xs
sm
md
lg

ผจญภัยหมอกควันตามประสาชาวปักกิ่ง ยอดขายหน้ากากแซงถุงยางอนามัย

เผยแพร่:

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ - กรุงปักกิ่งถูกหมอกควันพิษ หรือ สม็อก ( smog) ปกคลุมในช่วงฤดูหนาวอยู่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากมีการเผาถ่านหิน เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มกว่าปกติสำหรับเครื่องทำควาอุ่นตามอาคารบ้านเรือน ซ้ำเติมให้ปัญหามลพิษในอากาศ ที่มีอยู่เดิมจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ยวดยานพาหนะบนท้องถนน และควันจากโรงงาน ยิ่งเลวร้าย

ทว่าปัญหาหมอกควันในเมืองหลวงของจีนปีนี้หนักหนาสาหัสกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย - 1 ธ.ค. ผู้คนในกรุงปักกิ่งต้องผจญเวรผจญกรรมกับฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ( PM 2.5) ซึ่งมีปริมาณสูง จนทะลุค่าการจัดระดับของทางการ โดยบางครั้งวัดค่าฝุ่นละอองได้สูงเกือบ 1,000 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าค่าที่ว่าอันตรายแล้วคือ 300-500 ไมโครกรัมถึง 2 เท่า โดยฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กเสียจนกระทั่งมันสามารถเล็ดลอดเข้าไปในปอดและอาจก่อโรคมะเร็งได้

หลังจากช่วง 5 วันอันตรายดังกล่าว หมอกควันเหนือท้องฟ้ากรุงปักกิ่งเริ่มเบาบางลงได้สักพักหนึ่ง ก็กลับมาอาละวาดอีกในช่วงสุดสัปดาห์ รุนแรงถึงขั้นที่ทางการต้องประกาศเตือนภัยสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จากทั้งหมด 4 ระดับ โรงเรียนต้องหยุดสอน และมีการประกาศมาตรการควบคุมการจราจร เช่น กำหนดให้รถยนต์ส่วนตัววิ่งสลับวัน

เมื่อไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใครได้ ชาวกรุงปักกิ่งมากมายจึงต้องหันไปพึ่งหน้ากากอนามัย แม้ว่า บางยี่ห้อไม่สามารถกรองฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้ก็ตาม

จากรายงานของ newrank.cn ซึ่งเป็นบริษัทผูเชี่ยวชาญการวิเคราะห์ข้อมูลระบุว่า ยอดขายหน้ากากอนามัยในเถาเป่า ( Taobao.com) เว็บไซต์ตลาดออนไลน์รายใหญ่สุดของแดนมังกรแซงยอดขายถุงยางอนามัยเมื่อวันที่ 23 พ.ย. หรือก่อนช่วง 5 วันอันตรายดังกล่าวได้ไม่นาน
หน้ากากกลายเป็นอาวุธป้องกันตัวจากมลพิษอากาศของชาวจีน  จนเกิดแฟชั่นหน้ากากอนามัย ภาพเดือนธ.ค. 2558 (ภาพ เอพี/รอยเตอร์ส)
อู๋ ฮุย หญิงวัย 43 ปี ซึ่งทำงานอยู่ที่สถาบันวิจัยของรัฐในกรุงปักกิ่ง เป็นชาวบ้านตาดำ ๆ คนหนึ่ง ที่ต้องควักเงินจนกระเป๋าเบาโหวง เพื่อพยายามรักษาสุขภาพของตนเองและลูกชาย

เธอซื้อเครื่องฟอกอากาศและหน้ากากอนามัยรวมทั้งหมดเป็นเงินเกือบ 2 หมื่นหยวน หรือราว 1 แสนบาท โดยตัดสินใจซื้อเครื่องฟอกอากาศยี่ห้อของสวีเดนในราคาเกือบ 7 พันหยวน หรือราว 35,000 บาท เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งกลิ่นถ่านหินเหม็นในอากาศจนทนไม่ไหว ขณะที่ภายในห้องพักก็มืดมัวทั้งที่เป็นเวลากลางวัน

ช่วงเวลานั้นเธอให้ลูก ซึ่งเรียนหนังสือชั้นมัธยมศึกษา อยู่แต่ภายในบ้านตลอดทั้งสัปดาห์

เป็นการซื้อเครื่องฟอกอากาศเพิ่มจาก 2 เครื่องที่เคยซื้อไปเมื่อปีก่อน ซึ่งเครื่องหนึ่งยี่ห้อของสวิสราคา 1 หมื่นหยวน หรือราว 5 หมื่นบาท อีกเครื่องผลิตในญี่ปุ่นราคา 2,000 หยวน หรือราว 1 หมื่นบาท โดยอู๋เปิดเครื่องฟอกอากาศ 2 ตัวแรกเมื่อปีก่อนตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เสียค่าไฟฟ้าเดือนละ 200 หยวน หรือราว 1 พันบาท

ส่วนหน้ากากกรองฝุ่นนั้น อู๋ซื้อทั้งหมด 50 แผ่น เป็นเงิน 258 หยวน หรือราว 1,290 บาท

“แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้นค่ะ” เธอเล่า

ภายหลังกลับจากการประชุมร่วมกับพ่อแม่ผู้ปกครองคนอื่นเกี่ยวกับการหาซื้อเครื่องฟอกอากาศสำหรับห้องเรียน อู๋ก็ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ และเอาเชื้อมาติดลูก ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลรวมกัน 500 หยวน หรือราว 2,500 บาท

มิใช่อู๋เพียงคนเดียวที่วุ่นวายกับการป้องกันสุขภาพของตัวเองและลูก คุณแม่คนอื่น ๆ ก็มีอาการแบบเดียวกัน

ฟัง หมิง พนักงานบริษัทในกรุงปักกิ่งยอมจ่ายเงินพอ ๆ กับอู๋ ซื้อเครื่องฟอกอากาศ 3 ตัว เพื่อลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ให้ต่ำกว่าระดับ 35 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัยของลูกสาว วัย 3 ขวบ

หมอกควันพิษสร้างความเดือดร้อนทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และการประกอบธุรกิจ ตลอดจนการทำมาหากินของประชาชน

โรงงานหลายแห่งถูกสั่งปิดชั่วคราว เพื่อลดการปล่อยควันพิษ โดยคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศกรุงปักกิ่งระบุว่า มีบริษัท 2,100 รายถูกสั่งปิดชั่วคราว หรือลดการผลิตลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

คนขับรถแท็กซี่รายหนึ่งบ่นอย่างน่าสงสารว่า รายได้ของเขาก็พลอยซบเซาไปด้วยในยามนี้ เพราะผู้คนไม่ออกจากบ้าน ความต้องการใช้รถแท็กซี่จึงลดน้อยกว่าเดิม ซึ่งหมดปัญญา ที่เขาจะหาทางดิ้นรนแก้ไขใด ๆ ทั้งสิ้น


2 จากทั้งหมด 2 รูป
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...