ตลาดรถไฟฟ้าจีนกลับไม่ได้ไป(ยัง)ไม่ถึง ผู้ผลิตสู้อีกตั้งหักกระแส SUV ฮอตเวอร์
21 เมษายน 2560 14:29 น.

       บริษัทรถในตลาดจีนที่สุดแสนแออัดกำลังเผชิญสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะขณะที่ทางการพยายามทั้งผลักทั้งดันรถไฟฟ้า แต่ลูกค้ากลับแห่ซื้อเอสยูวีจอมซดน้ำมัน
       
        อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังว้าวุ่นกับข้อเสนอของปักกิ่งในการกำหนดให้ทุกบริษัทต้องผลิตรถไฟฟ้า 8% จากยอดการผลิตทั้งหมดในปีหน้า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยอดขายรถเอสยูวีในไตรมาสแรกพุ่งโด่งถึง 21% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้วเป็น 2.4 ล้านคัน สวนทางกับยอดขายรถไฟฟ้าที่ร่วงลง 4.4% และขายได้เพียง 55,929 คัน
       
        เบน คาเวนเดอร์ จากไชน่า มาร์เก็ต รีเสิร์ช กรุ๊ป พูดแทนใจค่ายรถว่า คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่อยู่ๆ รถไฟฟ้าจะมาโฉบส่วนแบ่งตลาดจากเอสยูวี
       
        การกดดันจากรัฐบาลเพื่อปลุกปั้นรถไฟฟ้าเพิ่มปัญหาน่าปวดหัวให้บริษัทรถที่ยังขบคิดไม่ตกกับภาวะยอดขายเติบโตชะลอตัวในตลาดจีนที่มีการแข่งขันสูง แต่ก็ตัดใจทิ้งไปไม่ได้เพราะเป็นขุมรายได้สำคัญ
       
        เดือนมีนาคมที่ผ่านมา อัตราเติบโตของยอดขายรถโดยรวมในแดนมังกรตกลงอยู่ที่ 1.7% จาก 15% เมื่อปีที่แล้ว โดยยอดขายเอสยูวีคิดเป็นสัดส่วนถึง 40% ของทั้งหมด ขณะที่ยอดขายซีดานลดลง 4.9%
       
        กระนั้น ในงานเซี่ยงไฮ้ ออโต้ โชว์ ซึ่งเป็นกิจกรรมการตลาดใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนในปีนี้ บริษัทรถทั้งในและนอกต่างตระเตรียมนำต้นแบบรถไฟฟ้ามาโชว์อย่างน้อยๆ ค่ายละหนึ่งรุ่นเพื่อหาทางกระตุ้นยอดขายตอบสนองนโยบายของปักกิ่ง
       
        ประเดิมด้วยบูอิค บริษัทในเครือเจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) พี่ใหญ่จากดีทรอยต์ ที่ประกาศตั้งแต่เดือนที่แล้วว่า จะนำวีไลต์ 5 ซีดานไฮบริดเบนซิน-ไฟฟ้า ไปขายในจีน เพิ่มเติมจากไฮบริด ลาครอส จีเอ็มยังคุยว่า วีไลต์ 5 จะเป็นรถไฮบริดที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในตลาดจีน และยังเป็นรุ่นแรกที่สามารถวิ่งได้ไกล 100 กิโลเมตรด้วยน้ำมันเบนซินไม่ถึง 1 ลิตร นอกจากนั้นบริษัทยังมีแผนเปิดตัวรถพลังงานทางเลือกใหม่เพิ่มเติมในช่วง 2 ปีหน้า
       
        มาเดือนนี้ ฟอร์ด มอเตอร์จากอเมริกาเช่นเดียวกัน แถลงข่าวครึกโครมเรื่องการนำมอนดิโอ เอเนอร์จี ซีดานปลั๊ก-อิน ไฮบริด และเอสยูวีไฟฟ้า ลงตลาดแดนมังกร โดยบริษัทร่วมทุนระหว่างฟอร์ดกับฉางอาน ออโตโมบิลของรัฐบาลจีน จะรับหน้าที่ผลิตมอนดิโอ
       
        ฟอร์ดยังบอกว่า ภายในปี 2025 จะนำรถไฟฟ้า 70% ของทั้งหมดที่บริษัทผลิตไปจำหน่ายในจีน เพื่อสะท้อนความสำคัญของจีนในฐานะตลาดรถไฟฟ้าระดับโลก
       
        เน็กซ์อีวี สตาร์ทอัพจากเซี่ยงไฮ้ เตรียมนำรถไฟฟ้าแบรนด์ “นีโอ” 11 รุ่นเผยโฉมในเซี่ยงไฮ้ ออโต้ โชว์ ซึ่งรวมถึงอีพี9 รุ่น 2 ประตูที่กำลังคั่วตำแหน่งรถไฟฟ้าที่มีความเร็วสูงสุด โดยเน็กซ์อีวีคุยว่า รถรุ่นนี้ทำความเร็วสูงสุดถึง 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
       
        วอลโว่ คาร์ ค่ายรถสัญชาติสวีเดนที่ปัจจุบันเป็นบริษัทในเครือของจีลี่ของจีน ประกาศสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันพุธ (19) ว่า จะผลิตรถไฟฟ้าในจีนเพื่อส่งขายทั่วโลกตั้งแต่ปี 2019 โดยรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกที่จะผลิตจะอิงกับแพล็ตฟอร์มซีเอ็มเอที่ใช้ร่วมกับจีลี่อยู่ในขณะนี้
       
        ทางด้านโฟล์คสวาเกนเล็งประกาศแผนรถไฟฟ้าและเปิดตัวต้นแบบรถไฟฟ้าในเซี่ยงไฮ้ ออโต้ โชว์ ที่จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันศุกร์ (21) เช่นเดียวกัน ขณะที่ฮอนด้า มอเตอร์เตรียมขนนิววี รถต้นแบบแห่งอนาคตที่ฮอนด้ากระซิบว่า อาจใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ไปโชว์ในงาน
       
        ขณะเดียวกัน นักวางแผนของรัฐบาลเล็งผลเลิศว่า รถไฟฟ้าจะเป็นตลาดที่จีนสามารถเป็นผู้นำได้ รวมทั้งยังจะช่วยแก้ปัญหามลพิษในเมืองต่างๆ ที่สำคัญแผนพัฒนาเทคโนโลยีของคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2013 ยังกำหนดเป้าหมายอลังการงานสร้างว่า ภายในปี 2025 จีนจะต้องมีแบรนด์รถระดับโลก 2 แบรนด์
       
        ด้วยเหตุนี้ ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ปักกิ่งจึงเปิดเผยข้อเสนอที่เรียกร้องให้ค่ายรถทุกแห่งต้องผลิตรถไฟฟ้าหรือรถไฮบริดเบนซิน-ไฟฟ้าเป็นสัดส่วน 8% ของผลผลิตทั้งหมดนับตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป และจะเพิ่มเป็น 10% ในปี 2019 และ 12% ในปี 2020 โดยบริษัทที่ไม่สามารถทำได้ตามเป้าสามารถซื้อเครดิตจากบริษัทที่ผลิตรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนารถพลังงานทางเลือกให้รุดหน้าต่อไป
       
        แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมเผยว่า บรรดาผู้ผลิตเตือนปักกิ่งว่า เป้าหมายดังกล่าวทะเยอะทะยานเกินไป และมีรายงานว่า ทางการอาจยอมลดหรือชะลอข้อเสนอนี้โดยจะประกาศแผนการฉบับปรับปรุงใหม่ภายในปีนี้ ทว่า เรื่องนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมายืนยันแต่อย่างใด
       
        ทั้งนี้ บริษัทรถไฟฟ้าสัญชาติจีนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในขณะนี้คือ บีวายดี ออโต้ ที่ขายรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบให้ฟลีทแท็กซี่และรถบัสทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งขายเอสยูวีและซีดานไฮบริดในจีน
       
        บีวายดี ออโต้เผยว่า ยอดขายปีที่แล้วพุ่งขึ้นถึง 70% เป็น 100,183 คัน ซึ่งทำให้บริษัทเป็นแบรนด์รถไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในจีนเป็นปีที่ 2 โดยมีเทสลาจากอเมริกาตามมาในอันดับ 2 ด้วยยอดขาย 76,230 คัน
       
        ส่วนบริษัทรถสัญชาติจีนแห่งอื่นๆ ที่นำเสนอรถปลั๊กอิน ทำยอดขายในปีที่ผ่านมาหรอมแหรมบริษัทละไม่กี่ร้อยคัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรถไฮบริดราคาแพงกว่ารถทั่วไปที่ใช้น้ำมันเบนซิน 2-3 เท่า
       
        กระนั้น แม้แต่เกรท วอล มอเตอร์ บริษัทรถที่มีศักยภาพในการทำกำไรสูงสุดของจีนด้วยการผูกขาดผลิตเอสยูวีเป็นหลัก ยังไม่สามารถเพิกเฉยต่อเซ็กเมนต์นี้ได้ ต้องเปิดตัวคอมแพ็กต์ซีดานไฟฟ้า ซี30 อีวี แต่ไม่ได้ระบุว่า จะเริ่มจำหน่ายเมื่อไหร่
       
        บางแบรนด์ให้สัญญาว่า จะพัฒนารถที่วิ่งได้ระยะทางถึง 200 กิโลเมตรจากการชาร์จครั้งเดียว แต่นักวิเคราะห์ท้วงว่า รถไฟฟ้ายังคงแพงเกินไปและวิ่งได้ระยะทางสั้นเกินไปสำหรับผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ แถมยังมีสถานีชาร์จน้อยมาก
       
        เพื่อคลายความกังวลในเรื่องนี้ คณะรัฐมนตรีจีนจึงสั่งการให้อุตสาหกรรมพลังงานของรัฐเร่งติดตั้งสถานีชาร์จให้ได้ถึง 100,000 แห่ง และอีก 800,000 แห่งจากภาคเอกชนในปีหน้า จากที่มีอยู่เพียง 50,000 แห่งเมื่อต้นปีที่แล้ว สำหรับระยะยาวนั้น ปักกิ่งต้องการเครือข่ายพลังงานที่รองรับรถไฟฟ้าได้ถึง 5 ล้านคันในปี 2020
       
        รัฐบาลยังพยายามโน้มน้าวให้ประชาชนซื้อรถไฟฟ้าด้วยการยกเว้นภาษีการขายและค่าธรรมเนียมป้ายทะเบียน รวมทั้งไม่ต้องเข้าคิวรอโควตาป้ายทะเบียนใหม่ในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเมืองอื่นๆ ตามแผนลดความแออัดและหมอกควันพิษบนท้องถนน
       
        กระนั้น จอห์น เซ่ง จากแอลเอ็มซี ออโตโมทีฟ เตือนว่า แม้ถึงปี 2020 แต่รถไฟฟ้าจะยังไม่ใช่ธุรกิจที่ทำกำไร และอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด


พิมพ์จาก http://mgronline.com/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9600000040378
เวลา 28 เมษายน 2560 05:47 น.
ผู้จัดการออนไลน์ - Manager Online (http://www.mgronline.com)