xs
sm
md
lg

ธิดาพญายม ตอนที่ 1

เผยแพร่:

ธิดาพญายม ตอนที่ 1

กรุงเทพมหานครยามราตรี แลเห็นแสงไฟส่องสีสวยงามจากตึกสูงตระหง่านมากมาย แต่แล้วทันใดนั้นบนท้องฟ้าเหนือตึกสูงเหล่านั้น ก็มีแสงแลบแปลบปลาบขึ้นเหมือนพายุจะมา แสงแปลบปลาบรุนแรงถี่ยิบขึ้น มีร่างสองร่างปรากฏขึ้นมาบนท้องฟ้า กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทั้งคู่พุ่งเข้าใส่กัน ปะทะกัน ด้วยชั้นเชิงและฝีมืออันสูสี ลีลาการต่อสู้บอกให้รู้ว่า นี่มิใช่มนุษย์ธรรมดา!

ทุกครั้งที่ฝ่ามือกระทบกันก็ปรากฏเป็นพลังแสงขึ้นมา ร่างหนึ่งเป็นหญิงสาวสวยใส่ชุดหนังสีแดงเข้มรัดกุม ทะมัดทะแมง ที่เอวของหล่อนมีมีดสั้นพกอยู่ คู่ต่อสู้เป็นชายหน้าตาดีแต่แฝงความโหดร้าย สวมใส่ชุดสูทขาว ทั้งสองจู่โจมกันอย่างดุเดือด และเมื่อปะทะฝ่ามือกันก็กระเด็นห่างกันออกมา
สาวชุดแดงตีลังกาหมุนตัวแล้วพุ่งเข้าใส่ ร่างของทั้งคู่ต่างปะทะฝ่ามือกันลอยลิ่วตกลงมาจากท้องฟ้าผ่านตึกสูงจนตกลงมาที่พื้นดินตรงลานจอดรถโครม อาคารสั่นสะเทือน ร่างของทั้งสองต่างกระเด็นออกจากกัน แต่แล้วก็ดีดตัวขึ้นมาประจันหน้ากัน
“ท่านชายอาคิน มอบตัวซะดีๆ ท่านหนีเราไม่พ้นหรอก” ณัชชาบอก อาคินหัวเราะก้อง
“ธิดาเทพปราบมาร นึกไม่ถึงว่าองค์หญิงจะมาไกลถึงแดนมนุษย์”
“ไกลแค่ไหน เรานำเทพชั่วอย่างท่านกลับไปได้แน่นอน เป็นหรือตายท่านเลือกเอา” อาคินหัวเราะก้อง ทันใดนั้นร่างของเทพซ้ายขวาของอาคินปรากฎยืนข้างๆ เขา
ณัชชาสีหน้าเคร่ง “นึกว่าผู้ใด เป็นเทพซ้ายขวานี่เอง แค่นี้ไม่พอมือเราหรอก”
“ยังมีอีก”
ทันใดนั้นเสียงคำรามดุดันดังขึ้นมา ร่างของภูตดำปรากฏขึ้น 9 คน ล้อมณัชชาไว้ตรงกลาง ณัชชาขยับตัวคาดไม่ถึง
“เก้าภูตสังหาร”
“เชิญสนุกให้เต็มที่ธิดาพญายม”
อาคินหัวเราะก้อง ณัชชากระชากมีดสั้นออกมา
“ดาบพิชิตมาร”
ณัชชาตวัดวูบมีดสั้นกลายเป็นดาบเรืองแสงสีแดงจ้า เก้าภูตสังหารบุกเข้าจู่โจม ณัชชาทันที ทันใดนั้นณัชชาดีดตัวขึ้นตีลังกาข้ามหัวภูตสังหารทั้งเก้าเหยียบที่บ่าของตัวหนึ่งแล้วพุ่งตัวเข้าใส่อาคิน มีดดาบดิ่งตรงเข้าหัวใจของอาคิน แต่แล้วเสียงดังสนั่นฝ่ามือของเทพซ้ายขวาต่างประสานกันปล่อยพลังเข้าสกัดดาบของณัชชาไว้ได้ ร่างของณัชชาปลิวออกไป ร่างของเทพซ้ายขวากระเด็นถอยไปเช่นกันเก้าภูตสังหารดีดตัวเข้ามารุมล้อมณัชชาเอาไว้ ณัชชาดีดตัว ฟันดาบเข้าใส่ภูตสังหารซึ่งมีกรงเล็บคมแข็งราวกับมีดดาบปะทะกับกรงเล็บเสียงดังสนั่น พวกภูตสังหารบุกเข้าจู่โจม ณัชชาต่อสู้กันได้พักหนึ่ง ณัชชาเริ่มเสียเปรียบถูกพลังมือกระแทกเซไปสองสามครั้ง ณัชชาดีดตัวถอย ตวัดดาบไปมา
“ดูท่าองค์หญิงจะได้ไปเมืองนรกแทนสวรรค์ซะแล้ว”
ทันใดนั้นละอองผงสีชมพูลอยลงมาจากด้านบนเข้าใส่พวกเก้าภูตสังหารเต็มไปหมดจนมองอะไรไม่เห็น เก้าภูตสังหารคำรามก้อง อาคินกับเทพซ้ายขวาต่างหันหน้าขึ้นมอง ทันใดนั้นร่างของนาชะ (กามเทพหญิง) กระพือปีกบินลงมา
“องค์หญิงเร็วเพคะ”
ณัชชากระโดดขึ้นมาคว้ามือของนาชะที่ยื่นออกมาให้จับไว้ได้ นาชะบินหายไปอย่างรวดเร็ว
“ตามล่าองค์หญิงให้ได้” อาคินสั่ง เก้าภูตสังหารคำราม แล้วกลายเป็นควันดำหายวูบตามไปอย่างรวดเร็ว เหลือแต่เทพซ้ายขวายืนระวังอยู่ “ธิดาเทพปราบมารตามเรามาถึงแดนมนุษย์เราต้องรีบหากุญแจให้เร็วที่สุด”

ดินฟ้าอากาศแปรปรวนมีรังสีสว่างแผ่จนสว่างไสว ร่างของ หญิงสาวสองคนปรากฏ คนหนึ่งวัยประมาณ 20-21 สวยน่ารักในชุดหนังสีดำที่เอวมีมีดสั้นพกอยู่ คือณัชชา อีกคนหนึ่ง 14-16 ปีหน้าตาสะสวยท่าทางซนแต่งชุดขาวมีปีกสีขาวโผล่มาทั้งสองข้าง แขวนหน้าไม้เล็กๆ สีขาว ขนาดคืบหนึ่งไว้ที่เอวซึ่งสามารถกลายเป็นหน้าไม้ขนาดจริงได้เมื่อใช้งาน
“ฟิ้ว...เกือบไป องค์หญิงเป็นอะไรหรือเปล่าเพคะ”
“เราไม่เป็นไร เจ้าขัดคำสั่งเรา ตามเรามาจนได้” ณัชชาแกล้งดุ นาชะเหล่มอง
“นาชะว่า เปลี่ยนเป็นขอบใจนาชะ ที่มาช่วยได้ทันเวลา น่าจะดีกว่านะเพคะ” ณัชชายิ้ม
“ขอบใจ ที่มาช่วยได้ทันเวลา เจ้าพอใจหรือยัง”
นาชะยิ้มชอบใจ ทันใดนั้นทั้งสองได้ยินเสียงเอี๊ยด จึงหันไปดูมีรถคันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาในซอย แล้วจอด มีวัยรุ่นลงมาจากรถ สามสี่คนมีคนหนึ่งไปยืนที่มุมตึกโก่งคออ้วกด้วยความเมา พวกที่เหลือต่างหัวเราะกัน อีกคนหนึ่งไปยืนมุมตึกปลดซิปออกฉี่หน้าตาเฉย แต่แล้วไอ้คนหนึ่งหันมาเห็นนาชะกับณัชชายืนอยู่
“พวกมนุษย์ กำลังเมาด้วยเพคะ” นาชะบอกณัชชา
“เฮ้ย มีสาวเว้ยเพื่อน” วัยรุ่นบอกเพื่อน
“ให้นาชะจัดการเองนะคะองค์หญิง”
ณัชชาพยักหน้า พวกวัยรุ่นต่างกรูกันเข้ามาหา นาชะก้าวมารับหน้า
“โห อะไรเนี่ยมีปีกด้วย นางฟ้าเหรอ”
“กามเทพย่ะ”
“ว้าว...กามเทพ ที่ทำให้คนรักกันน่ะเหรอ”
“ใช่”
“มิน่า เห็นปุ๊บรักปั๊บ”
ทั้งหมดต่างหัวเราะกัน นาชะสะบัดมือมีผงสีชมพูปลิวว่อนมายังวัยรุ่นทั้งสามคน
“ช่วยพาไปส่งหน่อยดี้”
“ได้เลยครับ”
นาชะหันมาขยิบตาให้ณัชชา ณัชชายิ้ม

ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ประตูห้องพักในโรงแรมเปิด ร่างของนาชะกับณัชชาก้าวเข้ามา
“คืนนี้ เราพักที่นี่ก่อน แล้วนาชะจะจัดที่ประทับให้ใหม่นะเพคะ”
“ไม่เป็นไร ที่นี่ดีแล้วเราไม่อยากเป็นเป้าสายตาของใคร” ณัชชาดีดตัวไปบนเตียง หลังพิงหัวเตียง “ที่นี่ที่ไหน”
“มนุษย์เรียกว่าโรงแรมจิ้งหรีดค่ะ”
“อืม...ชื่อแปลกมาก เจ้านี่เก่งนะรู้เรื่องมนุษย์ทุกอย่าง”
“แหม...องค์หญิงก็ วันหนึ่งมนุษย์อธิษฐานขอความรักเป็นล้าน ถ้าไม่รู้เรื่องจะจับคู่ถูกเหรอเพคะ”
นาชะขึ้นมานั่งข้างณัชชา
“องค์หญิงมีแผนที่จะหากุญแจยังไงเพคะ”
“ก่อนอื่นเราต้องหาทายาททั้งสี่ให้พบ ทายาททั้งสี่มีแผนที่ที่จะนำเราไปสู่ที่ซ่อนของกุญแจ”
“อ๋อ...ง่ายแบบนี้นี่เองพรุ่งนี้เช้านาชะจะบินไปตามมาให้”
“นี่ไม่ต้องมากวน เรารู้ว่าตามหาทายาททั้งสี่เป็นเรื่องยากแต่ทายาททั้งสี่ เป็นครึ่งเทพครึ่งมนุษย์มีพลังเทพอยู่ในตัวช้าหรือเร็วเราต้องสัมผัสได้”
“อย่างนั้น อาคินก็ต้องสัมผัสได้เหมือนกันน่ะซิเพคะ”
“ใช่ เราต้องสังหารอาคินหรือไม่ก็ต้องถึงตัวทายาทก่อน”

นาชะได้แต่มองหน้าณัชชาพูดอะไรไม่ออก
ภายในห้องโถงห้องหนึ่งอาคินในชุดสูทสีขาวจัดเก้าอี้ตัวใหญ่เป็นบัลลังก์ของมันนั่งอยู่คนเดียว มีเทพซ้ายขวาเดินเข้ามารายงาน

“พลังเทพขององค์หญิงอยู่ๆ ก็หายไป ภูตสังหารสัมผัสไม่ได้”
“ต้องเป็นฝีมือของกามเทพนาชะ” นายอำนาจ ซึ่งเป็นหัวหน้ามาเฟียเดินเข้ามา “พวกมันยอมก้มหัวให้องค์กรของเราหรือยัง”
อาคินถามอำนาจ อำนาจยิ้มเยาะ
“ท่านคุกคามพวกมันมาก จนพวกมันไปร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ถ้ามันเปิดโปงเราพรุ่งนี้ องค์กรของเราจะพบจุดจบทันที”
“แค่กำจัดมันซะก็หมดเรื่อง”
“พูดง่ายแต่ทำยาก ผู้กองเอกภพเป็นหัวหน้าหน่วยคุ้มกันเป็นยอดฝีมือของทางการ ไม่มีใครผ่านได้”
อาคินหัวเราะก้อง
“ท่านเตรียมคนให้พร้อม ชีวิตของมันต้องจบคืนนี้”
อาคินยิ้มสีหน้าเยือกเย็น

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นที่โกดังเก็บของแห่งหนึ่ง รถตู้สองคันวิ่งเข้ามาจอดเทียบ ร่างของเจ้าหน้าที่ในชุดปฏิบัติการลงมา 3-4 คน รถตู้เปิด ร่างของชายคนหนึ่งดูเหมือนนักธุรกิจก้าวลงมา ส่วนอีกคันหนึ่งเจ้าหน้าที่นับสิบลงมา
“โรงเก็บของ” มาเฟียกวาดตามองอย่างเสียอารมณ์ รถอีกคันหนึ่งเข้ามาจอดร่างของเอกภพก้าวลงมา “คุณพาผมมาโรงเก็บของ ผมระดับไหนคุณไม่รู้เหรอ”
“ผมรู้แต่ว่าคุณเป็นมาเฟีย แค่จะให้การโค่นพวกเดียวกันไม่ทำให้คุณเป็นคนสำคัญสำหรับผม ผมหวังว่าพวกมันคงคาดไม่ถึงว่าผมจะพาคุณมาซ่อนตัวที่นี่” มาเฟียเงียบไป แล้วพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย“จัดกำลังเจ้าหน้าที่ระวังรอบนอก ห้ามคนผ่านเข้ามา”
เจ้าหน้าที่กระจายกำลังออกไป เหลือเอกภพ มาเฟียและเจ้าหน้าที่ 3-4 คน เจ้าหน้าที่ที่เหลือเข้ามา
“เชิญด้านในครับ”
ทั้งหมดก้าวเข้าไปข้างในก็เห็นห้องขังตั้งอยู่ตรงกลางห้อง ภายในห้องขังมีเตียงนอน โต๊ะทำงาน ทีวีและมีห้องกระจกใสขนาด 4 คูณ 4 เมตร ตั้งอยู่ตรงกลางสูงเกินศีรษะคน
“ห้องขังเหรอ”
“คุณจะอยู่ในห้องขัง กุญแจล็อคอย่างแน่นหนาไม่มีใครมาเอาตัวคุณไปได้ ตู้กระจกที่คุณเห็นเป็นตู้กันกระสุน ในกรณีที่พวกมันหรือพวกผมบางคนอยากจะยิงคุณ”
“ตลกมาก”
มาเฟียแกล้งหัวเราะ ทันใดนั้นเสียงปืนดังสนั่นมาจากด้านนอก เจ้าหน้าที่วิ่งเข้ามา
“มีกำลังบุกเข้ามาประมาณได้เกือบยี่สิบคน”
“ไหนคุณบอกว่าไม่มีใครรู้ไง”
“คุณยังหักหลังพวกคุณได้ ผมเชื่อว่าต้องมีคนหักหลังคุณเหมือนกัน”
“เข้าไปในตู้กระจกดีกว่าครับ”
มาเฟียรีบไปที่ห้องขัง เจ้าหน้าที่เปิดประตูให้เข้าไปแล้วล็อคกุญแจ มาเฟียรีบเข้าไปในตู้กระจกกันกระสุน
“กุญแจ” เจ้าหน้าที่เอากุญแจมาส่งให้เอกภพ “ยิงทุกคนที่ผ่านเข้ามา”
เอกภพสั่งแล้วออกไป เจ้าหน้าที่กระจายกำลังกันรอบห้องขัง

เอกภพออกมาสมทบกับเจ้าหน้าที่ที่ยิงต้านพวกคนร้ายอยู่หลังลังคอนเทนเนอร์ต่างๆ เงาของพวกคนร้ายวูบวาบเข้ามานับสิบๆ เอกภพดีดตัวข้ามคอนเทนเนอร์ออกไปหาพวกมัน เงาของพวกมันโผล่ออกมา เอกภพยิงใส่พวกมันล้มคว่ำไปหนึ่ง หันไปยิงอีกสองตวัดกลับมายิงพวกมันไปอีกหนึ่ง เดินลุยเข้าไปสาดพวกมันอีกสาม หันไปยิงอีกหนึ่ง ตบแม็กออกจากปืน แล้วใส่อันใหม่เข้าไป แล้วหันไปยิงสาดพวกมันอีกสอง หันไปอีกด้าน ยิงพวกมันอีกหนึ่ง เสียงพวกมันร้องกันระงม
ทันใดนั้น เสียงประหลาดดังก้องมาทางด้านหลัง เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวถี่ยิบ และเสียงร้องโหยหวนของมาเฟียดังออกมา เอกภพหันขวับหน้าเครียด

เอกภพพรวดเข้ามาในห้องแล้วต้องหยุดชะงัก เมื่อตรงหน้าที่เห็นคือร่างของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่คุมห้องขัง ตายหมด ห้องขังตรงส่วนประตูพังไปแถบหนึ่งประตูห้อยร่องแร่ง แต่ห้องกระจกอยู่เหมือนเดิมไม่มีเสียหาย ยกเว้นแต่ร่างของมาเฟียในห้องนอนตายสนิท เอกภพยืนอยู่ใกล้กับห้องกระจกหน้าเครียด เจ้าหน้าที่จากด้านนอกเพิ่งวิ่งเข้ามาถึงเอกภพ

ที่โรงแรมจิ้งหรีด ณัชชาดีดตัวขึ้นมาจากการนอน ทำให้นาชะดีดตัวตื่นขึ้นมาด้วย
“เกิดอะไรขึ้นคะองค์หญิง”
“เรารู้สึกถึงพลังของภูตสังหาร” ณัชชาลุกขึ้นจากเตียงเดินไปเดินมา “แปลก”
“มีอะไรแปลกหรือเพคะ”
ณัชชาหลับตาทบทวนความฝันเห็นภาพภูตสังหารปรากฏตัวขึ้นหน้าห้องขัง เอามือตวัดโครมห้องขังพังทลาย แล้วภูตสังหารก็เข้าไปที่ตู้กระจกซึ่งมาเฟียอยู่ข้างใน แล้วกลายเป็นควันดำลอยเข้าไปในตู้กระจกจนควันดำปกคลุมจนเต็มตู้เสียงมาเฟียร้อง จากนั้นควันดำก็สลายตัวแล้วก็มีร่างของเอกภพพรวดเข้ามาที่ตู้กระจกมองร่างของมาเฟียที่นอนตายอยู่
“พลังภูตสังหารกลับทำให้เราเห็นมนุษย์คนหนึ่ง”
“หรือว่าจะเป็นทายาทที่องค์หญิงตามหา”
“เรายังไม่แน่ใจเหมือนกัน”
“นาชะนอนต่อดีกว่า” นาชิขยับตัวนอนลง ณัชชาเดินครุ่นคิด
“อาคินส่งเก้าภูตมาสังหารมนุษย์ มันมีแผนอะไรกันแน่”
ณัชชาถอนหายใจมองออกไปนอกหน้าต่างโรงแรม สีหน้าเคร่งเครียด

ภายในห้องประชุมที่องค์กรของอาคิน อาคินนั่งอยู่ที่โต๊ะประชุม ตรงหน้ามีอาหารว่างพร้อมไวน์ เทพซ้ายขวายืนอยู่ทางด้านหลัง อำนาจเดินเข้ามารายงาน
“ภูตของท่านทำงานสำเร็จ แต่คนของเราถูกผู้กองเอกภพฆ่าตายนับสิบ”
“สงครามก็ย่อมมีคนตาย”
อำนาจไม่พอใจแต่ก็จำต้องพยักหน้ารับ

วันต่อมาที่กองบัญชาการกรมตำรวจ เอกภพอยู่ที่ห้องของผู้บัญชาการสีหน้าเคร่งเครียด
“ผมเป็นคนถือกุญแจห้องขัง”
เอกภพยืนอยู่หน้าโต๊ะของ ผ.บ. สิทธิชัย บนโต๊ะมีกุญแจวางอยู่
“แปลกมาก มีพวกหัวหน้ามาเฟียแก๊งเล็กๆ ตายไปแล้ว 3 คนภายในหนึ่งอาทิตย์ ผมต้องการจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”
“ครับผม”
“อ้อ บ่ายนี้ศาลจะตัดสินคดีนายประสิทธิ์ ผมเชื่อว่านายประสิทธิ์มีศัตรูคอยต้อนรับอยู่แน่ๆ คุณช่วยแวะไปดูหน่อย อย่าให้เกิดเรื่อง”
“ครับผม”
เอกภพทำความเคารพแล้วเดินออกไป

สิทธิชัยสีหน้าเคร่ง หยิบกุญแจขึ้นมาเดาะในมือ แล้วโยนทิ้งลงถังขยะ
ร่างของณัชชากับนาชะปรากฏตัวขึ้นที่มุมหนึ่งหน้าศาล

“เจ้าแน่ใจนะว่าพลังของเจ้าจะพรางพลังของเราได้”
“รับรองได้ พลังแห่งความรักเหนือกว่าพลังทุกอย่างเพคะ ว่าแต่องค์หญิงจะมาที่นี่ทำไม”
“มีพลังบางอย่างดึงเรามาที่นี่”
ณัชชากราดสายตาไปทางด้านหน้า เห็นรถของนักการเมืองออกมาจอดที่หน้าศาล รุมล้อมด้วยนักข่าว นักการเมืองออกมาจากรถและหยุดให้นักข่าวถามโดยมีคนคุ้มกันคอยกันให้นักข่าวถอยห่างพอประมาณ
“เราเข้าไปดูใกล้ๆ ดีกว่า”
ณัชชากับนาชะก้าวออกไป

นักการเมืองที่ถูกนักข่าวรุมล้อมก็คือนายประสิทธิ์
“ท่านมั่นใจแค่ไหนเกี่ยวกับคดีนี้ครับ” นักข่าวยิงคำถาม
“หลุดแน่นอน ไม่มีหลักฐานที่บ่งบอกว่าผมคอรัปชั่น เป็นการสร้างข่าวเพื่อลดความน่าเชื่อถือของผม”
“แล้วเรื่องที่ว่าท่านฟอกเงินให้พวกมาเฟียปีละเป็นพันล้านเท็จจริงแค่ไหน”
“ไม่มีหลักฐาน ไม่มีเงินในบัญชีผม เรื่องไร้สาระครับ”
ทันใดนั้นเสียงดังฟุบ นายประสิทธิ์ผงะทรุดลง กระสุนเข้าที่หน้าผาก ทุกคนส่งเสียงกรีดร้อง วิ่งกันกระจาย
พวกบอดี้การ์ดต่างกระชากปืนพรวดเข้ามาล้อมตัวนายประสิทธิ์ไว้ตรงกลาง ต่างกราดปืนไปมาหาเป้าหมาย ณัชชาหันควับไปทางด้านตึกตรงข้าม
“คนยิงอยู่ตึกตรงข้าม”
ณัชชาขยับตัว นาชะรีบห้าม
“โน โน โน องค์หญิงยุ่งไม่ได้ ขืนยุ่งจะทำให้เหตุการณ์ในโลกมนุษย์แปรปรวน นรกสับสน ไม่ดีหรอกเพคะ”
ณัชชาหยุด แต่สายตายังจ้องอยู่ ทันใดนั้นมีรถตำรวจเข้ามาจอดพรืดตรงหน้าของพวกนายประสิทธิ์
ประตูเปิดผลัวะออก ร่างของเอกภพก้าวออกมา
“เจนศักดิ์เคลียพื้นที่”
“ครับผม”
ณัชชาเห็นหน้าเอกภพก็จำได้
“เอ๊ะ ใช่นี่...”
“หา ใครใช่ ใช่ใคร” เอกภพหันไปที่ตึกฝั่งตรงข้ามกราดสายตามองแล้ววิ่งพรวดออกไป ณัชชาดีดตัวตามไป
“เดี๋ยว โธ่เอ๊ย”

เอกภพวิ่งไปยังอีกตึก ณัชชาดีดตัวตามอย่างรวดเร็วเช่นกัน เอกภพดีดตัวเข้าไปในตึกตรงข้ามพรวดไปดักที่หน้าลิฟต์ ลิฟต์เปิดมีนักธุรกิจออกมาจากลิฟต์ 4 คนต่างถือกระเป๋าเอกสารที่เหมือนกัน พร้อมกับหญิงนักธุรกิจคนหนึ่ง
“ใครขยับเจอลูกปืนก่อน” เอกภพยกปืนจ้องที่ทั้ง 4 เสียงคนที่อยู่นอกลิฟต์ใกล้ๆ ร้องกรี๊ดกร๊าดวิ่งหนีกันออกไป อึดใจคนที่อยู่ในลิฟต์ต่างยืนเฉย ไม่มีใครกล้าขยับ“จะยืนอยู่นี่ทั้งวันก็ได้”
ทันใดนั้นมือปืนคว้านักธุรกิจหญิงเข้ามาแนบตัว ปืนจ่อทางด้านหลัง สายตามองมายังเอกภพ ณัชชากับนาชะตามมาทันค่อยๆ ก้าวมาทางด้านหลังของเอกภพ
“ที่เหลือช่วยรีบออกไปก็ดีครับ”
เอกภพบอก ทุกคนออกไปเหลือแต่คนร้ายคนเดียวที่เอาปืนจ่อหญิงสาวอยู่ นักธุรกิจทั้งสามต่างรีบเดินผ่านเอกภพออกทางด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งมาทางที่ณัชชากับนาชะยืนดู แต่แล้วทันใดนั้นสามนักธุรกิจก็ตวัดปืนออกมา คนหนึ่งหันใส่ทางด้านหลังของเอกภพ อีกสองคนอยู่ทางด้านข้างซ้ายขวา กำลังตวัดปืนใส่เอกภพเช่นกัน ณัชชาเห็น
“ปืน”
ณัชชาดีดตัวโดดเข้ากระแทกคนที่อยู่ใกล้คว่ำไป ปืนของมันกระเด็นหลุดจากมือ เอกภพหมุนตัวกลับคนร้ายทางซ้ายยิงมา เอกภพเอี้ยวตัวหลบลูกปืนวิ่งผ่านไป เอกภพยิงสวนคนร้ายล้มคว่ำแล้วหมุนมาหลบลูกปืนที่มาจากทางขวาวิ่งผ่านไปอย่างหวุดหวิด แล้วยิงสวนคนร้ายคว่ำไป ผู้คนแตกตื่น วิ่งกันวุ่น เอกภพหันมาทางคนร้ายที่ถูกณัชชาชนคว่ำอยู่ มันรีบพุ่งไปที่ปืนคว้าขึ้นมา หันกลับหมายยิงเอกภพ แต่ถูกเอกภพยิงคว่ำไปเสียก่อน เอกภพหันกลับหาไอ้มือปืนที่คุมหญิงอยู่ มันหายไปแล้วเหลือแต่หญิงสาวยืนตัวสั่นอยู่ เอกภพกราดสายตามองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นคนร้ายแล้ว เอกภพยัดปืนใส่ซองหน้าเครียด
เอกภพเดินเข้ามาหาณัชชาที่แกล้งทำเป็นตื่นเต้นนั่งอยู่พื้นข้างๆ ร่างของคนร้าย เอกภพค่อยๆ ทรุดตัวลงประคองณัชชาให้ลุกขึ้นมา ทั้งสองประสานสายตากัน
“คุณไม่เป็นไรนะ”
ณัชชาส่ายหน้า ไม่พูด สายตาได้แต่ประสานจ้อง

อาคินนั่งอยู่ที่บัลลังก์ เทพซ้ายขวาเดินเข้ามารายงาน
“เราสัมผัสได้ถึงพลังเทพแต่หายไปซะก่อนที่จะได้ตำแหน่ง”
“เราเชื่อว่าอาจเป็นทายาทของเทพกับมนุษย์ที่เราตามหา”
“คอยเฝ้าระวังให้ดี”
อำนาจเดินเข้ามารายงาน
“งานสำเร็จ แต่คนของเรารอดกลับมาได้คนเดียว”
“อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือของผู้กองอะไรนั่น” อำนาจพยักหน้า “ถ้ายังงั้นเราน่าจะกำจัดคนๆ นี้เสีย เป็นการย้ำให้พวกมาเฟียทั้งหลายรู้ว่า แม้แต่ทางการยังไม่สามารถต้านเราได้”
“แต่ว่า...”
อาคินจ้องสีหน้าไม่พอใจ อำนาจพยักหน้าโค้งแล้วออกไป

อาคินมีสีหน้าเยือกเย็น
ทางด้านณัชชาจ้องมองเอกภพอย่างตื่นเต้น มือของเอกภพที่ประคองณัชชามีพลังจางๆ ออกมา ณัชชารู้ได้ทันทีว่ามีพลังเทพออกมาจากตัวของเอกภพ

“คราวหลังคุณไม่ควรทำอีก อันตราย” ณัชชาตาโต แต่ทำแค่พยักหน้าช้าๆ “แต่ก็ขอบคุณครับ” ณัชชายิ้มออกมาได้ “ผมต้องขอชื่อและที่อยู่ของคุณเพื่อติดต่อให้เป็นพยาน” ณัชชาตาโตแต่ก็พยักหน้าอีก เอกภพจ้องสบตาณัชชานิ่งสายตาอ่อนโยน “ขอโทษผมไม่ทราบว่าคุณ เอ้อ...พูดไม่ได้”
ณัชชาตายิ่งโตไปกว่าเดิม พร้อมที่จะโวย
“พี่สาวหนูพูดได้ค่ะ แต่คงช็อกไปเท่านั้นเอง”..
นาชะมาพอดีแก้สถานการณ์ไว้ได้ เอกภพพยักหน้ารับ แล้วถอยปล่อยณัชชาออก เจนศักดิ์มาพอดี
“เจนศักดิ์ ช่วยเท็คแคร์พยานหน่อยนะครับ”
“ครับผม เดี๋ยวผมกลับมาจัดการให้ครับ ผู้กอง”
เจนศักดิ์รับคำแล้วเดินไปยังกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่กำลังตรวจทุกอย่าง เสียงโทรศัพท์เอกภพดังขึ้นมา
“ขอโทษนะครับ” ณัชชาพยักหน้า นาชะยิ้มให้ณัชชาแล้วพยักพเยิดไปทางเอกภพแบบว่าโหหล่อนะ ณัชชาเหล่ใส่นาชะ เอกภพรับสาย “พี่จำได้จ้ะ บ๊ายบาย” เอกภพวางสาย “ผมต้องขอตัวไปตรวจทางด้านโน้นก่อนนะครับ”
เอกภพขอตัวจากไป ณัชชามองตามอย่างพิจารณา นาชะมองณัชชาแล้วพูดทำเสียงหล่อ
“พี่จำได้จ้ะ...แบบนี้มนุษย์พูดกับแฟนค่ะองค์หญิง”
“คิดมากน่านาชะ ฉันแค่รู้สึกถึงพลังเทพในตัวเค้าเท่านั้นเอง”
นาชะตาโตตื่นเต้น ณัชชาพยักหน้า

ในโรงยิมของสถาบันแห่งหนึ่ง นักศึกษาชายสองคนกำลังซ้อมเทควนโด้กัน นักศึกษาคนหนึ่งหมุนตัวจระเข้ฟาดหางถูกอีกคนหนึ่งหมุนลงไปกองที่พื้นดังโครม ตรงหน้าของนาฬิกาพอดี ซึ่งนั่งเป็นแถวกับนักศึกษาคนอื่นๆ อยู่ประมาณ 10 คน นักศึกษาลุกขึ้นแล้วโค้งคนที่เตะ แล้วทั้งสองออกไปนั่งในแถว
“นาฬิกา”
นาฬิกา ซึ่งคาดสายสีเหลือง ลุกขึ้นมาประจำที่ครูชี้ไปที่นักเรียนชายอีกคนหนึ่งสายสีเหลืองเช่นเดียวกัน ทั้งสองต่างโค้งกันแล้วเริ่มต่อสู้กันผ่านไปสองสามท่านาฬิกาไซด์คิก คู่ต่อสู้ลอยลงไปบนเบาะ นักศึกษาลุกขึ้นมาต่างโค้งกัน แล้วกลับไปนั่งในแถว
“ตั้งแถว” นักศึกษาทุกคนตั้งแถว “เอาล่ะ ขอให้ทุกคนโชคดีในการแข่งขันเลิกแถว”
นักศึกษาต่างส่งเสียงดัง แล้วแยกย้ายกันไป นาฬิกาเดินแยกออกมา นักศึกษาคู่ซ้อมวิ่งเข้ามา
“นาฬิกา” นาฬิกาหยุดหันมารอ “ไซด์คิกสุดยอด เอาถ้วยมาให้ได้นะ”
“โอเค”
คู่ซ้อมเดินออกไป นาฬิกายิ้ม เดินตาม

ณัชชานั่งรอเจนศักดิ์อยู่ตรงเก้าอี้ที่จัดให้ สายตากราดไปมาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอยู่ เอกภพยืนสั่งการอยู่ห่างๆ ณัชชาเพ่งมองอย่างพิจารณา เอกภพเดินไปตรวจร่องรอยแล้วหันมาสั่งการอีก ณัชชาได้ยินเสียงฝีเท้าหันไป
เจนศักดิ์เดินเข้ามา นั่งลงที่เก้าอี้ว่าง
“ขอโทษนะครับที่ทำให้รอนาน” ณัชชาพยักหน้ายิ้มให้ “เอาล่ะครับ ก่อนอื่น คุณชื่อ”
“ณัชชา”
“ที่อยู่” ณัชชาไม่รู้จึงมองหานาชะ แต่ไม่เห็นแม้แต่เงา “ที่อยู่ครับ”
“โรงแรมจิ้งหรีด”
เจนศักดิ์ยิ้มขำ ณัชชาคิ้วขมวดมองหน้าเจนศักดิ์เหมือนจะถามว่าขำทำไม
“ผมจัดการเองคุณเจนศักดิ์” เอกภพบอก เจนศักดิ์รีบลุกขึ้นออกไป เอกภพนั่งลงที่เก้าอี้ว่าง ส่งแก้วน้ำให้ ณัชชารับมาถือไว้ในมือ “หายตกใจหรือยังครับ” ณัชชายิ้มขำ แต่พยักหน้า จ้องเอกภพอย่างพิจารณา เอกภพจ้องสังเกตเช่นกัน “โรงแรมจิ้งหรีดที่คุณว่าอยู่แถวไหนครับ”
“เอ้อ...ก็...”
“มาแล้วค่ะ” ณัชชากับเอกภพหันไปเห็นนาชะยืนยิ้มอยู่ ในมือมีกระดาษอยู่แผ่นหนึ่ง นาชะยื่นกระดาษให้เอกภพ “นี่ค่ะรายละเอียดทุกอย่าง ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร สารพัด”
ณัชชามองนาชะอย่างสงสัย เอกภพรับกระดาษไว้ พับใส่กระเป๋า
“ดีครับ ทางเราจะได้ติดต่อให้คุณมาลงบันทึกคำให้การ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ”
เอกภพลุกขึ้น ณัชชาลุกตาม นาชะยิ้มรีบยื่นมือให้จับ
“แล้วเจอกันค่ะ”
เอกภพจับมือนาชะ นาชะแกล้งไม่ปล่อยมือ เห็นพลังจางออกมา นาชะยอมปล่อยมือ เอกภพยิ้มให้แล้วหันหลังเดินจากไป ณัชชายังจ้องเอกภพอยู่
“จ้องแบบนี้มนุษย์เค้าถือว่าเสียมารยาท”
“รู้แล้วน่า แต่เรามั่นใจว่ามนุษย์คนนี้มีสายเลือดเทพอย่างแน่นอน”
“นาชะก็สัมผัสได้เหมือนกัน”

ณัชชาจ้องตามเอกภพจนพ้นสายตา

อ่านต่อหน้า 2
ธิดาพญายม ตอนที่ 1 (ต่อ)

รถของเอกภพแล่นเข้ามาจอดที่หน้าโรงยิม เอกภพลงจากรถรีบเข้าไปในยิม พบแต่ความว่างเปล่า เอกภพหันกลับมาก็พบนาฬิกายืนอยู่ ในชุดเทควนโดถือถ้วยรางวัลที่หนึ่งตีหน้ามุ่ยอยู่ เอกภพเดินเข้าไปหา

“พี่ขอโทษครับ บังเอิญมีเรื่อง”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่แข่งกันเองระหว่างคณะเท่านั้นเอง”
“พี่พาคุณนาฬิกาไปเลี้ยง พิซซ่า เป็นการฉลอง”
“เย้ จริงนะ”
“ครับ”
เสียงโทรศัพท์ดัง นาฬิการับสาย
“เฮ้...ว่าไงจ๊ะ เดี๋ยวนะ” นาฬิกาหันมาถามเอกภพ “พาเพื่อนไปด้วยนะคะพี่เอก”
“ได้ครับ”
“พิซซ่า ร้านเดิม” นาฬิกาบอกแล้ววางสาย
“กี่คน”
“แค่ 10 กว่าคนเอง”
“หา”
นาฬิกาขำวิ่งไปที่รถเปิดประตูขึ้นไป เอกภพสั่นหน้าแต่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี

ร่างของณัชชากับนาชะปรากฏที่คอนโดหรูแห่งหนึ่ง
“นับตั้งแต่บัดนี้ไปองค์หญิงจะประทับที่นี่เพคะ”
“ดูไม่เหมือนโรงแรมจิ้งหรีดนี่”
“เปล่าเพคะ นี่เป็นสมบัติของนักการเมืองที่ถูกยิงเมื่อตอนบ่ายนี้เพคะ”
“เราไม่เข้าใจ เจ้าคิดยึดสมบัติของคนตาย”
“เปล่าเพคะ” นาชะดึงณัชชามานั่งที่โซฟาแล้วตวัดมือมีไอแพดติดมา “ นาชะตรวจดูจากบันทึกสวรรค์นักการเมืองที่ถูกยิงเป็นนักการเมืองฉ้อราษฏร์บังหลวงแถมยังฟอกเงินให้พวกมาเฟีย มีสมบัติที่โกงซ่อนไว้หลายร้อยล้านไม่มีใครรู้”
“เจ้าก็เลยโกงเอามาใช้”
“เปล่าเพคะ เรามาช่วยโลกมนุษย์ ถือว่าเป็นเงินงบประมาณในการปราบปรามก็แล้วกันนะคะ” ณัชชาขำพยักหน้า “ไปค่ะ นาชะหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันดีกว่าเพคะ”

นาชะขับรถมาบนถนนสายหนึ่งโดยมีณัชชานั่งข้างๆ
“นาชะอยากให้องค์หญิงตั้งสมาธิให้ดี เพราะองค์หญิงต้องขับรถของมนุษย์เพื่อไปไหนมาไหน แทนการใช้พลังเทพ”
ณัชชายกมือวนตรงหน้า
“เรียบร้อย เราจำได้แล้ว”
“ในเมื่อเราไม่สามารถใช้พลังเทพได้เต็มที่นัก เพื่อหลบเลี่ยงเก้าภูตสังหาร เราต้องใช้พลังของมนุษย์นี่ล่ะเพคะ”
“พลังมนุษย์มีด้วยเหรอ เจ้าอย่าล้อเราเล่น”
“มีซิคะองค์หญิง เค้าเรียกว่า เงิน ชื่อเสียงและตำแหน่งเพคะ มนุษย์เคารพคนพวกนี้แม้ว่าบางคนจะเลวสุดสุด”
“ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ”
“ไม่ทราบเพคะ คงเป็นเพราะคนส่วนหนึ่งเกิดมาไม่ฉลาดหรือไม่ก็ขาดการพัฒนาทางด้านความคิดหรือไม่ก็
ขาดอุดมการณ์เห็นแก่เงินอย่างเดียวเพคะ”
นาชะยิ้มอย่างภูมิใจในความรอบรู้
“มิน่าเจ้าสวรรค์ถึงคิดจะให้น้ำท่วมโลก”

นาชะเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถของร้านพิซซ่า ทั้งสองลงจากรถ นาชะพาณัชชาเดินมาหยุดลงที่หน้าร้านพิซซ่า
“นาชะจะให้องค์หญิงชิมอาหารมนุษย์ นี่เค้าเรียกว่า พิซซ่า”
ณัชชาทำสีหน้าเบื่อ นาชะลากณัชชาเข้าไปในร้าน

นาชะเดินพาณัชชาผ่านกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มหนึ่งกำลังส่งเสียงเฮกันอยู่ คือกลุ่มของนาฬิกานั่นเอง นาชะพาณัชชาไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่งห่างออกไป นาชะนั่งหันไปทางกลุ่มของนาฬิกาพอดีจึงเห็นเอกภพอยู่ในกลุ่มวัยรุ่น
“องค์หญิง” นาชะพยักหน้าไปทางด้านเอกภพ ณัชชาหันไปมอง
“ผู้กองเอกภพ”
“โห อะไรกันจะบังเอิญขนาดนี้”
“เจ้าทำได้ยังไง”
“นาชะ จับมือกับคุณเอกภพ เอาลายมือคุณเอกภพเข้าเครื่องบันทึกสวรรค์ของนาชะกดปุ่มค้นหา ง่ายๆ แค่นี้เอง”
“เจ้าควรจะถูกลงโทษซะบ้าง”
“เฮ่...องค์หญิงบอกว่าต้องคอยตามดูอย่างใกล้ชิดไม่ใช่เหรอเพคะ”
นาชะพูดแล้วโบกมือให้เอกภพ เอกภพโบกตอบ นาฬิกามองตามแล้วถามอย่างแปลกใจ
“ใครคะ”

ที่องค์กรของอาคิน อาคินนั่งอยู่บนบัลลังก์ มีเทพซ้ายขวายืนประกบคนละด้าน อำนาจเดินเข้ามากับนายตือเฮง มีสมุนของตือเฮงตามมาด้วย 3 คน ตือเฮงเดินวางก้ามไม่กลัวใคร
“นี่คือคุณ ตือเฮง หนึ่งในหัวหน้ามาเฟีย” อำนาจบอกอาคิน
“คุณอำนาจบอกว่าคุณอยากคุยด้วย มีอะไรว่ามา”
“ท่านไม่ยอมให้คำตอบที่เราถามไป”
“ฮะ อย่าหวังว่าพวกข้าจะยอมก้มหัวให้เอ็ง”
“งั้นท่านก็คงไม่ได้กลับออกไป”
ตือเฮงจ้องมองอาคินนิ่ง อาคินมองสายตาเยือกเย็น ทันใดนั้นตือเฮงตวัดปืนจากอกเสื้อในขณะที่สมุนของ
ตือเฮงสามคนก็ตวัดปืนออกมาเช่นกัน
“แต่ท่านได้กลับแน่ กลับบ้านเก่า”
ตือเฮงกับสมุนเหนี่ยวไกใส่อาคินถี่ยิบ อาคินยิ้มสะบัดมือใส่ปล่อยพลังจากนั้นก็มีเสียงร้องของตือเฮงกับมือปืนดังโหยหวน
“ส่งชิ้นส่วนของพวกมันให้พวกมาเฟียที่เหลือดู”
อาคินบอก ร่างของตือเฮงและมือปืนนอนตายอยู่ตรงบหน้าอำนวจ อำนาจพยักหน้าหงึกๆ ซับเหงื่อตัวเองที่หน้าผาก

อาคินหัวเราะเสียงดังกึกก้อง
ที่ร้านพิซซ่า ณัชชานั่งอยู่กับนาชะ ณัชชารู้สึกถึงพลังของอาคินตอนที่ปล่อยพลังจัดการกับตือเฮง

“มาแล้วเพคะ”
นาชะบอก ณัชชารู้ตัว ขาดคำของนาชะร่างของเอกภพกับนาฬิกาก็มาถึงที่โต๊ะพอดี
“สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้ว”
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีค่ะ”
“นี่น้องสาวผม คุณนาฬิกาครับ” เอกภพแนะนำ
“สวัสดีค่ะ” นาฬิกายกมือไหว้สองสาวแล้วมองณัชชาอย่างสนใจ ณัชชาได้แต่ยิ้มให้โดยไม่ได้เชิญนั่ง เอกภพเห็นรู้สึกว่าณัชชาคงไม่ต้องการคุยต่อ
“เชิญตามสบายครับ”
“ค่ะ”
เอกภพพยักหน้าให้นาฬิกา นาฬิกามองณัชชายิ้มให้ แล้วออกเดินตามเอกภพกลับไปที่โต๊ะ
“แค่เนี๊ยะ ทำไมไม่ชวนนั่ง อุตส่าห์จัดให้แทบแย่” นาชะบอก
“เราต้องรีบไป เราจับพลังของอาคินได้”
นาชะหน้าตาตื่น

รถของเอกภพแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน นาฬิกาลงมาจากรถด้านหนึ่ง เอกภพลงมาอีกด้านหนึ่ง ลุงสมคนทำสวนเข้ามาหาเพื่อช่วยถือของ
“มีของมั้ยครับ”
เอกภพส่งเป้ของนาฬิกาให้
“มีแต่เป้ของคุณนาฬิกา”
ลุงสมรับเป้มา
“ลุงสม” นาฬิกายกถ้วยให้ดู “ที่หนึ่งด้วย”
นาฬิกาถือถ้วยเดินยิ้มเข้าไปในบ้าน ลุงสมสมยิ้ม
“จอดรถไว้ข้างนอกก็ได้นะลุงสม เผื่อถูกเรียกตัวฉุกเฉิน”
“ครับ”
เอกภพเดินเข้าบ้านไป

นาฬิกาเดินเข้ามาในบ้านก็พบกับป้าอรกำลังยกน้ำตะไคร้มาให้
“ป้าอร” นาฬิกายกถ้วยโชว์ “เจ๋งม่า”
“เจ๋งมากจ้ะ”
นาฬิกาเอาถ้วยวางบนโต๊ะทานข้าว หันไปที่ซิงก์ล้างมือแล้วนั่งลงที่โต๊ะ ป้าอรวางน้ำตะไคร้ลงตรงหน้า
“ขอบคุณค่ะ”
ป้าอรวางอีกแก้วหนึ่งตรงที่ของเอกภพ เอกภพเดินเข้ามาพอดี
“เห็นถ้วยคนเก่งหรือยังป้าอร”
“เห็นแล้วค่ะ เฮ้อ จะเป็นผู้ชายอีกคนละมั๊ง”
“ผู้หญิงเก่งไม่ได้หรอจ๊ะป้าอร” ป้าอรยิ้ม เสียงโทรศัพท์ของนาฬิกาดัง นาฬิการับสาย “คุณแม่ เมื่อไหร่จะกลับคะ โห...คราวที่แล้วคุณแม่ก็บอกว่าสองอาทิตย์ ค่ะค่ะ นาได้ถ้วยด้วยค่ะ ค่ะ ค่ะ” นาฬิกาวางสายแล้วหันมาบอกเอกภพ “คุณแม่ฝากหวัดดีพี่เอกด้วย แล้วสั่งว่าให้ดูแล นาดีๆ โอเคะ”
“ตกลงอีกสองอาทิตย์คุณแม่ถึงจะกลับ”
“เยส แล้วก็เลื่อนอีกเหมือนเดิม”
ป้าอรเอาน้ำมาเสิร์ฟ
“ก็คุณแม่งานเยอะนี่คะ”
นาฬิกายกแก้วน้ำขึ้นดื่ม เอกภพมองน้องสาวอย่างเห็นใจ

ร่างของนาชะกับณัชชาค่อยๆ ปรากฏที่องค์กรของอาคินซึ่งด้านนอกเป็นตึกสำนักงานใหญ่โต
“พลังของอาคินมาจากที่นี่”
“กลับเถอะองค์หญิง ก่อนที่ภูตสังหารจะมา”
“ไหนเจ้าบอกว่าพวกมันสัมผัสพลังแห่งความรักไม่ได้ไง”
“งานนี้ชักไม่แน่ใจแล้วเพคะ”
“เจ้ารออยู่ที่นี่ เราสังหารอาคินได้ พวกภูตสังหารก็หมดฤทธิ์”
“โอเคเพคะ นี่เพคะผงแห่งความรัก” นาชะโบกมือผงสีชมพูคลุมร่างของณัชชาจนเต็มร่าง “องค์หญิงมีเวลาแค่หนึ่งนาทีนะเพคะ”
“อะไร ทำไมเร็วจัง คนจะรักกันทันเหรอ”
“แค่นี้ล่ะเพคะ นาทีเดียวถ้าไม่ปิ๊งกันก็ถือว่าจบ”
“ระวังตัวด้วย” ณัชชาบอกนาชิแล้วแวบหายไป

นาชะถ
10 จากทั้งหมด 16 รูป
กำลังโหลดความคิดเห็น...