xs
sm
md
lg

กระหึ่ม! “น้องอิงค์” อวตารเติ้ง ลี่จวิน ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ 16 คนสุดท้าย The Voice จีน [ชมคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

ASTVผู้จัดการ - "น้องอิงค์" วนัฏษณา เบียดเป็น 1 ใน 4 ตัวแทนของทีมน่า อิง ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ 16 คนสุดท้ายได้สำเร็จในรายการ The Voice จีน หลังวานนี้แบตเทิลชนะ “หลิง หลิง” นักร้องสาวรุ่นพี่จากเสฉวนในเพลงหงโต้ว (ถั่วแดง) และได้ร้องเพลงอ้ายเหริน (คนรัก) ของเติ้ง ลี่จวินที่ถนัด ขณะที่คะแนนนิยมในหมู่ผู้ชมชาวจีนพุ่งสูงปรี๊ด

ค่ำวานนี้ (28 ส.ค.) ในรายการ The Voice of China (中国好声音 第四季) ซีซัน 4 รายการยอดนิยม ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เจ้อเจียง "น้องอิงค์" วนัฏษณา วิเศษกุล สาวน้อยวัย 16 ชาวไทย ซึ่งมีชื่อภาษาจีนว่า "หลางกาลาหมู่ (朗嘎拉姆)" ซึ่งผ่านเข้ารอบแบบพลิกล็อกในรายการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2558 โดยได้ไปอยู่ในทีมของ “น่า อิง” นักร้องชื่อดังและกรรมการหญิงเพียงคนเดียวในรายการ The Voice of China

วานนี้ “น้องอิงค์” ขึ้นเวทีในชุดเดรสสีขาว พร้อมกับจี้ห้อยคอรูปช้างเช่นเคย โดยคู่แข่งของเธอคือ หลิง หลิง (凌菱) สาววัย 28 ปีจากเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวนที่มีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก โดยบทเพลงที่ทั้งคู่ต้องใช้แบตเทิลคือ เพลงหงโต้ว แปลเป็นไทยว่า "ถั่วแดง" เพลงต้นฉบับขับร้องโดยศิลปินสาว เฟย หว่อง หรือ หวังเฟย (王菲)

ชมน้องอิงค์แข่งรอบแบตเทิล ในเพลงหงโต้ว (红豆) กับ หลิง หลิง (凌菱)
【朗嘎拉姆 PK 凌菱 : 红豆 】评论版 2015-08-28

【朗嘎拉姆 PK 凌菱 : 红豆 】评论版 中国好声音 2015-08-28 第四季 / The Voice of China Season 4

Posted by 中國好聲音 The Voice Of China on Friday, August 28, 2015


หลังร้องจบ ฮาร์เลม ยู (อี๋ว์ เฉิงชิ่ง) แนะนำว่า หลิง หลิง เหมาะสมที่จะเข้ารอบมากกว่า อย่างไรก็ตามเมื่อถึงคิวของเจย์ โจว (โจว เจี๋ยหลุน) นักร้องหนุ่มชื่อดังชาวไต้หวันกลับบอกว่าน้องอิงค์เหมาะสมกว่า

"ผมหวังว่าเราจะสามารถทำให้เพลงจีนเป็นที่แพร่หลาย และเจริญรุ่งเรืองมากกว่านี้ที่เมืองไทย ดังนั้นผมจึงขอแนะนำน้องอิงค์" เจย์ โจวระบุ

ด้าน วัง เฟิง กรรมการ อีกคนและคนรักของดาราสาวจาง จื่ออี๋ ให้ความเห็นว่า เมื่อสักครู่น้องอิงค์ระหว่างร้องมีจังหวะพักตอนเสียงสูงอยู่ช่วงหนึ่ง ตรงจุดนั้นถือว่าสมบูรณ์แบบมาก ดังนั้นสำหรับตนเองแล้ว เพลงหงโต้วนี้น้องอิงค์ร้องได้ถึงอารมณ์กว่า ดังนั้นตนจึงขอแนะนำน้องอิงค์

ส่วน หลี่ เจี้ยน (李健) นักร้องหนุ่มชื่อดังของแผ่นดินใหญ่ ผู้ช่วยโค้ชของทีมน่า อิง ก็ให้ความเห็นว่า "มีคำถามว่าจริงๆ แล้วการร้องเพลงของน้องอิงค์ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่ส่วนตัวผมเห็นว่าน้ำเสียงอย่าง เติ้ง ลี่จวินนั้น แน่นอนว่าย่อมไม่สามารถที่จะเป็นน้ำเสียงที่ทันสมัยได้ตลอดกาล แต่คนเราต้องการเสพอารมณ์ ความรู้สึกประการหนึ่ง ต้องการเสพน้ำเสียงที่ใสบริสุทธิ์ ราวกับสีเขียวของดอกบัวไม่ว่าจะเป็นยุคไหนสมัยไหน ซึ่งน้ำเสียงอย่างนี้ไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไร"

ขณะเดียวกันหลี่ เจี้ยนก็บอกว่า น้ำเสียงของหลิง หลิง นั้นเป็นน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์และหาฟังได้ยาก แม้ในบรรดานักร้องชาวจีนจะพบได้ไม่มากนัก มีอารมณ์ความเป็นแจ๊ส มีอารมณ์ความอ่อนไหว ซึ่งจุดนี้ผม ประทับใจในหลิง หลิงมากที่สุด

เมื่อมาถึงน่า อิง ก็ให้ความเห็น "น้องอิงค์" สามารถเลียนแบบเติ้ง ลี่จวิน ได้ถึงอารมณ์ไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว เหมือนกับที่ตนเองเมื่อยังละอ่อนเคยเลียนแบบการร้องเพลงของซู รุ่ย (苏芮; อดีตนักร้องดังชาวไต้หวันในยุค 1980) แต่ตนก็อยากจะพัฒนาน้องอิงค์ไปอีกจุดหนึ่ง ที่แสดงว่าอิงค์ก็คืออิงค์ ไม่ว่าใครก็มาแทนไม่ได้ ส่วนหลิง หลิง นั้นน่า อิง ให้ความเห็นว่าเป็นนักร้องที่มีพรสวรรค์มาก และเป็นน้ำเสียงที่แม้แต่ตนเองก็อยากมีเหมือน

เมื่อถามความรู้สึกของนักร้องบนเวทีทั้งสองคน "น้องอิงค์" กล่าวว่า ระหว่างอยู่ที่ประเทศจีนตนเองอยากเรียนเพลงป๊อปจีนให้มากกว่านี้ และอยากจะร้องเพลงเยอะๆ ต้องขอขอบคุณ พ่อ (ผู้ดูแล) ระหว่างที่อยู่เมืองจีน ทำให้เธอมาอยู่ ณ จุดนี้ได้ อยากขอบคุณโค้ชน่าอิงที่ทุ่มเทให้กับตนเองอย่างมาก เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเธอให้มีแนวทางการร้องเพลงเป็นของตัวเอง

"นอกจากนี้ยังต้องขอบคุณพี่หลิง หลิง เธอเหมือนพี่สาวแท้ๆ ของหนู (ร้องไห้) เพราะถ้าฉันมีปัญหาเกี่ยวกับภาษาจีนหรือเกี่ยวกับดนตรี ฉันก็มักจะถามเธอ ทั้งๆ ที่ตอนแบ่งทีมให้มาอยู่ทีมเดียวกัน ฉันไม่รู้เลยว่า หูขวาของเธอนั้นสูญเสียความสามารถทางการได้ยิน ทำให้ฉันรู้เลยว่าสำหรับเธอนั้นการก้าวเดินไปบนเส้นทางสายดนตรีต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ... วันนี้ก็อยากจะให้จี้รูปช้างนี้เป็นที่ระลึกกับพี่ไว้ เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี และหวังว่าพี่จะมีความสุขตลอดไป" น้องอิงค์กล่าว

ด้านหลิง หลิง กล่าวว่า นี่เป็นสิ่งที่ตนอยากพูดกับน้องอิงค์จากใจ เราสองคนผ่านเรื่องราวในชีวิตมาหลายอย่าง น้องอิงค์เล่าให้เธอฟังว่าเธอมีน้องชาย น้องสาว แล้วก็เรื่องราวที่บ้าน และความคาดหวังของที่บ้าน ทั้งอยากเป็นตัวอย่างที่ดีให้น้องๆ และการขึ้นมาร้องเพลงบนเวทีนี้ของเธอไม่ใช่แค่เพื่อตัวเธอเอง เพราะคนที่เมืองไทยก็คอยดูการร้องเพลงของเธอด้วย ซึ่งจุดนี้เองเป็นแรงกดดันที่มหาศาลยิ่ง

“เธออายุแค่ 16 ปี แต่สิ่งที่ต้องแบกเอาไว้ที่บ่าที่หลังมันเยอะมากเลย เธอเข้าใจที่พี่พูดไหม ... พี่อยากให้เธอบางครั้งก็เป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งบ้าง ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง และร้องเพลงเพื่อตัวเองบ้าง” หลิง หลิง คู่แข่งของน้องอิงค์กล่าว ด้านน้องอิงค์ก็ตอบว่า “หนูจะพยายาม” ก่อนที่ทั้งคู่จะกอดกันกลางเวที

ในที่สุด โค้ชน่า อิง จึงได้เลือกน้องอิงค์เป็นผู้ชนะในรอบแบตเทิล เพื่อคัดผู้ชนะในทีมจาก 12 คน ให้เหลือ 6 คน



ขณะที่ในวันเดียวกัน ในการแข่งขันเพื่อคัดสมาชิกจาก 6 คน ให้เหลือ 4 คน เพื่อเป็นตัวแทนของทีมไปแข่งในรอบน็อคเอาท์กับตัวแทนของทีมอื่นๆ “น้องอิงค์” ได้กลับไปร้องเพลงในสไตล์ที่ตัวเองถนัดอีกครั้งหนึ่ง คือ เพลงอ้ายเหริน (爱人) หรือ คนรัก ต้นฉบับโดยอารากิ โทโยฮิสะ/มิกิ ทากาชิ ซึ่ง เติ้ง ลี่จวินก็เคยนำมาขับร้องเป็นภาษาจีนเอาไว้ จนในที่สุดทำให้ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 4 ตัวแทนของทีมน่า อิง เข้าไปสู่รอบน็อคเอาท์เพื่อแข่งขันกับตัวแทนจากอีก 3 ทีมต่อไป

อนึ่งคะแนนนิยมของ “น้องอิงค์” ในปัจจุบันนั้นถือว่าติดอันดับต้นๆ ของนักร้องจีนที่เข้าแข่งขันรายการ The Voice จีน ซีซัน 4 และถือเป็นนักร้องที่ได้รับคะแนนนิยมเกือบสูงที่สุดของทีมน่า อิง จากการเผยแพร่ของเฟซบุ๊ก 中國好聲音 The Voice Of China

ชมน้องอิงค์ ร้องเพลงอ้ายเหริน (爱人) หรือ คนรักบนเวทีเดอะวอยซ์ จีน ซีซัน 4 ที่ออกอากาศวานนี้ (28 ส.ค.)
【朗嘎拉姆 : 爱人 】2015-08-28

【朗嘎拉姆 : 爱人 】(泰国) 中国好声音 2015-08-28 第四季 / The Voice of China Season 4

Posted by 中國好聲音 The Voice Of China on Friday, August 28, 2015


ความหมายเพลง หงโต้ว (红豆) : ถั่วแดง

ศิลปิน เฟย หว่อง / หวังเฟย (王菲)

还没好好的感受雪花绽放的气候
หาย เหมย ห่าว ห่าว เตอ ก่าน โซ่ว เสี่ยว์ ฮวา จั้น ฟั่ง เตอ ชี่ โฮ่ว
ยังไม่ทันได้สัมผัสฤดูแย้มบานของเกล็ดหิมะ

我们一起颤抖会更明白什么是温柔
หว่อ เหมิน อี้ ฉี่ ช่าน โต่ว ฮุ่ย เกิ้ง หมิง ไป่ เสิน เมอ ซื่อ เวิน โหรว
เราหนาวสั่นไปด้วยกัน จึงยิ่งเข้าใจ ว่าความอบอุ่นคืออะไร

还没跟你牵着手走过荒芜的沙丘
หาย เหมย เกิน หนี่ เชียน เจอะ โส่ว โจ่ว กั้ว ฮวง อู๋ เตอ ซา ชิว
ยังไม่ทันได้จูงมือเธอ เดินข้ามเนินทรายอันเวิ้งว้าง

可能从此以后学会珍惜天长和地久
เข่อ เหนิง ฉง สือ อี่ โฮ่ว เสียว์ ฮุ่ย เจิน ซี เทียน ฉาง เหอ ตี้ จิ่ว
บางทีจากนี้ไป อาจได้รู้ซึ้งถึงการทนุถนอม ตราบชั่วฟ้าดินสลาย

有时候有时候我会相信一切有尽头
โหย่ว สือ โฮ่ว โหย่ว สือ โฮ่ว หว่อ ฮุ่ย เซียง ซิ่น อี๋ เชี่ย โหย่ว จิ้น โถว
บางที บางทีฉันเชื่อว่าทุกสรรพสิ่งต่างมีจุดสิ้นสุด

相聚离开都有时候没有什么会永垂不朽
เซียง จี้ว์ หลี ไค โตว โหย่ว สือ โฮ่ว เหมย โหย่ว เสิน เมอ ฮุ่ย หย่ง ฉุย ปู้ สิ่ว
มีพานพบย่อมมีพรากจาก ไม่มีอันใดเป็นนิรันดร์

可是我有时候宁愿选择留恋不放手
เข่อ ซื่อ หว่อ โหย่ว สือ โฮ่ว นิ่ง ย่วน เสวี่ยน เจ๋อ หลิว เลี่ยน ปู๋ ฟั่ง โส่ว
ทว่าบางครั้งฉันเลือกที่จะยื้อมันไว้อย่างเจ็บปวด

等到风景都看透也许你会陪我看细水长流
เติ่ง เต้า เฟิง จิ่ง โตว คั่น โท่ เหยี่ย สี่ว์ หนี่ ฮุ่ย เผย หว่อ คั่น "ซี่ สุ่ย ฉาง หลิว"
รอวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส บางทีเธออาจพาฉันไปชมลำธารเส้นน้อยแต่ไหลไม่ขาดสาย
( "ซี่ สุ่ย ฉาง หลิว" มักใช้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงความรักที่ไม่มากมาย แต่มั่นคงยืนนาน)
 
还没为你把红豆熬成缠绵的伤口
หาย เหมย เว่ย หนี่ ป่า หง โต้ว อ๋าว เฉิง ฉาน เหมียน เตอ ซาง โข่ว
ยังไม่ทันได้นำ "ถั่วแดง" มาเป็นตัวแทนของบาดแผลแห่งความอาลัย

然后一起分享会更明白相思的哀愁
หราน โฮ่ว อี้ ฉี่ เฟิน เสียง ฮุ่ย เกิ้ง หมิง ไป่ เซียง ซือ เตอ อาย โฉว
จากนั้นค่อยแบ่งปัน เพื่อรับรู้ถึงความรวดร้าวแห่งห้วงคนึงหามากยิ่งขึ้น

还没好好的感受醒着亲吻的温柔
หาย เหมย ห่าว ห่าว เตอ ก่าน โซ่ว สิ่ง เจอะ ชิน เหวิน เตอ เวิน โหรว
ยังไม่ทันได้สัมผัสความอ่อนโยนจากจุมพิตนั้น

可能在我左右你才追求孤独的自由
เข่อ เหนิง ไจ้ หว่อ จั่ว โย่ว หนี่ ไฉ จุย ฉิว กู ตู๋ เตอ จื้อ โหยว
อาจเพราะอยู่เคียงข้างฉัน เธอค่อยต้องการที่จะไขว่คว้าอิสรภาพที่แสนเดียวดายนั้น

有时候有时候我会相信一切有尽头
โหย่ว สือ โฮ่ว โหย่ว สือ โฮ่ว หว่อ ฮุ่ย เซียง ซิ่น อี๋ เชี่ย โหย่ว จิ้น โถว
บางที บางทีฉันเชื่อว่าทุกสรรพสิ่งต่างมีจุดสิ้นสุด

相聚离开都有时候没有什么会永垂不朽
เซียง จี้ว์ หลี ไค โตว โหย่ว สือ โฮ่ว เหมย โหย่ว เสิน เมอ ฮุ่ย หย่ง ฉุย ปู้ สิ่ว
มีพานพบย่อมมีพรากจาก ไม่มีอันใดเป็นนิรันดร์

可是我有时候宁愿选择留恋不放手
เข่อ ซื่อ หว่อ โหย่ว สือ โฮ่ว นิ่ง ย่วน เสวี่ยน เจ๋อ หลิว เลี่ยน ปู๋ ฟั่ง โส่ว
ทว่าบางครั้งฉันเลือกที่จะยื้อมันไว้อย่างเจ็บปวด

等到风景都看透也许你会陪我看细水长流
เติ่ง เต้า เฟิง จิ่ง โตว คั่น โท่ เหยี่ย สี่ว์ หนี่ ฮุ่ย เผย หว่อ คั่น "ซี่ สุ่ย ฉาง หลิว"
รอวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส บางทีเธออาจพาฉันไปชมลำธารเส้นน้อยแต่ไหลไม่ขาดสาย

有时候有时候我会相信一切有尽头
โหย่ว สือ โฮ่ว โหย่ว สือ โฮ่ว หว่อ ฮุ่ย เซียง ซิ่น อี๋ เชี่ย โหย่ว จิ้น โถว
บางที บางทีฉันเชื่อว่าทุกสรรพสิ่งต่างมีจุดสิ้นสุด

相聚离开都有时候没有什么会永垂不朽
เซียง จี้ว์ หลี ไค โตว โหย่ว สือ โฮ่ว เหมย โหย่ว เสิน เมอ ฮุ่ย หย่ง ฉุย ปู้ สิ่ว
มีพานพบย่อมมีพรากจาก ไม่มีอันใดเป็นนิรันดร์

可是我有时候宁愿选择留恋不放手
เข่อ ซื่อ หว่อ โหย่ว สือ โฮ่ว นิ่ง ย่วน เสวี่ยน เจ๋อ หลิว เลี่ยน ปู๋ ฟั่ง โส่ว
ทว่าบางครั้งฉันเลือกที่จะยื้อมันไว้อย่างเจ็บปวด

等到风景都看透也许你会陪我看细水长流
เติ่ง เต้า เฟิง จิ่ง โตว คั่น โท่ เหยี่ย สี่ว์ หนี่ ฮุ่ย เผย หว่อ คั่น "ซี่ สุ่ย ฉาง หลิว"
รอวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส บางทีเธออาจพาฉันไปชมลำธารเส้นน้อยแต่ไหลไม่ขาดสาย



หมายเหตุ : หงโต้ว (红豆) หรือ ถั่วแดง ในวัฒนธรรมจีนนั้นเป็นตัวแทนของความรักและความคิดถึง หากสนใจ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “ถั่วแดง” ตัวแทนแห่งความคิดถึง


6 จากทั้งหมด 6 รูป
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...