xs
sm
md
lg

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 9

เผยแพร่:

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 9 
ประกายดาวบอกทุกคน
“ฉันยืนยัน ฉันกับศิวะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“ใช่ ผมก็ยืนยัน” ศิวะบอก
“ไม่เป็นอะไรกัน แล้วนัดกันมาที่นี่ นัดมาสวดมนต์กันหรือไงยะ” อรอุมาว่า
“ฉันมีเหตุผลของฉัน”
“เหตุผลคือหิวผัวชาวบ้านน่ะสิ” รติรสว่า “ผู้หญิงหน้าด้านอย่างเธอ ถึงจะพยายามพรีเซนต์ว่าตัวเองสวยใสบริสุทธิ์ ปักตะไคร้ไล่ฝนได้ แต่หลักฐานคาตาขนาดนี้ ไม่มีใครเขาโง่เชื่อคำพูดของเธอหรอกย่ะ”
“แต่ผมเชื่อ” จันทรภานุบอก
รติรสไม่พอใจ “คุณชาย !”
“ผมเชื่อ ว่าเรื่องนี้คุณดาวบริสุทธิ์ใจ เพราะไม่อย่างงั้นคุณดาวคงไม่โทรตามให้ผมมาที่นี่”
ศิวะแปลกใจ “ดาวโทรตามคุณจันทรภานุมา?”
ประกายดาวตอบ “ใช่”
ประกายดาวมองจันทรภานุแล้วนึกย้อนกลับไปที่เหตุการณ์ก่อนหน้า

เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ จันทรภานุอ่านข้อความในโทรศัพท์ “ฉันมีเรื่องด่วน มาหาฉันที่คอนโดภายในหนึ่งชั่วโมง...ประกายดาว”
จันทรภานุแปลกใจ

จันทรภานุถามประกายดาว
“ตกลงว่าเรื่องด่วนของคุณคืออะไร”
“เดี๋ยวคุณชายก็จะรู้ค่ะ”
ประกายดาวพูดจบเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ประกายดาวเดินไปเปิดทำให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้อง ผู้หญิงมองเข้ามาในห้องอย่างงงๆ ศิวะเห็นผู้หญิงคนนั้นแล้วก็อ้าปากค้าง
“เธอ !”
ผู้หญิงคนนั้นดีใจ “คุณศิวะ ฉันคิดว่าจะมาผิดห้องซะแล้ว”
“เธอมาได้ไง” ศิวะถาม
“เอ้า ก็คุณให้คนโทรตามฉันมา บอกว่ามีงานให้ทำอีก ฉันกำลังร้อนเงินอยู่พอดี”
“โทรตาม ?” ศิวะเพิ่งเก็ท เขาหันไปมองประกายดาวอึ้งๆ “ดาว...”
“ขอบใจมากนะที่ให้ฉันยืมโทรศัพท์”
ประกายดาวยิ้มเจ้าเล่ห์

ภาพเหตุการณ์ในอดีตตอนที่จันทรภานุพูดเรื่องอภิเชษฐ์ให้ประกายดาวฟังย้อนกลับมา
“ไอ้เชษฐ์สงสัยว่าผู้หญิงคนที่ไปพบกล้องในห้องน้ำน่าจะมีส่วนรู้เห็น”
ประกายดาวพยักหน้าอย่างใช้ความคิด

ประกายดาวอธิบาย “ฉันอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นกับนายรู้จักกันหรือเปล่า ฉันก็เลยขอเบอร์ผู้หญิงคนนั้นจากคุณเชษฐ์”

เหตุการณ์ในอดีต ประกายดาวโทรศัพท์
“คุณเชษฐ์คะ ฉันดาวนะคะ คุณเชษฐ์มีเบอร์โทรของผู้หญิงที่เจอกล้องแอบถ่ายห้องน้ำในห้างคุณจันทรภานุไหมคะ”

ประกายดาวอธิบายต่อ “แล้วใช้มือถือของนายโทรไปหา”

เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ประกายดาวบอกศิวะ
“มือถือเป็นอะไรไม่รู้ เปิดเครื่องไม่ติด ต้องโทรไปคอนเฟิร์มงานกับลูกค้าด้วย”
“เอาของเราไปโทรก่อนสิ”
“ขอบใจ รอเราคุยงานแปบนะ”
“สำหรับดาว เรารอได้เสมอ”

ประกายดาวถือโทรศัพท์เข้ามาในห้องนอนแล้วรีบเข้าไปในห้องน้ำ เธอเอาโทรศัพท์ของศิวะโทรออกไปที่เบอร์ที่จดไว้ในสมุด ประกายดาวรอสายสักพัก ปลายสายก็รับ
“ฮัลโหลคุณศิวะ”
ประกายดาวยิ้มสมใจ

ประกายดาวอธิบาย “ฉันแค่แกล้งบอกว่าฉันเป็นแฟนของนาย หลอกถามนิดๆ หน่อยๆ ก็รู้แล้วว่านายเป็นคนจ้างให้ผู้หญิงคนนี้มาทำลายชื่อเสียงห้างคุณจันทรภานุ”
ประกายดาวเล่าให้ทุกคนฟัง
“พอฉันนัดคนร่วมขบวนการของนายให้มาที่นี่ได้ ฉันก็โทรตามคุณจันทรภานุมาในฐานะเจ้าทุกข์”
“จริงหรือเปล่าศิวะ” อรอุมาถาม
ศิวะอึกอัก แต่ผู้หญิงคนนั้นร้อนตัวจะวิ่งหนี อภิเชษฐ์โผล่มาขวางไว้พอดี
อภิเชษฐ์พูดกวนประสาท “อ้าว..คุณ ! เจอตัวพอดี ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยอยู่เลย” อภิเชษฐ์พูดกับ
ประกายดาว “ขอโทษครับคุณดาว ผมมาช้าไปหน่อย ดันเจอโจรวิ่งราวกระเป๋าเข้าเลยต้องเสียเหงื่อเสียเวลาวิ่งไล่จับ”
“ไม่ช้าหรอกค่ะ คุณมาทันเวลาพอดีเป๊ะ” ประกายดาวบอก
ศิวะหน้าซีดไปทันที


ประกายดาวทายาที่แขนข้างที่เหวี่ยงไปโดนตู้ จันทรภานุคุยโทรศัพท์อยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง โดยที่ของในห้องยังไม่ได้เก็บ
“ฉันฝากด้วยนะเชษฐ์” จันทรภานุวางสายแล้วเดินเข้าไปหาประกายดาว
“คุณชายไปจัดการธุระก็ได้นะคะ ฉันไม่เป็นอะไร”
“ไม่มีอะไรต้องจัดการแล้วครับ คุณศิวะสารภาพทุกอย่าง คุณอรอุมาก็ช่วยประกันตัวคุณศิวะออกไป พรุ่งนี้ข่าวลงหนังสือพิมพ์ ทุกคนก็จะรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ห้างมีเดียก็จะได้กลับมาเป๊ะเว่อร์สมกับเป็นห้างของคุณชายจันทรภานุเหมือนเดิม”
“ถ้าไม่ได้คุณช่วย เรื่องก็คงไม่จบง่ายๆ ขอบคุณมากนะครับ ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะตอบแทนให้คุณได้”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“ไม่เป็นไรไม่ได้ครับ คุณช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของห้างที่พ่อแม่ผมสร้างมากับมือ ห้างของผมเป็นหนี้บุญคุณของคุณ จะไม่ให้ผมตอบแทนอะไรเลยคงไม่ได้ ถ้าคุณต้องการอะไรบอกผมเถอะนะครับ ผมยินดีมอบให้คุณทุกอย่าง”
ประกายดาวถาม “ทุกอย่างเลยเหรอคะ”
“ครับ”
ประกายดาวยิ้มดีใจแล้วก็ตัดสินใจพูด
“ฉันอยากได้สเปิร์มของคุณชายไปทำลูกค่ะ แต่ไม่เยอะหรอกค่ะ เอาแค่สองซีซีก็พอ แต่ถ้าคุณชายเอื้อเฟื้ออยากจะให้มากกว่านั้น เผื่อต่อไปฉันอยากมีลูกเพิ่ม คุณชายจะได้ไม่ต้องถูกรีดบ่อยๆ ฉันก็ไม่ว่าอะไร”

ประกายดาวยิ้มกับความคิดของตัวเอง จันทรภานุเรียก
“คุณดาว !”
ประกายดาวรู้สึกตัว “คะ คะ?”
“ว่าไงครับ คุณอยากได้อะไร”
“ฉันขอสะ...สะ...” ประกายดาวพูดไม่ออก
“ครับ ?”
“เอ่อ...ขอ สะ....” ประกายดาวตัดสินใจ “ขอสอง ! สองนาทีค่ะ เดี๋ยวฉันมา”
ประกายดาววิ่งหายเข้าไปในห้องนอน จันทรภานุมองตามอย่างงงๆ


มิลินทร์ที่กำลังขับรถ และจิตสุภางค์ที่กำลังทำความสะอาดบ้านคุยโทรศัพท์กัน ทั้งสองพูดพร้อมกัน
“ดี ขอเลย”
ประกายดาวโผล่แทรกขึ้นมาตรงกลาง
“โอกาสทองอยู่ตรงหน้า แกต้องคว้าไว้นะดาว เอาให้คุ้มกับที่แกลงทุนช่วยจับไอ้ศิวะให้เขา” มิลินทร์บอก
“ฉันก็อยากขอ แต่มันพูดไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี” ประกายดาวคุยโทรศัพท์กับเพื่อนทั้งสองคน
“ไม่มีอะไรดีไปกว่า การพูดตรงๆ “คุณชายคะ ดาวอยากได้สเปิร์มของคุณชายเป็นรางวัลค่ะ” จบ” จิตสุภางค์บอก
“เขาจะหาว่าฉันบ้าน่ะสิ”
“มันบ้าตั้งแต่แกเริ่มคิดแผนแล้ว”
“พวกแกคิดว่าฉันบ้าจริงเหรอ”
“ไม่หรอก พวกฉันรู้ว่าแกเหงา สิ่งเดียวที่จะคลายเหงาให้แกได้คือเด็ก” มิลินทร์บอก
“ใช่ และแกก็ดันมีประสบการณ์ความรักไม่ดี เจอแต่ผู้ชายเฮงซวย แกถึงอยากมีลูกแต่ไม่อยากมีผัว” จิตสุภางค์เสริม
“นี่ไง พวกแกเข้าใจฉัน พวกแกถึงไม่มองว่าฉันบ้า แต่คุณชายยังไม่รู้จักฉันดีพอ ถ้าฉันพูดขอสเปิร์มกับคุณชายไปตอนนี้ เขาจับฉันส่งโรงพยาบาลบ้าแน่นอน”
“งั้นแกก็ไปเปิดตัวเองให้คุณชายรู้จักซะเดี๋ยวนี้เลย แกจะได้สมหวังสักที” มิลินทร์เสนอ
ประกายดาวครุ่นคิด


จันทรภานุช่วยเก็บของอยู่ในห้องประกายดาว เขาหันไปเห็นเงาสะท้อนจากกระจกว่ามีเศษเนื้อส้มติดอยู่ที่ลำคอตัวเอง จันทรภานุสาวกระดาษทิชชู่มาเช็ดเนื้อส้ม จู่ๆ จันทรภานุก็มีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนหน้าผาก เขาสาวกระดาษทิชชู่มาซับเหงื่อบนหน้าผากเพราะรู้สึกร้อนผ่าว
“ทำไมร้อน”
พลันสายตาของจันทรภานุก็หันไปเห็นรูปสุดเซ็กซี่ของประกายดาวที่อยู่ในห้อง จันทรภานุจ้องรูปเหมือนต้องมนตร์ เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นแตะรูปนั้นแล้วก็คิดจินตนกาารภาพประกายดาวในชุดเซ็กซี่ สะบัดผม จิกตา กระดิกนิ้วเรียกเขาด้วยท่วงท่ายั่วยวนสุดๆ

จันทรภานุตาเยิ้ม แต่แล้วเขาก็เรียกสติกลับคืนมา
“เป็นบ้าอะไร !”
ประกายดาวหอบนิตยสารแม่และเด็กออกมาจากในห้องพอดี
“ฮะ ? คุณชายว่าฉันบ้าทำไมคะ ?” ประกายดาวงง
“เปล่าครับ ผมไม่ได้ว่าคุณดาว” จันทรภานุมองนิตยสารในมือประกายดาว “นั่น”
“นิตยสารเด็กค่ะ ฉันเป็นสมาชิกนิตยสารเด็กเกือบทุกเล่มเลย ฉันรักเด็กค่ะ รักมากๆ นี่ถ้าไม่เป็นตากล้อง ฉันคงเป็นนางงามไปแล้ว เห็นไหมคะ เด็กๆ น่ารักมากๆ”
ประกายดายพลิกเปิดนิตยสารให้จันทรภานุดู พลางชำเลืองมองปฎิกิริยาของจันทรภานุ
จันทรภานุดูไปก็ปาดเหงื่อไปเพราะยาที่ศิวะใส่ในน้ำส้มกำลังทำงานเต็มที่ ประกายดาวพลิกเปิดไปเรื่อยๆ ไปจนถึงหน้าบทความเกี่ยวกับการให้นมลูกซึ่งมีรูปเนินอกผู้หญิง
จันทรภานุตาโตแล้วเขาก็รีบหันหน้าไปทางอื่น ทำให้เห็นแก้วน้ำส้มที่เหลือน้ำส้มติดก้นแก้วอยู่นิดหน่อย จันทรภานุหยิบแก้วน้ำส้มขึ้นมาดูแล้วนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
จันทรภานุนึกถึงตอนที่โดนน้ำส้มสาดใส่หน้าแล้วก็อึ้ง
“แก้วน้ำส้มของใคร”
“ไม่รู้ค่ะ ฉันไม่ได้รินทิ้งไว้ สงสัยศิวะคงจะเทดื่มตอนฉันอยู่ในห้องน้ำ”
จันทรภานุโกรธ “เลว !”
“มีอะไรเหรอคะ” ประกายดาวงง
“เขาคิดไม่ดีกับคุณ”
“นายศิวะไม่เคยคิดดีกับใครอยู่แล้ว แล้วมันเกี่ยวกับน้ำส้มตรงไหนคะ”
“ในน้ำส้มมียา...” จันทรภานุพยายามหาคำที่สุภาพสุดๆ “ยาแบบที่คุณกินเข้าไปแล้ว...เอ่อ คุณอาจจะเป็นของเขา”
“ยาปลุกเซ็กซ์ !”
“ประมาณนั้นครับ”
“ฉันว่าแล้วเชียวว่าไอ้บ้าศิวะต้องคิดไม่ซื่อ ถึงต้องขอมาห้องฉันให้ได้ ดีนะที่ฉันไม่เสียท่ากินเข้าไป บรื๋อ.... แค่คิดก็ขนลุกแล้ว เอ๊ะ ! ว่าแต่คุณชายรู้ได้ยังไงคะว่าศิวะใส่ยาอย่างว่าลงไปในน้ำส้ม”
“ผมกินน้ำส้มเข้าไป”
“อ๋อ...” ประกายดาวนึกได้ก็ตกใจ “คุณชายกินน้ำส้ม ! งั้นแสดงว่าคุณชายกำลัง...”
“พูดได้คำเดียวว่า...หนักหน่วงมาก” จันทรภานุตัวสั่น “บรื๋อ...”
“คุณชาย !”


ประกายดาวคว้าไม้เบสบอลใกล้มือแล้วถอยมาอยู่ห่างจากจันทรภานุ เธอเงื้อไม้เบสบอลขึ้นในท่าเตรียมฟาด
“อย่าหาว่าฉันไล่เลยนะคะ คุณชายกลับไปก่อนดีกว่า ยัยลินทร์กำลังจะมาที่นี่ด้วย ยัยลินทร์เพื่อนฉันขี้เม้ามาก ถ้ามันรู้ว่าคุณชายเป็นอะไร ฉันไม่รับรองว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับ”
“ผมออกไปไม่ได้ คือตอนนี้ มัน..มัน...แบบว่าประเจิดประเจ่อเกินไป” จันทรภานุบอก
จันทรภานุมองไปที่ไม้เบสบอลในมือประกายดาว ประกายดาวมองตามไปที่มือของตัวเองที่กำลังกำไม้เบสบอล ประกายดาวเก็ทว่าจันทรภานุจะสื่อถึงอะไร ประกายดาวรีบปล่อยไม้เบสบอลทิ้งทันที
จันทรภานุนั่งลงบนโซฟา “ขอผมนั่งสงบสติอารมณ์สักพักนะ ถ้าคุณดาวกลัวผมเข้าไปอยู่ในห้องเถอะครับ”


“คุณชายเดือดร้อนเพราะปกป้องฉัน ฉันปล่อยคุณชายเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายเพียงลำพังไม่ได้หรอกค่ะ ฉันต้องช่วยคุณชายให้หายก่อนที่ยัยลินทร์จะมา กามตัณหาราคะแบบนี้ เราต้องเอาธรรมะเข้าข่ม ท่องตามฉันค่ะ พุท...โธ...”
จันทรภานุท่องตาม “พุทโธ”
“ธัมโม...สังโฆ”
จันทรภานุท่องตาม “ธัมโม สังโฆ”
ประกายดาวพูด “น้ำเหลืองหนอ...”
จันทรภานุงง “หือ?”
“อสุภกรรมฐาน ระลึกถึงศพดับตัณหาค่ะ ระลึกถึงว่าสิ่งสวยงามที่เห็นภายนอกเป็นแค่เปลือก แต่ข้างในเต็มไปด้วยของโสโครก ท่องตามค่ะ น้ำเหลืองหนอ เลือดหนอ”
“น้ำเหลืองหนอ...เลือดหนอ”
“เน่าหนอ เฟะหนอ”
“เน่าหนอ เฟะหนอ”
ประกายดาวถาม “ดีขึ้นไหมคะ”
จันทรภานุส่ายหน้า
“หนักหน่วงจริงๆ ด้วย ถ้าทางเย็นช่วยไม่ได้ คงต้องใช้ทางร้อนแล้วล่ะค่ะ”
ประกายดาวยิ้มเจ้าเล่ห์ จันทรภานุแปลกใจ


จันทรภานุแหงนหน้าขึ้นแล้วร้องลั่น
“โอ๊ย !”
ประกายดาวกำลังใช้วิชาโยคะดัดตัวจันทรภานุในท่าที่จันทรภานุนอนคว่ำ ส่วนประกายดาวนั่งคร่อมร่างแล้วดึงแขนจันทรภานุมาข้างหลัง
“ลูกผู้ชายต้องอดทนค่ะคุณชาย ความเจ็บจะทำให้อารมณ์ตัณหาดับ” ประกายดาวบอก
ประกายดาวเพิ่มน้ำหนักเข้าไปอีก จันทรภานุกัดฟันเพราะเจ็บมาก
“โอ๊ย...ผม...หาย..แล้ว”
“เพื่อความชัวร์ ขออีกท่าค่ะ”
ประกายดาวจับจันทรภานุดัดท่าอื่น แต่จันทรภานุน้ำหนักตัวมากเกินไปทำให้ประกายดาวรับน้ำหนักไม่ไหวจึงล้มลงบนพื้น
“ว้าย !”
จันทรภานุคร่อมร่างประกายดาวไว้ ทั้งสองหน้าใกล้กันมากและหยุดค้างมองหน้ากันเหมือนต้องมนตร์ จันทรภานุกลืนน้ำลายลงคอ ตาเยิ้ม อารมณ์พลุ่งพล่านกลับมาอีกครั้ง
“คุณดาว คุณสวยเหลือเกิน”
“คุณชายคะ ท่องไว้ค่ะ น้ำเหลือง...เลือด...เน่าเฟะ น้ำเหลือง...เลือด...เน่าเฟะ”
จันทรภานุไม่ฟัง มือข้างหนึ่งของเขาปิดปากประกายดาว ส่วนอีกข้างล็อคแขนเธอไว้ ประกายดาวตาโตส่งเสียงร้องอู้อี้ เธอพยายามดิ้นแต่ดิ้นไม่หลุด จันทรภานุเอียงหน้าซบซอกคอประกายดาว เขาใช้ปลายจมูกเขี่ยคลึงไปมา
จันทรภานุชม “คุณหอมจัง”
จันทรภานุจุ๊บเบาๆ ลงบนซอกคอประกายดาว
ประกายดาวจากที่ตาถลึงๆ อยู่ก็เริ่มเคลิ้ม
ประกายดาวเริ่มดิ้นขัดขืนน้อยลงจนเกือบจะอยู่นิ่ง แต่เธอตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะหลุดออกมานอกร่าง
จันทรภานุสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นนั้น เขาค่อยๆ คลายมือที่ปิดปากประกายดาวออก ประกายดาวไม่ร้อง ไม่ดิ้น และไม่สู้
จันทรภานุเคลื่อนใบหน้ามาจ่อที่หน้าประกายดาว ประกายดาวมองตาหวาน จันทรภานุจ้องประกายดาวไม่วางตา เขาหายใจหอบถี่ก่อนจะเข้ามากระซิบข้างหูประกายดาว
“คุณดาว...ผมต้องการคุณ”
จันทรภานุกำลังจะจรดริมฝีปากลงบนปากประกายดาว แต่ริมฝีปากของประกายดาวสั่นเล็กน้อย จันทรภานุชะงักแล้วถอนหน้าออกมา เขาอยากแต่ก็ทำไม่ลง
“ผมขอโทษ ผมไม่ควร...”
ประกายดาวประคองใบหน้าจันทรภานุไว้
“ถ้าคุณชายต้องการฉัน ฉันก็จะช่วยคุณชายค่ะ”
จันทรภานุอึ้งเพราะคาดไม่ถึง


จันทรภานุลืมตาอยู่ใต้น้ำ ประกายดาวดึงคอเสื้อจันทรภานุขึ้นมาจากน้ำ
“ฉันจะช่วยคุณชายเอาชนะไอ้ยาสกปรกของไอ้ศิวะให้ได้ กว่าเราจะได้เกิดเป็นคน เราเอาชนะสเปิร์มตัวอื่นเป็นล้านๆ ตัว กะอีแค่ยาปลุกเซ็กซ์นิดเดียว ทำไมเราจะชนะมันไม่ได้”
ประกายดาวกดหัวจันทรภานุลงไปอีก จันทรภานุดำน้ำบุ๋มๆ สักพักประกายดาวก็ดึงขึ้นมาอีก
“ดีขึ้นไหมคะ”
“อีกนิด” จันทรภานุบอก
ประกายดาวกดหัวจันทรภานุลงไป
“เพื่อความชัวร์ ดาวจัดหนักนะคะ”
ประกายดาวเอื้อมมือไปดึงฝักบัวน้ำร้อนมากดสวิชต์ เร่งระดับความร้อนสูงขึ้น
“ฮ่าๆ คราวนี้หายแน่”
ประกายดาวเอาฝักบัวมาราดใส่หัวจันทรภานุ จันทรภานุลืมตาเพราะร้อนสุดๆ จันทรภานุโผหัวขึ้นจากน้ำอย่างเร็วแล้วตะโกนก้อง
“ร้อน !!”
จันทรภานุกระแทกประกายดาวจนประกายดาวเซ
“ว้าย !!”
ประกายดาวหงายหลังลงไปในอ่างอาบน้ำ จันทรภานุตกใจ
“คุณดาว ! ผมขอโทษ”
จันทรภานุดึงประกายดาวขึ้นมาแบบค่อนข้างทุลักทุเลเพราะลื่น ในที่สุดจันทรภานุก็ดึงตัวประกายดาวขึ้นมาได้ จันทรภานุโอบรวบตัวประกายดาวไว้ไม่ให้เธอลื่น ทำให้หน้าทั้งสองอยู่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของลมหายใจ
จันทรภานุมองประกายดาวและยิ้มเอ็นดู ก่อนที่แววตานั้นจะเปลี่ยนเป็นซึ้งซึ่งเกิดจากความรักในหัวใจ
ประกายดาวชักเขิน “ยายังไม่หมดฤทธิ์อีกเหรอคะ”
“หมดแล้ว”
“หมดแล้ว ? แต่ทำไมคุณชายยังแปลกๆ”
“เพราะคุณไง”
จันทรภานุประคองหน้าประกายดาว ประกายดาวตัวแข็งเพราะตื่นเต้น จันทรภานุโน้มหน้าจะจูบประกายดาว ประกายดาวหลับตาพริ้มอย่างรอคอย
ริมฝีปากของจันทรภานุกำลังจะแตะโดนริมฝีปากของประกายดาว มือประกายดาวห้อยตกลงข้างตัวอย่างควบคุมไม่ได้ จันทรภานุขยับริมฝีปากบดกับริมฝีปากของประกายดาวแต่แล้วก็มีเสียงติ่งหน่องๆๆ ดังขึ้น จันทรภานุกับประกายดาวได้สติจึงผละออกจากกัน


มิลินทร์กดกระดิ่งและเรียก
“ดาว ไอ้ดาว ไอ้ดาวโว้ย”
ประตูเปิดออก จันทรภานุกับประกายดาวในสภาพเปียกปอนยืนอยู่ด้วยกัน
มิลินทร์พูด “อุ๊บส์ ! ฉันมาผิดเวลาชิมิ”
ประกายดาวมองมิลินทร์ดุๆ


ประกายดาวเดินนำจันทรภานุมาหน้าคอนโดด้วยอาการเขินและไม่กล้าสบตาจันทรภานุ
“ฉันส่งแค่นี้นะคะ”
ประกายดาวจะเดินกลับเข้าไปในตึก แต่จันทรภานุคว้าแขนประกายดาวไว้
“เดี๋ยวครับคุณดาว”
ประกายดาวหันมา
“ขอบคุณมากที่ไม่ทิ้งผม”
“เตี่ยกับม้าฉันเคยสอนว่า บุญคุณต้องตอบแทน คุณชายต้องเดือดร้อนเพราะปกป้องฉันจากศิวะ ถึงเวลาที่คุณชายเดือดร้อน ฉันก็ต้องช่วย”
“คุณรู้เรื่องคุณศิวะกับผมด้วยเหรอ”
“ค่ะ ฉันรู้”
“แสดงว่าที่เรื่องที่คุณพยายามสืบจากศิวะเป็นเพราะจะตอบแทนผม”
ประกายดาวพยักหน้า
“คุณไม่น่าต้องเอาตัวไปเสี่ยงเพื่อผมเลย ถ้าคุณถูกศิวะรังแก ผมคงจะต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”
“แต่ฉันก็รอดมาได้แล้วนี่คะ คุณชายสบายใจเถอะค่ะ ไม่มีใครทำอะไรประกายดาวได้ง่ายๆ”
จันทรภานุกุมมือประกายดาวแล้วมองซึ้ง “ขอบคุณมาก ขอบคุณมากจริงๆ”
ประกายดาวหลบสายตา เธอเคอะเขินและทำตัวไม่ถูกเลยทำตลกกลบเกลื่อน
“ด้วยความยินดีค่ะ กลับดีๆ นะคะ”
ประกายดาวหันหลังปุ๊บก็อมยิ้มกับตัวเองปั๊บ แล้วเธอก็เดินเข้าไปในตึก จันทรภานุมองตามอย่างรู้สึกดี

อ่านต่อหน้าที่ 2
ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 9 (ต่อ)

อรอุมาเหวี่ยงกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตไปตรงหน้าศิวะ รติรสนั่งอยู่ไม่ไกล
“ออกไปจากบ้านฉันซะ ถ้าฉันพร้อมหย่าเมื่อไหร่ ฉันจะโทรไปนัดเอง” อรอุมาบอก
ศิวะตกใจ “หย่า”
รติรสลอบยิ้มอย่างสมใจ
“ผมไม่หย่า” ศิวะบอก
“ไม่หย่า ฉันก็จะฟ้อง ผัวที่ไม่เคยให้เกียรติเมีย เจ้าชู้มีกิ๊กไปทั่ว แถมทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต แกล้งใส่ร้ายคนอื่นเพราะหึงหวงแฟนเก่า เด็กอมมือยังรู้ว่าใครจะชนะ”
อรอุมาเดินสะบัดขึ้นห้องไป
“อร ! ผมขอโทษ ผมรักคุณนะอร”
ศิวะจะตามอรอุมาแต่รติรสดึงแขนศิวะไว้
“ศิวะ” รติรสกระซิบ “ชู่ว์...พอแล้ว ง้อมากกว่านี้เดี๋ยวยัยอรเปลี่ยนใจ” รติรสเกาะแขนศิวะแล้วลูบไล้อย่างให้ท่า “ในที่สุดวันที่เรารอคอยก็มาถึง คุณจะได้เป็นของฉันคนเดียวสักที ไม่ดีใจหรือไง”
ศิวะลังเลว่าจะดีใจดีไหม แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงอรอุมาตะโกนมาจากชั้นสอง
“ศิวะ !!”
ศิวะตกใจและร้อนตัวจึงรีบผลักรติรสออกไป รติรสกระเด็นไปไกลและล้มก้นกระแทก อรอุมาโผล่หน้าลงมาจากชั้นสอง
“ทิ้งกุญแจรถกับบัตรเครดิตของฉันไว้ด้วย ไม่งั้นฉันจะให้นักเลงตามไปทวงถึงที่”
อรอุมาเดินกลับขึ้นไป
“อร อร ยกโทษให้ผมเถอะอร”
ศิวะตามอรอุมาไปโดยไม่สนใจรติรส รติรสมองตามด้วยความรู้สึกเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ
“ศิวะ”

อรอุมาเดินฉับๆ เข้าไปในห้องแต่เปิดประตูห้องทิ้งไว้ ศิวะตามเข้ามาง้อ
“อรครับอร ผมสัญญาต่อไปนี้ผมจะไม่เหลวไหลอีกแล้ว”
ศิวะจะเข้าไปในห้องแต่เจออรอุมายืนเล็งปืนสั้นมาที่เขา อรอุมาเลื่อนไปเล็งที่เป้า
“ไป...ให้...พ้น !”
ศิวะหยุดกึกแล้วรีบปิดเป้า เสียงปืนดังปัง


ศิวะวิ่งหลบกระสุนเป็นพัลวัน พอเสียงปืนเงียบไปแล้ว ศิวะก็หอบแฮ่กๆ และถอนหายใจยาว สักพักศิวะก็กัดฟันกรอด
“เธอต้องชดใช้ให้ฉัน ประกายดาว”
ศิวะโกรธแค้น


กลางดึก ประกายดาวกับมิลินทร์นอนบนเตียง ประกายดาวนอนจับท้องแล้วพลิกตัวไปมาด้วยท่าทางกระสับกระส่ายมาก มิลินทร์ลืมตาขึ้นมาดูอาการของประกายดาว
“ปวดท้องก็เข้าห้องน้ำไปปล่อยปลาซะ นอนดิ้นไปมา จะหายปวดไหม” มิลินทร์ว่า
“ฉันไม่ได้ปวดอุจาริโกะ แต่มันเหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ในท้องตลอดเวลา นอนก็นอนไม่หลับ”
“อ๋อ...ฉันรู้แหละ แกเป็นอะไร แกกำลังมีความรัก”
ประกายดาวรีบว่า “บ้า!”
“ไม่บ้า อาการของแกเนี่ยเขาเรียกว่า ผีเสื้อบินอยู่ในท้อง “มิลินทร์พูดสำเนียงเลิศมาก “Butterflies in my stomach มันจะเกิดขึ้นกับคนที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก”
“ไม่จริง ฉันเคยมีความรัก เคยมีแฟนตั้งสามคน แต่ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้เลย”
“เพราะแกไม่ได้รักไอ้สามคนนั้นน่ะสิ แต่แกรักคุณจันทรภานุ”
“คุณจันทรภานุเกี่ยวอะไรด้วย”
“เฮ้อ...ดาวเอ้ย ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าแกคิดยังไงกับคุณจันทรภานุ มีแต่ตัวแกเองที่ไม่รู้ใจตัวเองสักที”
“ฉันเปล่า” ประกายดาวปฏิเสธ
“ไม่ต้องเถียงกูรูกูรู้เรื่องความรักอย่างฉันได้ไหม เอางี้ แกคิดดูว่าแกมีสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า แกห่วงใยเขา คิดถึงเขาทุกลมหายใจเข้าออก แค่ปลายนิ้วเขาสัมผัสตัวแกก็แทบละลาย ถ้าแกเป็น แสดงว่าแกรักเขา”
ประกายดาวครุ่นคิด

ประกายดาวนึกถึงตอนที่จันทรภานุมองเธอ
ประกายดาวชักเขิน “ยายังไม่หมดฤทธิ์อีกเหรอคะ”
“หมดแล้ว”
“หมดแล้ว ? แต่ทำไมคุณชายยังแปลกๆ”
“เพราะคุณไง”
จันทรภานุโน้มหน้าจะจูบประกายดาว ประกายดาวหลับตาพริ้มอย่างรอคอย ริมฝีปากของจันทรภานุกำลังแตะโดนริมฝีปากของประกายดาว มือประกายดาวห้อยตกลงข้างตัวอย่างควบคุมไม่ได้


ประกายดาวนึกถึงเหตุการณ์นั้นก็สะท้านจนต้องรีบสะบัดหน้า ไล่ความรู้สึกของตัวเอง
“รัก ? ฉันรักคุณชายไม่ได้ ฉันอยากได้แค่สเปิร์มของเขามาทำลูก ถ้าฉันรักเขา ความรักอาจจะสร้างปัญหาให้ฉัน”
“งั้นแกก็พยายามกำจัดผีเสื้อในท้องของแกออกไปให้ได้แล้วกัน”
มิลินทร์นอนหลับต่อ
เสียงข้อความของประกายดาวดังขึ้น ประกายดาวหยิบมาเปิดอ่านก็เห็นว่าเป็นข้อความจาก จันทรภานุส่งมาว่า “ฝันดีครับ”
ประกายดาวยิ้มกว้าง หัวใจพองโต แต่แล้วก็นึกขึ้นได้
“เราต้องกำจัดผีเสื้อ” ประกายดาวตัดใจ เธอวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมแล้วล้มตัวลงนอน

จันทรภานุนั่งมองโทรศัพท์อย่างรอคอยให้ประกายดาวตอบกลับมา
ประกายดาวนอน แต่ทนไม่ไหวจึงพลิกตัวมามองโทรศัพท์อย่างลังเล มิลินทร์เอ่ยขึ้นขณะที่ยังนอนหลับตา
“ไม่ตอบกลับ เสียมารยาทนะแก”
“จริงด้วย”
ประกายดาวคว้าโทรศัพท์มากดตอบ มิลินทร์เหลือบตามองประกายดาวแล้วส่ายหน้าเหนื่อยใจกับการไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเองของเพื่อนสาว


มือถือของจันทรภานุมีข้อความตอบกลับมา จันทรภานุหยิบมาดูก็เห็นข้อความจากประกายดาวส่งกลับมาว่า “ฝันดีค่ะ” จันทรภานุยิ้มกว้างอย่างคนกำลังมีความรัก หญิงนิ่มเปิดประตูเข้ามาเห็นอาการของจันทรภานุ
“เอ...หน้าแบบนี้ไม่น่าจะแค่โล่งใจเรื่องคุณศิวะแล้วมั้งคะ แต่ทำท่าเหมือนคนกำลังมีความรัก” หญิงนิ่มแซว
“ค่ะน้องหญิง พี่กำลังมีความรัก”
หญิงนิ่มตกใจ “หา !”
“ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นคะ”
“หญิงไม่ทันตั้งตัวสิคะ แหม...บทจะปากแข็ง ทำยังไงก็ไม่พูด แต่ถึงเวลาจะพูดก็พูดออกมาง่ายๆ”
“พี่ไม่อยากพูดจนกว่าจะแน่ใจ”
“แล้วอะไรทำให้พี่ชายแน่ใจล่ะคะ”
“เขาไม่เหมือนใคร เป็นตัวของตัวเอง เป็นธรรมชาติ พี่มีความสุขเวลาอยู่ใกล้เขา”
“หญิงดีใจจังจะได้พี่ดาวเป็นพี่สะใภ้”
“ทำไมน้องหญิงถึงรู้ว่าพี่พูดถึงคุณดาว”
“หญิงรู้มาตั้งแต่แรกแล้วล่ะค่ะ ว่ามีแต่พี่ดาวเท่านั้นที่จะชนะใจพี่ชายของหญิงได้”
จันทรภานุยิ้มอย่างมีความสุข


พงศ์จันทรกำลังออกกำลังกายอยู่ที่บ้าน เสียงแชทข้อความดัง พงศ์จันทรหยิบขึ้นมาดู
“มาแล้วเหรอยัยคุณหญิงตัวแสบ”
พงศ์จันทรกดอ่านข้อความก็เห็นเป็นไอคอนการ์ตูนดีใจ พงศ์จันทรยิ้มเอ็นดูแล้วกดตอบ
“ดีใจขนาดนี้ มีข่าวดีอะไรเอ่ย”
ข้อความตอบกลับมาว่า “ฉันดีใจ อีกไม่นานฉันก็จะมีพี่สะใภ้แล้วค่ะ”
พงศ์จันทรแปลกใจ


วันต่อมา ประกายดาวถ่ายนางแบบที่โพสต์ท่าอยู่ท่ามกลางสวนสวย
“สวยค่ะ สวยค่ะ”
ชายฉกรรจ์หน้าโหดแอบมองประกายดาวจากหลังต้นไม้ เขากดโทรศัพท์โทรออกในขณะที่ตาจับจ้องประกายดาวอย่างร้ายกาจ
“ผมเจอตัวแล้ว จัดการเลยไหมครับ”


ประกายดาวถ่ายรูปจนเสร็จ
“เรียบร้อยค่ะ”
ทีมงานแยกย้ายกันเก็บของ ประกายดาวส่งกล้องและรับน้ำมาจากทีมงาน ระหว่างดื่มน้ำ จู่ๆ ทีมงานฝ่ายช่างไฟก็ตะโกนเรียกทีมงานอีกคน
“จัน !”
ประกายดาวพูดตาม “จัน !”
ประกายดาวหันขวับไปทางนั้นก็เห็นว่าทีมงานชื่อจันเดินเข้าไปหาคนที่เรียก
“ไรพี่”
ประกายดาวคิดถึงที่มิลินทร์บอก
“คิดถึงเขาทุกลมหายใจเข้าออก .... ถ้าแกเป็น แสดงว่าแกรักเขา”

ประกายดาวสะบัดหน้าไล่ความคิด
“อย่าคิดนะดาว อย่าคิด”
ประกายดาวเดินออกไปจากตรงนั้น


ประกายดาวเดินหน้าหงุดหงิดมา
“อย่ารัก อย่ารัก ห้ามรักเด็ดขาด”
ทันใดก็มีมือขนาดใหญ่ยื่นมารวบปิดปากประกายดาว ประกายดาวตกใจพยายามดิ้นสู้แต่ก็ถูกลากออกไป

ชายฉกรรจ์ปิดปากลากประกายดาวเข้ามาในมุมเปลี่ยวๆ ประกายดาวทั้งร้องทั้งดิ้นแต่ก็สู้ไม่ไหว ประกายดาวถูกเหวี่ยงไปบนพื้น
“โอ๊ย !”
ชายฉกรรจ์พุ่งเข้าไปจับแขนประกายดาวทั้งสองข้างตรึงยึดไว้กับพื้น
“อย่าดิ้นให้เหนื่อยเลยดีกว่า ขอกัดทั้งตัวแค่นั้นเอง เธอจะได้รู้ว่าเวลาคนอื่นโดนกัดมันเจ็บแสบแค่ไหน”
“ศิวะจ้างแกมาเหรอ”
ชายฉกรรจ์ไม่ตอบแต่ก้มลงจะกัดซอกคอประกายดาว ในขณะที่มืออีกข้างปิดปากประกายดาวไว้ ประกายดาวกัดมือชายฉกรรจ์เต็มแรง
ชายฉกรรจ์ร้องลั่น “โอ๊ย !”
ชายฉกรรจ์เผลอปล่อยประกายดาว ประกายดาวลุกขึ้นจะวิ่งหนี
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย”
ชายฉกรรจ์รวบตัวประกายดาว
“ฤทธิ์มากนักใช่ไหม!
ชายฉกรรจ์ง้างหมัดจะชกท้องประกายดาว ประกายดาวก้มมองท้องตัวเองแล้วคิดถึงหายนะที่กำลังมาถึงท้องที่อยู่ของลูกน้อย
“ลูก ! อย่าแตะต้องท้องของช้าน !!”
ประกายดาวฮึดสู้จึงงัดวิชาเทควันโด้และมวยไทยหลับหูหลับตาสู้ชายฉกรรจ์ ชายฉกรรจ์ยกมือขึ้นปัดป้อง
“โธ่โว้ย!”
ชายฉกรรจ์ตบประกายดาวเต็มแรงจนประกายดาวกองลงบนพื้นและเลือดกบปากทันที ชายฉกรรจ์ปราดเข้าไปจะคว้าแขนประกายดาว
“มานี่ !”
ทันใดนั้นก็มีมือหนึ่งโผล่มากระชากไหล่ชายฉกรรจ์แล้วฟาดหมัดใส่หน้าอย่างแรง คนที่มาช่วยนั้นก็คือ พงศ์จันทร พงศ์จันทรพุ่งเข้าไปจัดการชายฉกรรจ์สามสี่ครั้ง ชายฉกรรจ์รู้ว่าสู้ไม่ได้จึงรีบวิ่งหนีไป พงศ์จันทรปราดเข้ามาดูประกายดาว
“คุณดาว คุณเป็นยังไงบ้าง”
ประกายดาวยังไม่ตอบ เธอรู้สึกเจ็บที่ปาก


ศิวะส่งเงินให้ชายฉกรรจ์ ชายฉกรรจ์สะบักสะบอม
“ทุเรศ ผู้หญิงตัวนิดเดียวก็สู้ไม่ได้” ศิวะว่า
“คุณน่าจะบอกผมว่าผู้หญิงคนนั้นท้องอยู่ ผมจะได้ไม่รับงานนี้ ถึงผมจะเลวแต่ผมก็ไม่ชั่วนะครับ”
“นังดาวไม่ได้ท้อง” ศิวะบอก
“เหรอครับ ผมเห็นผู้หญิงคนนั้นพูดลูกในท้อง ผมคิดว่าท้องอยู่ซะอีก”
ศิวะครุ่นคิดกับตัวเอง “หรือดาวมีอะไรปิดบังอยู่”

จันทรภานุกำลังประชุมกับลูกน้อง
“ถึงเราจะเคลียร์ข่าวได้ แต่เราก็ต้องรักษาความปลอดภัยให้ดี อย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”
ทุกคนรับคำ โทรศัพท์ของจันทรภานุดัง จันทรภานุมองหน้าจอแล้วก็นิ่วหน้าแปลกใจ
“ครับคุณลินทร์” จันทรภานุฟังแล้วตกใจ “ว่าไงนะครับ”


ประกายดาวนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ที่มุมปากของเธอมีรอยช้ำ มิลินทร์กับพงศ์จันทรนั่งอยู่ด้วย สักพักจันทรภานุก็เปิดประตูพรวดเข้ามา
“คุณดาว ! คุณดาวเป็นยังไงบ้าง”
“ทางกายไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะแค่ฟกช้ำนิดๆ หน่อยๆ แต่ทางใจนี่สิคะที่แย่ ขวัญเสียมาก ถึงต้องการกำลังใจ” มิลินทร์บอก
“ลินทร์ เยอะไป” ประกายดาวพูดกับจันทรภานุ “ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แค่เป็นแผลนิดหน่อย พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาล ว่าแต่คุณชายรู้ได้ยังไงคะ”
จันทรภานุมองไปที่มิลินทร์
มิลินทร์พูด “ก็ฉันรู้นี่นาว่ายาอะไรจะช่วยรักษาแกได้ดีที่สุด”
ประกายดาวปรามเพื่อน “ลินทร์ !”
ประกายดาวเขินๆ จันทรภานุอมยิ้ม พงศ์จันทรทนไม่ไหวจึงกระแอมขัดจังหวะ
“อะแฮ่มๆ”
จันทรภานุเพิ่งเห็นพงศ์จันทร “คุณพงศ์”
“ว้า...น่าเศร้าจัง ชีวิตผมต้องอยู่นอกสายตาทุกคนตลอดสินะ”
“ผมขอโทษ ผมไม่ทันสังเกต” จันทรภานุบอก
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าเป็นผม ผมก็คงสนใจคุณดาวก่อนคนอื่นเหมือนกัน” พงศ์จันทรพูด
ประกายดาวรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
“คุณพงศ์คะ ที่ออฟฟิศของลินทร์กำลังจะจัดงานเปิดตัวหนังสือใหม่ ลินทร์อยากให้บริษัทคุณพงศ์จัดงานให้ค่ะ”
“ยินดีครับ แล้วเดี๋ยวเรานัดคุยกัน
“ไม่เดี๋ยวค่ะ ลินทร์อยากคุยตอนนี้เลย ไอเดียมันพุ่งกระฉูด” มิลินทร์คว้าแขนพงศ์จันทร “เราออกไปคุยกันข้างนอกนะคะ”
มิลินทร์ลากพงศ์จันทรออกไป พงศ์จันทรจำใจต้องเดินตามมิลินทร์ไป
ประตูห้องปิดลง จันทรภานุมองประกายดาวอย่างห่วงใย ส่วนประกายดาวหลบสายตาเพราะทำตัวไม่ถูก


มิลินทร์ลากแขนพงศ์จันทรออกมาจากในห้อง จิตสุภางค์เดินออกมาจากในลิฟต์พอดี
“สวัสดีค่ะคุณพงศ์” จิตสุภางค์ถามมิลินทร์ “ดาวล่ะ”
“อยู่ในห้อง แต่ยังไม่ต้องเข้าไปเยี่ยมหรอก ไอ้ดาวมีแขก”
“แขกจะสำคัญกว่าเพื่อนได้ยังไง ไหน มันอยู่ห้องไหน”
จิตสุภางค์จะเดินไปทางห้อง แต่มิลินทร์รวบตัวจิตสุภางค์ไว้แล้วกระซิบ
“คุณชายอยู่ในห้อง ปล่อยให้เขาอยู่กันตามลำพังก่อน อย่าเพิ่งไปเป็นกขค.”
“แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรก ต้าย...คุณชายมาถึงเร็วกว่าฉันอีกเหรอเนี่ย ชักจะยังไงๆ แล้วนะ”
มิลินทร์กับจิตสุภางค์หัวเราะคิกคัก พงศ์จันทรมองสองสาวสลับกับมองไปทางห้องพักของประกายดาวด้วยความสงสัย


จันทรภานุพูดกับปร
10 จากทั้งหมด 16 รูป
กำลังโหลดความคิดเห็น...