xs
sm
md
lg

'ทรัมป์'เมินคดีกองทุนฉาว1MDB เปิดทำเนียบขาวรับนายกฯมาเลย์

เผยแพร่:

 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ (ที่ 3 จากซ้าย) และนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย (ที่ 2 จากขวา) นำเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเจรจาหารือกันที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคาร (12 ก.ย.) ทรัมป์ต้อนรับราซัคเป็นอย่างดี ถึงแม้นายกฯมาเลเซียกำลังถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯสอบสวนพัวพันความผิดคดีอาญา
เอเจนซีส์ - “ทรัมป์” เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ “นาจิบ” ชื่นมื่น ชมเปาะช่วยต่อต้านไอเอสและตัดสัมพันธ์เศรษฐกิจกับเกาหลีเหนือ แถมยังหอบเงินหลักหมื่นล้านลงทุนในอเมริกา ทั้งนี้ผู้นำสหรัฐฯไม่เอ่ยเรื่องที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียผู้นี้ พัวพันการทุจริตคอร์รัปชั่นเรื่องกองทุนฉาวโฉ่ 1MDB ซึ่งกำลังตกเป็นเป้าหมายการสอบสวนคดีอาญาของกระทรวงยุติธรรมอเมริกัน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคของมาเลเซีย ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรีของทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร (12 ก.ย. ) ด้วยการจับมือและขอบคุณผู้นำแดนเสือเหลืองอย่างอบอุ่น

การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนาจิบที่จะต้องลงศึกเลือกตั้งรัฐสภาในปีหน้า เนื่องจากเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ตัวเขายังคงได้รับการต้อนรับจากทำเนียบขาว ทั้งที่ตกเป็นเป้าหมายการสอบสวนคดีอาญาของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เกี่ยวกับกองทุนฉาวโฉ่ของรัฐบาลเสือเหลืองที่ชื่อว่า “1มาเลเซีย ดิเวลอปเมนต์ เบอร์ฮัด” หรือ 1MDB

ระหว่างการหารือ นาจิบบอกทรัมป์ว่า มาเลเซีย แอร์ไลนส์ต้องการซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 737 จำนวน 25 ลำ และดรีมไลน์เนอร์ 787 แปดลำ รวมทั้งอาจซื้อ 737 เพิ่มอีก 25 ลำในอนาคตอันใกล้ รวมเป็นมูลค่ากว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 5 ปี

นอกจากนี้ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน ซึ่งเป็นกองทุนใหญ่ของมาเลเซีย ยังต้องการลงทุน 3,000-4,000 ล้านดอลลาร์ในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ

นาจิบนั้นเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ทว่า สัมพันธภาพดังกล่าวกลับเย็นชาลงเนื่องจากปัญหาสิทธิมนุษยชนในมาเลเซีย รวมทั้งกรณีกองทุน 1MDB ซึ่งนาจิบเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น และปัจจุบันกำลังถูกสอบสวนความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินในอย่างน้อย 6 ประเทศ ซึ่งรวมถึงอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ และสิงคโปร์

ในส่วนคำฟ้องเป็นจำนวนนับสิบคดีของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯเมื่อปีที่แล้วนั้นระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ระดับท็อปของ 1MDB ยักยอกเงินจากกองทุนไปกว่า 4,500 ล้านดอลลาร์

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยังยื่นฟ้องคดีแพ่งเพื่ออายัดทรัพย์สินมูลค่า 1,700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์หรูและงานศิลปะ นอกจากนั้นยังกล่าวหาว่า มีการยักยอกเงินจาก 1MDB 681 ล้านดอลลาร์ไปเข้าบัญชีของ “เจ้าหน้าที่มาเลเซีย 1” ซึ่งแหล่งข่าวทั้งในอเมริกาและมาเลเซียระบุว่าคือ นายกฯนาจิบ ทว่า การสอบสวนของรัฐบาลเสือเหลืองกลับแก้ต่างให้ว่า นาจิบไม่ได้กระทำความผิดใดๆ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ (ซ้าย) ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย (ขวา) ที่ทำเนียบขาว กรุุงวอชิงตันเมื่อวันอังคาร(12ก.ย.)
ทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันอังคาร (12) ว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรม แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสผู้หนึ่งยอมรับว่า ออกจะเป็นการผิดธรรมเนียมที่ทรัมป์พบปะกับนาจิบ ทั้งที่ 1MDB กำลังถูกกระทรวงยุติธรรมตรวจสอบ แต่สำทับว่า อาจเป็นเพราะคณะบริหารให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้เพื่อคานอำนาจจีนในภูมิภาคดังกล่าว

ด้านสื่ออเมริกันหลายสำนักรายงานตรงกันว่า ในการเยือนวอชิงตันคราวนี้ นาจิบและคณะเข้าพักในโรงแรมทรัมป์ อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเมื่อถูกสอบถามเรื่องนี้ ซาราห์ ฮักคาบี แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว บอกปัดว่า ทางมาเลเซียเป็นฝ่ายจัดการจองที่พักเอง

ระหว่างกล่าวปราศรัยกับผู้นำธุรกิจอเมริกัน นาจิบปกป้องตัวเองว่า นักการเมืองฝ่ายค้านขยายความกรณี 1MDB ใหญ่โตเกินจริงเพราะต้องการโค่นล้มรัฐบาลก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในปีหน้า แต่ก็ไม่สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม การเชิญนาจิบไปเยือนทำเนียบขาวถูกโจมตีอย่างรุนแรงจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่เรียกร้องให้คณะบริหารของทรัมป์หยิบยกเรื่องการปราบปรามสื่อและเล่นงานฝ่ายตรงข้ามของนาจิบ ขึ้นหารือกับผู้นำมาเลเซีย

แต่ทรัมป์มองว่า มาเลเซียซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมนั้น เป็นพันธมิตรสำคัญในการต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ประมุขทำเนียบขาวยังยกย่องที่กัวลาลัมเปอร์ตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเปียงยาง

อย่างไรก็ตาม ก่อนการเยือนทำเนียบขาวของนาจิบนั้น ลิม กิต เสียง สมาชิกรัฐสภาคนสำคัญของพรรคฝ่ายค้านมาเลเซีย ได้แถลงโจมตีว่า ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนใดในรอบ 60 ปีที่เผชิญการต่อต้านจากสื่อต่างชาติแบบที่นาจิบเคยเผชิญมาก่อน และยังเป็นสิ่งเหลือเชื่อที่นาจิบจะมีความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะกอบกู้ชื่อเสียงของตัวเองและประเทศชาติด้วยการเดินทางเยือนสหรัฐฯ

“นาจิบไม่สามารถล้างความอับอายและความเสื่อมเสียของมาเลเซียจากการถูกทั่วโลกมองว่า ปกครองด้วยระบอบโจราธิปไตย”

ขณะเดียวกัน บทบรรณาธิการของวอชิงตัน โพสต์วิจารณ์ว่า การเยือนของนาจิบบ่งชี้ความตกต่ำครั้งใหม่ของคณะบริหารทรัมป์ เพราะไม่เพียงเป็นที่รับรู้กันว่า ผู้นำมาเลเซียผู้นี้ใช้อำนาจกักขังฝ่ายต่อต้านที่เคลื่อนไหวอย่างสันติ ปิดปากสื่อ และทำให้กระบวนการประชาธิปไตยถอยหลังเท่านั้น แต่นาจิบยังเป็นเป้าหมายการสอบสวนครั้งใหญ่ที่สุดกรณีโจราธิปไตยของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ตัวทรัมป์เองก็กำลังถูกกระทรวงยุติธรรมสอบสวนความเป็นไปได้ที่ทีมหาเสียงของเขาอาจพัวพันกับรัสเซียที่แทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว รวมถึงความพยายามในการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทรัมป์ยืนกรานว่า ตนไม่ได้ทำอะไรผิด
2 จากทั้งหมด 2 รูป
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...