึกว่าฉันไม่รู้ทันเธอนะว่าหวังอะไรอยู่"
ลำแพงถอนใจออกมาจะเดินเลี่ยงออกไป โศภีตามไปขวางหน้า โศภีสีหน้าดูถูก
"เลิกฝันลมๆ แล้งๆ ได้แล้ว ษมาเค้าไม่โง่ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับเธอหรอก"
ลำแพงจ้องโศภี สายตาเย็นชา
"ฉันเชื่อค่ะ ว่าคุณษมาไม่ใช่คนโง่ ไม่งั้นคงเผลอกินของเหลือจากผู้ชายอื่นไปซะนานแล้ว"
โศภีโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้า
"แกไปให้พ้นๆเลยนะ"
ลำแพงยิ้มบางๆ ก่อนเดินคอตั้งบ่ากลับออกไป โศภีมองตามด้วยสีหน้าแววตาเกลียดชัง ก่อนจะหันมองไปทางหน้าบ้านอย่างหงุดหงิด
"นังนักข่าวบ้านั่น เมื่อไหร่มันจะกลับๆ ไปซะทีนะ"
โศภีเดินไปกระแทกตัวลงนั่งด้วยความเซ็ง ก่อนจะฉุกคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้

หน้าบ้านพักษมาตอนหัวค่ำมีฝนตกฟ้าคะนอง ภายในห้องหนังสือ... สาระวารีกำลังค้นหนังสือของษมาที่ชั้นหนังสือ เพื่อมาอ่านแก้เซ็ง สาระวารีหยิบหนังสือออกมาดู
"มีหนังสือดีๆเยอะเหมือนกันนะเนี่ย"
เธอยิ้มพอใจเลือกหนังสือมาเล่มนึง สาระวารีหันหลังกลับจะออกจากห้อง แต่ทันใดนั้น ก็มีชายใส่หมวกไหมพรมคลุมหน้า ออกมาจากที่ซ่อนแล้วพุ่งเข้ามาชกท้องสาระวารีเข้าเต็มๆ เธอทั้งเจ็บ ทั้งจุกจนทรุดไปกับพื้นห้อง หนังสือหลุดมือตกพื้น
ชายคนนั้นรีบเข้าไปแบกสาระวารีขึ้นบ่า เพื่อจะพาหนี
สาระวารีถูกแบกมาทางประตูหลังบ้าน เมื่อเธอเริ่มหายเจ็บจุกก็ฮึดรวบรวมแรง พยายามดิ้น และทุบตีทำร้ายคนร้ายทุกวิธีที่จะทำได้ เพื่อจะเอาตัวรอด สาระวารีร้องลั่น เท่าที่จะเปล่งเสียงออกมาไหว
"ช่วยด้วย"
ชายคลุมหน้าตกใจรีบโยนสาระวารีลงแล้วตวัดมือตบหน้าฉาดใหญ่ จนเธอถลาไปตามแรง แต่ใจสู้ จะหนี ชายคลุมหน้าตรงเข้าตุ้ยท้องสาระวารีซ้ำอีก เธอสู้แรงควายของผู้ชายไม่ไหว ชายคลุมหน้าจะตรงเข้าไปซ้ำสาระวารีอีก แต่ลำแพงก็เดินผ่านมาพอดี เธอตกใจ ที่เห็นสาระวารีทรุดร่วงอยู่ที่พื้น เธอตะโกนลั่น
"นั่นใครน่ะ ช่วยด้วยๆ คุณนักข่าวถูกทำร้าย ช่วยด้วย"
ชายคลุมหน้าตกใจ รีบวิ่งออกประตูหลังหนีไปทันที ลำแพงรีบเข้ามาดูอาการ
"เป็นไงบ้างคุณ"

สาระวารีทั้งจุก ทั้งเจ็บ จนพูดอะไรไม่ออก ลำแพงรีบเข้าไปประคองด้วยความตกใจ
 
พิพัช จันเลา และกูซอ ต่างถือไฟฉายบ้าง คบไฟบ้าง วิ่งแยกย้ายกันออกตามหาคนร้ายไปรอบที่พัก ชายหาด และสวนโดยรอบ

ลำแพงกำลังทายารอยช้ำที่ข้างปากให้สาระวารีหลังจากที่ถูกคนร้ายตบหน้ามา เธอกึ่งนั่ง กึ่งนอนอยู่บนเตียง ภายในห้องนอนแขก สาระวารีเจ็บแผลร้อง "โอ๊ย"
ลำแพงสีหน้าเย็นชา
"ถ้าคุณเชื่อดิฉัน ไม่ออกไปเดินเพ่นพ่าน ก็ไม่ต้องเจ็บตัวอย่างงี้หรอก"
"ฉันแค่เดินอยู่ในบ้านนะคะ"
"ก็นั่นแหละค่ะ คนมุ่งร้ายคุณษมามีอยู่เยอะแยะไปหมด"
"ยังงี้แสดงว่า เกลือเป็นหนอนเหรอคะ"
"ปกติบ้านเราไม่เคยมีเรื่องแบบนี้มาก่อน จนกระทั่งมีคนแปลกหน้าเข้ามาค้างที่เกาะของเรา"
สาระวารีคิดตาม
"คุณหมายถึงคุณโศภีใช่มั้ยคะ"
"คุณพูดของคุณเองนะ ฉันอาจจะหมายถึงคุณก็ได้"
"ใครจะบ้าส่งคนมาทำร้ายตัวเองคะ"
"ฉันจะไปรู้เรอะ"
ลำแพงจะลุกขึ้น สาระวารีรีบพูด
"ขอบคุณมากนะคะคุณลำแพง"
ลำแพงชะงักเหลือบตามองเธอด้วยสีหน้านิ่งอย่างเคย
"ถ้าคุณไม่ช่วยฉันเอาไว้ไม่รู้ฉันจะเป็นยังไงมั่ง"
ลำแพงน้ำเสียงแดกดันอยู่ในที
"คุณเก่งคงเอาตัวรอดได้อยู่แล้วล่ะ ท่าทางก๋ากั่นซะขนาดนี้"
สาระวารียิ้มเจื่อนๆ
"ขอโทษนะคะที่ฉันเคยแอบไม่ชอบขี้หน้าคุณ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่เห็นมีใครจะชอบขี้หน้าฉันซักคน"
ลำแพงดูไม่ใส่ใจ สาระวารีอ่อนใจ ท่าทางจะดีด้วยลำบาก
"แล้วจับคนร้ายได้รึยังคะ"
"คุณพิพัชกับคุณจันเลากำลังตามล่าตัวอยู่ ไม่ต้องห่วง คุณษมาไม่ยอมให้คุณเจ็บตัวฟรีหรอก"
ลำแพงเดินออกไป สาระวารียังมีสีหน้าติดใจสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ภาพในจอคอมพิวเตอร์ เป็นภาพชายคลุมหน้ากำลังทำร้ายสาระวารี ษมากำลังเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ ให้โศภีดู เขาโมโห
"มีอะไรจะแก้ตัวอีกมั้ย"
โศภีสีหน้าไม่พอใจ
"แก้ตัวอะไรคะ"
"นี่ต้องให้ผมพูดอีกเรอะ ทุกอย่างมันชัดเจนขนาดนี้แล้ว"
"ไอ้โม่งที่ไหนก็ไม่รู้มาทำร้ายยัยนักข่าวนั่น คุณจะมาเหมาว่าเป็นคนของโศได้ยังไงคะ"
"ที่นี่มันเกาะส่วนตัวนะโศ คนของผมไว้ใจได้ทุกคน ส่วนวารีเค้าก็เพิ่งมาถึง ต่อให้เค้ามีศัตรู ก็ไม่มีใครกล้าตามมาถึงนี่หรอก"
โศภีโวยวาย
"โศก็เลยต้องตกเป็นจำเลยเหรอคะ งั้นถามหน่อยเถอะ โศจะสั่งคนฉุดตัวแม่นี่ไปทำไม ถึงจะไม่ชอบขี้หน้า วันนี้พรุ่งนี้มันก็ไปแล้ว"
"เรื่องเหตุผล ผมว่าคุณไปอธิบายกับตำรวจเองจะดีกว่า"
โศภีตกใจ หน้าเสีย
"นี่คุณจะแจ้งความให้ตำรวจมาจับโศเลยเหรอคะ"
ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
"เข้ามา"
พิพัชเปิดประตูเข้ามา ษมาถามทันที
"จับตัวคนร้ายได้มั้ย"
"ไม่ได้ครับ ผมกับจันเลาค้นดูจนทั่วเกาะแล้ว แต่ไม่พบร่องรอยอะไรเลยครับ" พิพัชตอบหน้าเครียด
"แล้วคนของคุณโศภีล่ะ" ษมาถามอย่างสงสัย
โศภีหน้านิ่งไป เหลือบตามองไปที่พิพัช สีหน้าแอบลุ้นนิดๆ
"ไม่มีใครน่าสงสัยครับ ทุกคนก็มีพยานยืนยันว่าไม่ได้ออกไปจากที่พักครับ"
โศภียิ้มอย่างผู้ชนะ

"ได้ยินแล้วใช่มั้ยคะษมา ยังต้องให้โศไปให้ปากคำกับตำรวจอีกมั้ย"
 
ษมายิ้มเล็กน้อย
 
"ไม่ต้องแล้วล่ะครับ"
โศภียิ้มๆพร้อมส่ายหน้า ษมาสีหน้าขรึมมองจ้องหน้าโศภี
"แต่พรุ่งนี้เช้า คุณกับคนของคุณ จะต้องกลับเข้าฝั่งทันที"
โศภีหน้าเสียและโมโหมาก
"นี่คุณไล่โศเรอะ"
"เกาะยานกเป็นของผม ผมจะให้ใครอยู่หรือไปก็ได้ทั้งนั้น แล้วผมก็ไม่ยินดีที่จะต้อนรับคนที่ผมไม่ไว้วางใจให้อยู่ที่นี่ต่อไปอีก" ษมาพูดพลางจ้องหน้า
โศภีขบกรามแน่นด้วยความโกรธจัด เดินฉับๆ ออกไปจากห้องทำงานของษมาอย่างหัวเสีย พิพัชอมยิ้มพอใจพร้อมชำเลืองมองตามโศภีไป ษมาถอนใจแล้วย้อนกลับไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้ง

โศภีกลับเข้าห้องพักมาด้วยสีหน้าท่าทางเจ็บใจมาก เธอเดินปึงปังไปกระแทกตัวนั่งที่เตียง กำมือแน่น ทุบเตียงอย่างแรง
" อีแม่บ้านสาระแน ไม่น่าไปช่วยอีนั่นเอาไว้เลย"
โศภีเจ็บแค้น จิกผ้าคลุมเตียงขยุ้มยับด้วยความคับแค้นใจ

เวลาเช้าในบรรยากาศชายหาด พิพัชวิ่งออกกำลังกายกลับมาหน้าหาดบ้านพักษมา เขามาหยุดยืดเส้นก่อนจะชกลมไปมา แลงและคนงานกำลังกวาดชายหาดเก็บขยะที่มาจากพายุ แลงเห็นก้อนอะไรดำๆ เหมือนผมลอยมาติดหาด
"นั่นอะไรวะ"
แลงเดินไปหยิบดู
พิพัชที่ออกกำลังกายอยู่มองตามแลงไป แลงคลี่ก้อนดำๆ นั้นออกดู มันไม่ใช่ถุง แต่เป็นหมวกไหมพรมสีดำ พิพัชรีบเดินตามไปดู
"ขอฉันดูซิ"
แลงรีบส่งให้พิพัชดู เขาคลี่หมวกไหมพรมสีดำออกดู สีหน้ามั่นใจว่าเป็นของคนร้ายเมื่อคืนแน่ๆ

เวลาต่อเนื่องมา ลำแพงกำลังจัดโต๊ะอาหารเช้าสำหรับ 3 ที่อยู่ ษมาเดินมาที่โต๊ะอาหาร
"พรุ่งนี้จัดแค่ 2 ที่พอนะ"
"ใครจะกลับเหรอคะ"
"คุณโศภี"
"ค่ะ" ลำแพงอมยิ้มอย่างพอใจ
ลำแพงรินน้ำผลไม้ใส่แก้วให้ษมาอย่างอารมณ์ดี
"แล้วคุณนักข่าวล่ะคะ จะกลับเมื่อไหร่"
"ยังไม่มีกำหนดครับ"
ลำแพงยิ้มค้างไป พิพัชรีบร้อนเข้ามารายงานษมา พร้อมหมวกไหมพรม
"คุณษมาครับ"
ษมาและลำแพงหันมอง
"เจอหมวกไหมพรมทิ้งอยู่ที่ชายหาด"
ษมาหันมองหมวกไหมพรมที่พิพัชถือมาให้ดู
"น่าจะเป็นของคนร้ายเมื่อคืนนะครับ"
ลำแพงรีบเสนอ
"เอาไปตรวจลายนิ้วมือได้มั้ยคะ"
"คงไม่มีประโยชน์แล้วล่ะคุณแม่บ้าน มันแช่น้ำทะเลมาทั้งคืน แล้วคนงานของเราก็จับหมวกคลี่ดูไปมาแล้วด้วย"
"ก็เก็บรวบรวมไว้ก่อนเถอะ"
"ครับคุณษมา"

ษมาได้แต่ถอนใจออกมา
 
อ่านต่อเวลา 17.00น.


มนต์จันทรา ตอนที่ 3 (ต่อ)

สาระวารีกำลังจะเดินลงมาชั้นล่างผ่านทางห้องพักโศภี เห็นจันเลาและกูซอกำลังเคาะประตูห้องนอนโศภีอยู่
                "คุณโศภีครับ อย่าทำอย่างงี้เลยครับ พวกเราลำบากใจนะครับ คุณโศภี" จันเลาพูดพลางเคาะประตู
                เสียงโศภีตวาดดังออกมาจากในห้อง
                " ก็เรื่องของพวกแกสิ ฉันจะอยู่ที่นี่ ไม่ไปไหนทั้งนั้น  พวกแก ไม่ต้องมายุ่ง"
                "แต่คนของคุณถูกส่งตัวกลับไปหมดแล้วนะครับ คุณจะอยู่คนเดียวได้ยังไง"
                ขาดคำ  ก็ได้ยินเสียงเหมือนโศภีใช้หมอนใบใหญ่ ขว้างใส่ประตูจนเสียงดังลั่น
                "ไปให้พ้น"
                จันเลาถอนใจส่ายหน้าด้วยความสุดเซ็ง
                สาระวารีเห็นเหตุการณ์เข้า  เลยเดินเข้าไปหาจันเลา และกูซอ
                "เกิดอะไรขึ้นคะ คุณโศภีเธอไม่พอใจอะไรเหรอ"
                "ก็เรื่องที่คุณวารีโดนทำร้ายเมื่อวานนั่นล่ะครับ"  กูซอบอก      
                สาระวารีมีสีหน้างงๆ
                "คุณษมาสงสัยว่าจะเป็นฝีมือลูกน้องคุณโศภี เลยให้คุณโศภีกับลูกน้องออกจากเกาะวันนี้ แต่คุณโศภีเธอไม่ยอมครับ" จันเลาว่า
                สาระวารีไม่สบายใจ
                "แค่สงสัย คนร้ายก็ยังจับตัวไม่ได้ ไล่ออกจากเกาะ จะไม่แรงไปหน่อยเหรอคะ"
                "กันไว้ดีกว่าแก้ครับ คุณษมาไม่อยากให้คุณเป็นอันตราย"
                "คุณโศภีน่าสงสัยที่สุดแล้วล่ะครับ หึงหวงคุณษมาซะขนาดนั้น  คนอื่นจะทำไปทำไม" กูซอว่า
                จันเลาปรามเสียงเข้ม
                "กูซอ"
                กูซอจ๋อยไป ไม่กล้าพูดมากอีก สาระวารีไม่สบายใจที่ตนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องหึงหวงกันขึ้น
 
                สาระวารีเดินหน้าหงิกตรงเข้ามาหาษมาที่โต๊ะอาหาร ลำแพงและพิพัชหันไปมอง
                "กำลังจะให้ลำแพงไปตามอยู่พอดี  นั่งสิ"
                ลำแพงเดินไปลากเก้าอี้ให้สาระวารี แต่เธอไม่นั่ง กลับหน้าหงิก จ้องหน้าษมา
                "มีอะไรอีกล่ะ"
                "ฉันเข้าใจ ว่าคุณห่วงความปลอดภัยของฉัน  แต่ถ้าฉันเป็นต้นเหตุให้คุณกับแฟนต้องทะเลาะกัน  ฉันก็ไม่สบายใจเหมือนกัน"
                ษมาสีหน้างงๆ
                "แฟนผม"
                "ก็ใช่น่ะสิคะ คุณรีบๆให้สัมภาษณ์ฉันดีกว่า ฉันจะได้กลับไปซะที"
                "เดี๋ยวๆทะเลาะกับแฟนอะไรกัน ผมงงไปหมดแล้ว"
                "ก็คุณโศภีไงคะ คุณสงสัยว่าเค้าหึงฉันจนส่งคนมาทำร้ายใช่มั้ยล่ะ"
                ลำแพงเสียงขุ่นเคือง ตอบแทนษมาอย่างชัดเจน
                "คุณโศภีไม่ใช่แฟนคุณษมานะคะ โปรดเข้าใจให้ถูกต้องซะด้วย"
                ษมายกมือห้ามลำแพง
                "ที่ผมทำไป ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณนะวารี คุณเป็นแขกของผม ถ้าคุณยังอยู่บนเกาะยานก ชีวิตของคุณคือความรับผิดชอบของผม"
                "แล้วมันจะไม่ง่ายกว่าเหรอ ถ้าคุณให้สัมภาษณ์ฉันให้เสร็จซะเดี๋ยวนี้ แทนที่จะบังคับให้แฟนคุณออกไปจากเกาะ"
                "ผมเคยบอกคุณแล้วไง ผมจะให้สัมภาษณ์ ก็ต่อเมื่อผมเห็นว่าคุณพร้อมจะเขียนข่าวคาสิโนของผม โดยไม่มีอคติแล้วเท่านั้น"
                สาระวารีชักโมโห
                "คุณเป็นแหล่งข่าวที่แย่ที่สุด เท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยรู้ตัวมั้ย"
                ทั้งพิพัชและลำแพงชักสีหน้าไม่พอใจทันทีที่ว่าเจ้านาย
                "ถ้าคุณไม่พอใจ จะยกเลิกการสัมภาษณ์แล้วกลับวันนี้เลยก็ได้นะครับ" พิพัชบอก
                ลำแพงอมยิ้มพอใจ
ษมาปราม
                "พิพัช"
                สาระวารีเดินหงุดหงิดเลี่ยงไป ษมาสั่งพิพัช
                "ตามไป"
                พิพัชถอนใจ หน้าตาหงุดหงิดแล้วเดินตามสาระวารีไป
                "พูดจาไม่น่ารักเลยนะคะเด็กสมัยนี้  ไม่ให้เกียรติคุณเลย ตัวเองเป็นนักข่าวมาขอสัมภาษณ์เค้าแท้ๆ"  ลำแพงค้อนประหลับประเหลือก
                "ผมวางตัวไม่ดีแต่แรกเองล่ะ ไม่ทำตัวให้เค้านับถือ"
                ลำแพงอดหมั่นไส้ไม่ได้ ที่ษมาออกรับแทนตลอด เธอเลยแดกดัน
                "ค่ะ นักข่าวคนนี้ทำอะไรก็ถูกต้องในสายตาคุณษมาไปหมดล่ะค่ะ"
                ษมาเหลือบตามองลำแพงที่ปั้นหน้านิ่งยืนรอรับใช้ ไม่แสดงอารมณ์อะไรมากไปกว่านี้
                "ลำแพงช่วยจัดอาหารเช้าไปให้คุณโศภีที่ห้องด้วยก็แล้วกัน  ผมคงไม่รอแล้วล่ะ"
                "ค่ะ"
                ลำแพงสีหน้านิ่ง เดินเลี่ยงกลับเข้าไป ษมาหันมองตามไปทางสาระวารี แล้วก็ขำๆ ส่ายหน้า ประมาณว่า  ในโลกนี้คงมีผู้หญิงไม่กี่คน ที่กล้ายืนด่าเขาแบบนี้
 
                สาระวารีเดินหน้าหงิกงอมาตามทางเดินในสวน พิพัชเดินตามประกบมาติดๆ ด้วยหน้าตาขุ่นเคือง
เขาพูดลอยๆขึ้น
                "เรื่องคุณษมากับคุณโศภีนี่ผมช่วยยืนยันได้อีกคนนะครับ ว่าไม่ใช่แฟนกันจริงๆ"
                สาระวารียิ้มกรุ้มกริ่ม จ้องหน้าจับผิด
                "เหรอคะ  ดูคุณจะห่วงและหวงเจ้านายมากซะเหลือเกินนะคะ"
                พิพัชผงะไปเล็กน้อย
                "ไม่ต้องกลัว ฉันไม่เอาไปเขียนข่าวขายหรอกน่ะ เจ้านายคุณไม่ใช่ดารา ไม่มีใครสนใจหรอกว่าจะมีแฟนมีกิ๊กซะกี่คน"
                พิพัชหน้านิ่งไม่ตอบโต้ สาระวารีมีสีหน้ามีแผนการขึ้นมา
                "แต่ก็น่าสงสัยนะ คุณโศภีสวยขนาดนี้ รวยก็รวยทำไม คุณษมาถึงได้ไม่ชอบ"
                "คนเราเจ็บแล้วต้องจำครับ"
                สาระวารีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันมองหน้าพิพัช
                "ยังไงคะ"
                "ผมพูดมากไปแล้ว"
                พิพัชจะเดินเลี่ยง สาระวารีสีหน้ากวนตามไปขวางหน้า
                "เป็นความลับดำมืดของเกาะนี้เหรอคะ"
                "ไม่ใช่ความลับอะไรหรอกครับ แต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณษมา  ถ้าคุณอยากรู้ ก็ควรจะถามคุณษมาเอง ไม่ใช่รู้จากปากคนอื่น"
                สาระวารีเหยียดอย่างปากใส่
                "ไหนว่าคนอ่านข่าวไม่สนใจว่าคุณษมาจะมีแฟนจะมีกิ๊กไงครับ  ทำไมคุณถึงซักไม่หยุด  หรือว่าคุณแอบสนใจเจ้านายผมซะเอง"
                สาระวารีอึ้ง หน้าชา เถียงเสียงแข็งคอขึ้นเอ็น
                "ฉันจะไปสนใจทำไม เจ้าพ่อแก่ๆ ปล่อยให้แห้งตายคาเกาะไปเถอะ ท่ามากนัก"
                พิพัชจ้องหน้าสาระวารี ด้วยสีหน้าแววตาไม่พอใจมาก เธอสะบัดหน้าพรืด เดินกลับเข้าบ้านพักไป
พิพัชจับตามองตาม รู้สึกไม่ถูกชะตาผู้หญิงคนนี้เอาซะเลย
 
                ษมาสีหน้าหงุดหงิดปนรำคาญเคาะประตูห้องพักโศภี เรียกเสียงเข้ม
                "โศ  ผมสั่งให้เปิดประตูห้องเดี๋ยวนี้เลย"
                เงียบไม่มีเสียงตอบ ษมาทุบประตูห้องแรงๆ ย้ำไปอีก
                ลำแพงรีบเดินกลับมาพร้อมกุญแจห้องพัก
                "กุญแจได้แล้วค่ะ"
                "เปิดเลย"
                ษมาเบี่ยงตัวหลบทางให้ ลำแพงไขกุญแจเปิดประตูห้องพักโศภีเข้าไป
                ทันทีที่ประตูห้องเปิดก็ต้องตกใจที่เห็นโศภีนอนหมดสติอยู่กับพื้นกลางห้อง
                " โศ"
                ษมารีบเข้าไปประคองโศภีที่สลบหมดสติกับพื้นขึ้นมา
 
ลำแพงรีบเดินไปเอาชุดปฐมพยาบาลหน้าตาบึ้งตึงบอกบุญไม่รับ ชนกับสาระวารีที่เดินเลี้ยวมุมบ้านเข้ามาอย่างเร็ว
 
"อุ๊ย ขอโทษค่ะ"
ลำแพงชักสีหน้า ตาดุ ไม่พอใจ
"คุณมาก็ดีแล้ว ช่วยไปอยู่เป็นเพื่อนคุณษมาหน่อยเถอะ ดิฉันจะรีบไปเตรียมยาดมยาหอม"
สาระวารีตกใจ
"คุณษมาเป็นอะไรเหรอคะ"
"คุณษมาไม่เป็นอะไรหรอก แต่คุณโศภีเป็นลม น่าจะมารยาไม่อยากออกจากเกาะซะมากกว่า"
สาระวารีมองตามลำแพงไปเล็กน้อยก่อนเดินไปดูทางห้องพักโศภี

ษมาอุ้มโศภีขึ้นมาวางให้นอนบนเตียง เธอลืมตาแล้วกอดษมาไว้ทันที ด้วยรอยยิ้มยั่วยวน เขาไม่พอใจนัก
"ปล่อยผมเถอะโศ"
โศภียิ้มปลาบปลื้ม
"โศดีใจนะคะที่คุณยังห่วงโศอยู่"
ษมาโมโห
"ผมบอกให้คุณปล่อยผมเดี๋ยวนี้"
โศภีกอดษมาเอาไว้แน่น
"อย่าซีเรียสสิคะษมา โศแค่อยากรู้ ว่าคุณยังห่วงโศอยู่รึเปล่า"
โศภีกอดรัดษมาแน่น ษมาพยายามแกะเท่าไหร่ก็ไม่ออก
"โศรู้ว่าคุณยังรักโศอยู่เหมือนเดิม แล้วคุณจะปล่อยให้เรื่องเก่าๆ ที่มันผ่านไปแล้ว มาเป็นกำแพงขวางเราอยู่อีกทำไมคะ"
ขณะนั้นเอง สาระวารีก็ดันประตูห้องที่แง้มๆ อยู่เข้ามาดู ตกใจ เหมือนทั้งคู่กอดกันอยู่บนเตียง เธอรีบเบือนหน้าหนี
"อุ๊ย ขอโทษค่ะ"
ษมาและโศภีหันไปมอง สาระวารีวางหน้าไม่ถูก รู้สึกเสียมารยาทมาก จึงรีบเดินออกไปอย่างเร็ว ษมาตกใจที่นักข่าวสาวมาเห็นเข้า
"วารี รอเดี๋ยว"
ษมาไม่รักษามารยาทแล้ว รีบแกะมือโศภีออกอย่างแรง เธอเจ็บจนร้องออกมา
ษมาไม่สนใจรีบตามสาระวารีไปทันที โศภีมีสีหน้าเจ็บใจมาก

ษมารีบเดินตามสาระวารี ที่เดินหนีออกมายังบริเวณทางเดิน เขารีบเดินมาขวางหน้าสาระวารีไว้
"วารี รอผมก่อน คุณกำลังเข้าใจผมกับโศผิด"
สาระวารียิ้มๆ
"นั่นมันเรื่องของคุณ ฉันไม่สนใจหรอก ฉันแค่รู้สึกเสียมารยาทมากๆ เลยต้องรีบเดินออกมา"
"แต่ผมไม่อยากให้คุณเข้าใจผิด"
"ทีหน้าทีหลัง ก็ล็อกประตูห้องด้วยนะคะ อย่าลืมว่ามีนักข่าวอยู่ในบ้านด้วย"
สาระวารีจะเดินเลี่ยง ษมาพูดตามออกไปทันที
"ผมจะให้สัมภาษณ์คุณเดี๋ยวนี้ พร้อมมั้ย"

สาระวารีชะงักหันกลับมาเปลี่ยนหน้าเป็นยิ้มกว้างด้วยความดีใจฉับพลันทันที
 
สาระวารีเตรียมอุปกรณ์สัมภาษณ์พร้อม ทั้งกระดาษ ปากกา เครื่องอัดเสียง กล้องถ่ายรูป ฯลฯ โดยมีษมานั่งอยู่ใกล้ๆ ในมุมสวนร่มรื่นหลังบ้าน เขาจับตามองเธอที่มีท่าทางกระตือรือร้น มีชีวิตชีวาขึ้นมาเมื่อได้ทำงาน เธอยิ้มดีใจ
 
"เริ่มกันเลยนะคะ"
ษมาพูดสวนขึ้น
"ผมไม่ต้องการให้มีการอัดเสียง"
"อ้าว ทำไมล่ะคะ"
"ผมทำงานแบบนี้ อะไรที่เป็นความลับได้มันก็ดี แม้แต่เสียงหรือรูปถ่าย ผมก็ไม่อยากให้มี"
สาระวารีเริ่มหงุดหงิด พูดประชด
"ค่า เข้าใจแล้วค่ะ ว่าคนเป็นเจ้าพ่อ ต้องระวังตัว ทุกฝีก้าว"
สาระวารีกดปิดการทำงานของเครื่องอัด
"พอใจมั้ยคะ"
"เอาไว้ที่ผมเลยแล้วกัน" ษมายึดเครื่องอัดเสียงไป
สาระวารีแอบถอนใจหยิบกระดาษปากกาขึ้นมา จดสัมภาษณ์แทน
"งั้นคำถามแรกเลยนะคะ คุณเอาเงินที่ไหนมาสร้างคาสิโน"
ษมาตีหน้าตายบอก
"ผมบอกแล้วไง ว่าถ้าคุณยังมีความคิดติดลบกับการพนันอยู่ ผมจะยังไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องคาสิโน"
" เอ๊ะคุณนี่ ไหนบอกว่าพร้อมจะให้สัมภาษณ์แล้วไงคะ"
"ครับ แต่ไม่ใช่เรื่องคาสิโน ผมอยากให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประวัติชีวิตผมก่อน ยังไงคุณก็ต้องมีประกอบบทความอยู่แล้วไม่ใช่เหรอะ"
สาระวารีเจ็บใจที่โดนหลอก
"งั้นก็ว่ามาเลย อยากเล่าแค่ไหน ตรงไหน สร้างภาพยังไงก็พูดมาเลย ฉันจะได้ไม่เสียเวลาตั้งคำถามให้คุณไม่ตอบ"
ษมาขำๆ สาระวารีประชดแกล้งจดไป พร้อมพูด
"ขำ ด้วยน้ำเสียงน่าเกลียดๆ"
ษมาชะงักไปเล็กน้อย สาระวารีค้อนใส่ให้อีกขวับ
"ประวัติคร่าวๆของผม คุณก็รู้บ้างอยู่แล้ว"
"ตกลงจะให้ฉันเขียนเองใช่มั้ยคะ"
"ใจเย็นๆ สิครับ ผมกำลังจะทบทวนให้อยู่นี่ไง"
สาระวารีถอนใจพรืดแรงๆ ให้ได้ยิน
ษมาหน้าขรึมลง
"คุณแม่ผมท่านเสียไปตั้งแต่ผมยังเล็ก ส่วนพ่อผมเป็นชาวสวน ท่านเสียไปตอนผมเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย"
สาระวารีจดคำสัมภาษณ์ไปพร้อมเหลือบตามองษมาเล็กน้อย
"ผมเลยตัดสินใจลาออกมาทำสวนต่อ"
สาระวารีมีสีหน้าสงสัยอยากรู้
"ทำไมไม่เรียนให้จบก่อนล่ะคะ อีกแค่ปีเดียวเอง สวนคุณมันก็น่าจะอยู่ตัวแล้ว"
ษมาแอบอมยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย ในที่สุดก็ได้โอกาสอธิบายเรื่องโศภีให้สาระวารีฟัง

ในอดีต 17 ปีก่อน เวลากลางวัน ษมาในชุดไว้ทุกข์สีดำ กำลังยืนคอยโศภีอยู่ที่ริมหาดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ซักพัก โศภีในชุดลำลองแต่ก็ดูสวยน่ารัก เดินเข้ามาหา เธอยิ้มทักทาย
"ษมาคะ"
ษมาดีใจ รีบเข้าไปหาโศภี เขาจับมือเธอไว้
"ผมนึกว่าคุณจะมาไม่ได้ซะแล้ว"
"พ่อให้โศช่วยทำบัญชีน่ะค่ะ ก็เลยช้าไปหน่อย เอ่อ แล้วตกลงคุณจะไม่กลับไปเรียนต่อจริงๆเหรอคะ อีกแค่เทอมเดียวก็จะจบแล้วนะ"
ษมาสีหน้าเศร้าลง
"เรื่องเรียนคงต้องพักไว้ก่อนแล้วล่ะ ถ้าพ่อไม่เสีย ผมก็คงไม่รู้ว่าเรามีหนี้สินมากขนาดนี้"
โศภีดูอึ้งๆไป ค่อยๆ ถอยมือออกจากการจับกุมของษมาอย่างไว้มารยาท
"ตอนนี้ผมคงต้องเร่งทำสวนเพื่อหาเงินไปใช้หนี้ก่อน"
"ทำไร่ทำสวนไม่ใช่ง่ายๆนะคะษมา บางปีอาจจะกำไร บางปีอาจจะขาดทุน โศเห็นคนขาดทุนจนต้องขายสวนมานักต่อนักแล้ว"
"แต่ถ้าไม่ทำสวนต่อ ตอนนี้ผมก็คิดไม่ออก ว่าจะไปทำอะไรสวนของพ่อเป็นมรดกชิ้นเดียวที่ผมมีนะโศ"
โศภีสีหน้าเครียดๆ แอบเบือนหน้าไปทางอื่น แล้วถอนใจยาวออกมา ษมาจับมือโศภีอีกครั้ง
"ผมมีอะไรจะให้โศ"
โศภีหันกลับมามอง สีหน้างงๆ ษมาหยิบกำไลเงินอันเล็กๆ ออกแบบพิเศษ ราคาไม่แพงมาก ออกมาสวมข้อมือโศภีไว้
"ราคามันไม่มากเท่าไหร่หรอกโศ แต่ผมอยากให้คุณ"
โศภีปั้นยิ้ม
"ขอบคุณมากค่ะ"
ษมาจับมือโศภี จ้องตาเธอด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
"คุณรอผมได้มั้ย ผมให้สัญญาว่า ผมจะสร้างเนื้อสร้างตัวให้ได้เพื่อคุณ คุณจะต้องไม่น้อยหน้าใคร
ขอเวลาให้ผมบ้างนะโศ"

ษมาสีหน้าอ้อนวอน โศภีได้แต่ปั้นยิ้มหวานให้ ไม่ตอบอะไร เขาดึงโศภีเข้ามากอดด้วยความรักเต็มหัวใจ
มนต์จันทรา ตอนที่ 3 (ต่อ)

หลังจากนั้น เวลาผ่านมาราว 2-3 เดือน ษมากำลังคุยกับชาวบ้านคนหนึ่ง ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ที่หน้าบ้านเก่า ซึ่งเป็นบ้านไม้ เก่าๆ แต่ก็ยังดูดี สะอาดสะอ้าน
 
ชาวบ้าน บอก
"อย่าคิดมากเลยวะไอ้ษมา ใครจะไปรู้ว่าพายุมันจะเข้า จนต้นหมากรากไม้ตายเกลี้ยงอย่างงี้ มันไม่ใช่ความผิดเอ็งหรอก"
ษมายิ่งเครียดหนัก
"แต่ฉันไม่เหลือทุนจะทำต่อแล้วนะลุง หนี้เก่าก็ยังใช้ไม่หมด แล้วใครเค้าจะให้ยืมมาต่อทุน"
ชาวบ้านคิดหนัก
"ถ้าเอ็งไม่ไหว จะขายสวนมั้ยล่ะ ผู้ใหญ่ดำเค้าให้ราคาดีนะ"
"ถ้าขายแล้วฉันจะไปทำมาหากินอะไรล่ะลุง เรียนก็ไม่จบ ฉันก็หวังว่าจะทำสวนจนกว่าจะตั้งตัวได้ จะได้มีเงินไปขอโศภีเค้าด้วย"
ชาวบ้านแปลกใจ
"โศภี ใช่ลูกสาวพี่สัน เจ้าของแพปลารึเปล่า"
"ใช่จ้ะ"
"โอ๊ย อีกไม่กี่วัน ก็เป็นเมียเจ้าสัวกิมแล้ว เค้าไม่มาเอาเอ็งหรอก"
ษมาตกใจสุดๆ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าโศภีกำลังจะแต่งงาน

วันหนึ่ง ใน 2 สัปดาห์ต่อมา ษมาถูกลูกน้องของพ่อโศภีต่อยจนล้มลงกับพื้น พ่อของเธอยืนคุมเชิงพร้อมกับลูกน้อง 4-5 คน
สันส่งเสียงตะคอก
"เอ็งกลับไปได้แล้ว ลูกสาวข้าไม่ต้องการพบหน้าเอ็ง"
ษมาใช้มือปาดเลือดที่มุมปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืนมองสันด้วยสายตาแข็งกร้าว
"ผมไม่กลับ ผมกับโศรักกัน ผมมีเงินค่าสินสอดมาสู่ขอโศแล้ว ทำไมพ่อไม่ให้โอกาสผมบ้างล่ะครับ"
สันหัวเราะเยาะ
"เงินที่ขายสวนพ่อเอ็งได้น่ะเหรอ เทียบเศษเงินของเจ้าสัวเค้ายังไม่ได้เล๊ย เก็บเอาไว้ซื้อข้าวกินกันตายเถอะวะ"
"แต่เจ้าสัวอายุมากกว่าพ่อเป็นสิบปี พ่อไม่สงสารโศบ้างรึไง"
สันโมโหมาก
"นั่นมันเรื่องของลูกสาวข้า เอ็งไม่เกี่ยว"
สันหันไปสั่งลูกน้อง
"เฮ้ย จับมันโยนออกไปให้พ้นบ้านข้าเร็วๆเลย"
พวกลูกน้องจะเข้าไปลากษมา แต่เขาฮึดสู้ แต่สู้ไม่ไหว ษมาถูกล็อกตัวไว้ ก่อนจะโดนพวกลูกน้องรุมอัดไม่ยั้ง
ทันใดนั้น โศภีก็เดินออกมาจากข้างใน ตวาดห้ามเสียงดัง
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ"
ทุกคนหันไปมองโศภีเป็นตาเดียวกัน ในขณะที่โศภีมองษมาด้วยสีหน้าลำบากใจ

ษมากำลังคุยกับโศภีด้วยสีหน้าเคร่งเครียดที่สวนบ้านโศภี
"ผมขอโทษนะโศ ผมไม่ได้อยากม
10 จากทั้งหมด 16 รูป
กำลังโหลดความคิดเห็น...