“เนวิน” โร่แจ้งจับมือโพสต์กล่าวหาเป็นเจ้าของบ่อน - ตร.รู้เบาะแสแล้วจ่อหมายเรียก
20 มีนาคม 2560 18:57 น.

       บุรีรัมย์ - “เนวิน ชิดชอบ” โร่แจ้งตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เอาผิดมือโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ กล่าวหาเป็นเจ้าของบ่อนการพนันในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดความเสียหาย ยันไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ ตร.รู้เบาะแสมือโพสต์แล้วเตรียมออกหมายเรียกสอบปากคำ
       
       วันนี้ (20 มี.ค.) จากกรณีที่มีการเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ โดยมีข้อความระบุถึงอดีตนักการเมืองชื่อดังคนหนึ่งที่หลังจากวางมือทางการเมืองแล้วหันมาทุ่มเทกับวงการกีฬาอย่างเต็มที่ ว่าบุคคลผู้นี้เป็นเจ้าของบ่อนการพนันในประเทศเพื่อนบ้านทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ทั้งมีคนแชร์และเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
       
       กระทั่งล่าสุดเมื่อช่วงเช้า วันนี้ (20 มี.ค.) นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อดีตนักการเมืองชื่อดังของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ฤทธิ์ไธสง รอง ผกก.สอบสวน หัวหน้างานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้ดำเนินคดีต่อบุคคลที่เผยแพร่ภาพบ่อนการพนันในประเทศเพื่อนบ้าน และเขียนข้อความกล่าวหาว่าตนเองเป็นเจ้าของ โดยขอตั้งข้อสังเกตว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ มีการจัดทำภาพและข้อความส่งผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เจตนาพาดพิงถึงตนให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้ตนได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง พร้อมยืนยันว่าเรื่องที่นำมาโพสต์และแชร์กันในสังคมออนไลน์ไม่เป็นความจริง ตนเองไม่เคยทำธุรกิจใดๆ ในกัมพูชา และไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อนการพนันทั้งในและนอกประเทศ
       
       ขณะที่ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ฤทธิ์ไธสง รอง ผกก.สอบสวน หัวหน้างานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ระบุว่าหลังจากได้รับแจ้งความในกรณีดังกล่าวแล้วจะทำการสืบสวนสอบสวนหาที่มาของเจ้าของเฟซบุ๊กก่อนว่าเป็นใคร ซึ่งขณะนี้ทราบเบาะแสของผู้โพสต์แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรอตรวจสอบข้อมูลหลักฐานชัดเจนก่อน จากนั้นจะออกหมายเรียกมาสอบปากคำตามขั้นตอน โดยการกระทำในลักษณะดังกล่าวถือเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 ทำให้บุคคลที่ถูกใส่ความได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากบุคคลที่เข้าไปดูในเฟซบุ๊ก หรือไลน์


       อย่างไรก็ตาม หากผู้ใดที่ได้รับข้อความดังกล่าวแล้วเผยแพร่หรือมีการส่งต่อซึ่งข้อความที่ตนเองทราบอยู่แล้วว่าเป็นข้อความหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นเท็จจะต้องถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ฐานเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งอาจต้องถูกดำเนินคดีในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับด้วย จึงขอประชาสัมพันธ์งดการส่งต่อ เผยแพร่ หรือกดไลก์ข้อความดังกล่าว เพราะอาจจะมีความผิดด้วย

พิมพ์จาก http://mgronline.com/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9600000028556
เวลา 28 เมษายน 2560 05:32 น.
ผู้จัดการออนไลน์ - Manager Online (http://www.mgronline.com)