คนเลี้ยงช้าง ฤา ช้างเลี้ยงคน ฟัง 2 ด้าน! ใครแพะ ใครแกะ
20 มีนาคม 2560 21:43 น.

        
       หลังคอมเมนต์น้ำตาท่วมเมืองกับข่าวการประกาศภาวะย่ำแย่ของ “มูลนิธิเพื่อนช้าง” ถึงขนาดอาจต้องยุติบทบาทการช่วยเหลือช้างไทยอย่างถาวร ส่งผลให้คนรักช้างออกมาบริจาคเงินมากมาย เพื่อให้มูลนิธิขับเคลื่อนต่อไปได้ ด้วยเวลาเพียง 3 วัน ยอดเงินบริจาคก็พุ่งสูงกว่า 30 ล้านบาท ทะลุเป้าถล่มทลาย
       
       ปัญหาทั้งหมดน่าจะจบลงด้วยดี แต่ไม่เป็นเช่นนั้น ความปีติที่ควรจะมีรสหวานกลับออกแนวขื่นขม กับข้อมูลที่ สุเมธ กมลนรนาถ ผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต และรองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Sumate Kamolnorranath แย้งกรณีมูลนิธิออกมาบอกว่า มีส่วนผลักดันให้ช้างไม่ต้องเดินเร่ร่อน แต่ความจริงคือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้องค์กรสวนสัตว์จัดทำโครงการลดช้างเร่ร่อน โดยการจัดตั้งคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ จึงอยากขอให้ทางมูลนิธิพูดความจริงด้วย
       
        งานนี้นอกจากทำลายความเชื่อมั่นให้คนรัก “ช้าง” ต้องคลางแคลงใจ!! แล้ว ยังเป็นปริศนาให้สังคมต้องค้นต่อไปใครพูดจริง!! ใครพูดเท็จ!!


        
       *** จากใจ “โซไรดา” มีเงินก็ไปต่อ
        
       ย้อนหลังกลับไปในอดีตคนกับช้างผูกพันกันมานาน น่าเสียดายที่วันนี้วิถีดั้งเดิมกำลังถูกเบียดเบียนด้วยวิวัฒนาการต่างๆ ความจำเป็นในการใช้ช้างเพื่อทำสงคราม ชักลากไม้ในอุตสาหกรรม ตลอดจนการเป็นพาหนะในการคมนาคมขนส่งหมดลง เป็นเหตุให้ช้างไม่มีความสำคัญเหมือนก่อน ต้องกลายมาเป็นช้างนักแสดง และช้างขอทาน ถูกใช้งานอย่างหนักไร้การเหลียวแล และ “โซไรดา” ก็เป็นอีกคนที่รัก และนิยมช้างเป็นอย่างมากถึงขนาดตั้งมูลนิธิเพื่อนช้าง โดยมีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือช้างไทย
       
       โซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้ง และกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง ยอมรับต่อ ผู้จัดการ Live ว่า ที่ผ่านมา มูลนิธิเพื่อนช้างอยู่ได้ด้วยเงินบริจาค ซึ่งแต่ละเดือนก็ไม่เท่ากัน และช่วงที่ผ่านมา ยอดเงินของมูลนิธิก็เหลือน้อยมาก ขณะที่รายจ่ายทั้งเรื่องการดูแล รักษาช้าง และบุคลากรในมูลนิธิ เป็นคุณหมอ 2 คน เจ้าหน้าที่ธุรการ 1 คน คนดูแลช้างเบ็ดเสร็จทุกอย่างรวม 14-15 คน รวมแล้วต้องใช้เงินประมาณ 700,000-1,000,000 บาทต่อเดือน ดังนั้น มูลนิธิจะดำเนินการต่อไปได้ ขึ้นอยู่กับเงินบริจาคเท่านั้น
       
        “ที่มีข่าวว่าจะปิดมูลนิธิเพื่อนช้าง ถือเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนมาก แค่ยอมรับว่า มีเงินเหลือไม่มากนัก หากไม่มีเงินก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ไม่ค่อยมีคนอ่านสิ่งที่ดิฉันโพสต์แล้วมาพูดต่อๆ กัน ดิฉันโพสต์ชัดเจนใน 3 บรรทัดสุดท้ายว่า “หากมีหนทางอื่นที่จะทำให้ “มูลนิธิเพื่อนช้าง” ดำเนินการต่อไปได้ ได้โปรดพิจารณาแจ้งให้ดิฉันทราบด้วย หากไม่มีแล้ว ดิฉันขอท่านประธานเชิญประชุมคณะกรรมการเพื่อวางแผนดำเนินการตามกฎระเบียบต่อไป” แต่หลังเป็นข่าวออกไปก็มีประชาชนเมตตาบริจาคช่วยเหลือมามาก ถ้ายอด 20 ล้าน ก็จะสามารถดำเนินการขับเคลื่อนงานไปได้อีกประมาณ 20 เดือน เราก็ไม่อยากรบกวนประชาชนมาก แต่เงินเหล่านี้ทำให้เราสู้ต่อไปได้ หลังจากนี้ ถ้าภาครัฐเข้ามาช่วยดูแลบ้างก็จะเป็นการดี”


        
       *** แฉ ..“มูลนิธิเพื่อนช้าง” ไม่ได้วิกฤต
        
       หลังเป็นข่าวดรามาเรียกน้ำตาจากคนรักช้างทั่วประเทศไปเพียง 2 วัน ก็มีกระแสสวนออกมาว่า มูลนิธิเพื่อนช้างไม่ได้จำเป็นต้องใช้เงินมากมายขนาดนั้น เพราะมีองค์กรอื่นทำหน้าที่ได้อย่างดีอยู่แล้ว โดย สุเมธ กมลนรนาถ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า มูลนิธิเพื่อนช้าง บอกสื่อว่า มีส่วนผลักดันไม่ให้ช้างมาเดินเร่ร่อนในกรุงเทพฯ แต่เรื่องจริง คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้งคชอาณาจักร จนช้างเร่ร่อนเข้าโครงการทันที 150 เชือก นอกจากนี้ ปัจจุบันช้างไทยกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้น ไม่ได้วิกฤตอย่างที่คิดเลย พูดเรื่องจริงเถอะครับ
       
       ขณะเดียวกัน ก็มีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ “Pn Pakon” ได้ออกมาโพสต์สนับสนุน “สุเมธ” ว่า หลังตนเรียนจบ ได้ทำงาน 3 ปี กับมูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย ในบทบาท นายสัตวแพทย์คนแรกของมูลนิธิ ได้เห็นตื้นลึกหนาบางของคนในวงการช้างมามากมาย วันที่ตัดสินใจยุติบทบาทหมอช้าง คือ วันที่ได้เห็นสิ่งเดียวกับ นายสุเมธ พูด คือ สถานภาพของช้างไทยไม่ได้อยู่ในสภาวะวิกฤตอย่างที่เราคิดกัน ช้างมีเพิ่มขึ้นจนมากเกินไปด้วยซ้ำ แต่ในเวลานั้นคงไม่มีใครมาฟังคำพูดเล็กๆ จากตน ตนจึงหมดห่วง และเดินจากมาด้วยความสบายใจอย่างเงียบๆ และเห็นอีกว่า มูลนิธิเพื่อนช้าง ไม่เคยช่วยเหลือใดๆ กับช้างเร่ร่อนเลย นอกจากออกสื่อ เรียกร้องต่างๆ นานา ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้เงินทุนใดๆ มากมาย


        
       หลังจากข้อมูลดังกล่าวได้รับการเปิดเผย สังคมก็เริ่มคลางแคลงใจ เพราะผู้ที่ให้การสนับสนุนข้อมูลบุคคลทั้งสองก็มีความเป็นไปได้ และน่าเชื่อถือนัก ผู้สื่อข่าวผู้จัดการ LIVE พยามยามติดต่อขอสัมภาษณ์ ทั้ง นายสุเมธ รวมถึงเจ้าของเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ “Pn Pakon” ที่ได้โพสต์สนับสนุน “สุเมธ” แต่ไม่ได้รับการตอบรับใดๆ
       
       ส่วนกรณีที่มูลนิธิเพื่อนช้าง ออกมาระบุว่า ช้างไทยอยู่ในภาวะวิกฤตนั้น รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็ยืนยันว่า ช้างไทยไม่ได้วิกฤตอย่างที่มูลนิธิเพื่อช้างระบุ สิ่งที่วิกฤต และน่าเป็นห่วงในขณะนี้ คือ การไม่มีป่าให้ช้างอยู่อาศัยนั่นเอง
       
       ทั้งนี้ นายสุนทร ฉายาวัฒนะ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันว่า จากตัวเลขการประเมินประชากรช้างป่าที่เคยสำรวจไว้เมื่อหลายปีก่อนภาพรวมยังคงมีตัวเลขราว 3,500-4,000 ตัว กระจายในป่าอนุรักษ์ 68 แห่ง และมีข่าวดีว่าประชากรช้างป่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 โดยเฉพาะกลุ่มป่าตะวันออก “ตอนนี้ช้างป่าของไทยไม่อยู่ในความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แล้ว เพราะมีการดูแล และบริหารจัดการในปัจจุบันมีความเข้มข้นขึ้น แต่ปัญหาที่กำลังเผชิญคือ การจัดการประชากรช้างป่า และพื้นที่แหล่งอาศัยของช้างป่า โดยเฉพาะป่าตะวันออก ที่พบปัญหาช้างออกนอกพื้นที่รุนแรงขึ้น เช่น บริเวณแก่งหางแมว จันทบุรี ที่พบช้างออกมาคราวละ 80-100 ตัว ทำอย่างไรจึงจะทำให้ช้างอยู่ในป่า มีแหล่งอาหารเพียงพอ เพื่อดึงให้ช้างกลับไปอยู่ในป่า โดยไม่สร้างความขัดแย้งกับชาวบ้าน”


        
       *** ร้อนฉ่าในโลกโซเชียล
       
       ความขัดแย้งระหว่าง “โซไรดา” กับ 2 นายสัตวแพทย์ ส่อเค้าบานปลาย ขณะเดียวกัน สังคมก็เริ่มแบ่งเป็น 2 ฝ่ายอีกครั้งแล้ว โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ ว่า “เตชะ ทับทอง หนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ” ออกมาโพสต์ข้อความให้กำลังใจ โซไรดา ว่า... “ไม่ได้เข้าข้างใครนะ แต่การจะกล่าวหาเค้าต้องเอาหลักฐานมาด้วย ไม่ใช่ทำแบบนี้ ดูไม่ดีเลย ระวังจะดรามาไปถึงเรื่องกฎหมายครับ ไม่เอานะ ไม่ทำกันแบบนี้ครับ.. ออกมาช้าไปด้วย คนทำงานทุกคนเห็น และเข้าใจว่า “คุณโซไรดา” มีแผลอยู่บ้าง หลายคนที่ทำงานภาคสังคมเฉพาะประเด็นก็มีแผล แต่การทำงานมายี่สิบกว่าปี คนที่รักและเข้าใจเธอก็เยอะ คนสนับสนุนเธอก็เยอะ และแน่นอนว่าในแนวทางการทำงานที่มองต่างกันในภาคสังคมย่อมมีคนที่ยืนคนละฝั่งคนละด้าน หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน ...ผมว่าสิ่งเหล่านี้วัดกันที่ผลงาน ประชาชนไม่โง่หรอกครับ เค้ารู้ว่าทำอะไรอยู่จึงโอนเงินบริจาคไปมหาศาลขนาดนั้นในไม่กี่วันครับ
       
        แต่สิ่งที่เห็นคือ คนไทยเลือกช่วยเพราะคุณโซไรดาออกมาร้องขอให้ช่วยดังที่เห็นครับ ... ส่วนเงินบริจาคจากประชาชนผมเห็นว่าเป็นข้อดีคือ เธอได้รับการช่วยเหลือ ส่วนข้อเสียคือ ต่อไปนี้เธอจะถูกตรวจสอบจากประชาชน ดังนั้น เงินน่าจะถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ
       
        อย่างน้อยก็เป็นจุดดีที่ทำให้เห็นได้ว่า คนไทยมองเรื่องการโดเนทเงินแบบนี้ อนาคตการรณรงค์อะไรด้านสัตว์จะง่ายขึ้นครับ ขอเพียงชนะใจ และมีผลงานปรากฏชัด และเป็นแนวโน้มที่สำคัญให้เห็นว่า “ช้างไทย” จะถูกสนใจ และได้รับการดูแลดีขึ้นจากคนไทยที่กำลังจับตาการทำงานประเด็นนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ การทำงานด้านดูแลช้างนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ ต่างคนต่างทำ เก่งกันหมดทุกคน ...แต่ไม่เก่งที่จะเรียนรู้เพื่อประสานกันเป็นหนึ่ง ผลักดันงานดูแลตรงนี้ให้เกิดผลสำเร็จสูงที่สุดครับหันมาทำงานด้วยกันบ้างเถิดครับ ... เดินตามรอยพ่อ ร่วมกันทำสิ่งที่พ่อเคยทำ สานงานท่านเพื่อประโยชน์ของชาติ
        
       ขณะที่ ล่าสุด ซู่โม่ กิ๊ก ดารา พิธีกรชื่อดังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Kiat Kitcharoen” ว่า ท่านผู้ชมครับ อันนี้ขอเค้ามาแชร์นะ credit เตชะ ทับทอง (ไม่ได้ขอด้วย เพราะคุยกะเค้าไม่ได้) เพราะอ่านแล้วสะใจชิบหาย...ประเทศไทย องค์กรนั้นด่าองค์กรนี้ มูลนิธินี้ไม่ถูกกับองค์กรนั้น คนจะช่วยทางนี้ ไอ้ทางโน้นก็ด่า ทำงานเก่งกันทุกคน ไม่มีใครเก่งกว่ากูละ ประเทศไทย เชี่ยเอ้ย!!!
       
       ถามจริง พวกมึงเคยรู้จักคำว่าสามัคคีไม๊วะ? ร่วมมือกันทำงานอ่ะ.. สะกดถูกไม๊? ประชาชนเค้าไม่รู้ตื้นลึกหนาบางกับพวกคุณหรอก เค้ารู้สึกอยากช่วย เค้าก็ช่วย กูละเบื่อชิบหาย จะทำดียังต้องเลือกข้าง... โอ๊ะ...
       รมณ์เสีย... กิ๊ก ตัวกลม ประชาชน”


        
       *** เตรียมเอาเรื่องคนให้ร้าย
       
       แม้ปรากฏการณ์คนรักช้างจะมีมากมายถล่มทลาย หากแต่ข้อมูลของนายสัตวแพทย์ทั้งสองก็ดูจะมีน้ำหนัก เพราะเป็นผู้ที่คลุกคลีในวงการ จึงแน่นอนว่า ข่าวดังกล่าวสั่นคลอนความรู้สึกดีๆ ที่คนมีต่อมูลนิธิเพื่อช้างได้เช่นกัน และในกรณีนี้ “โซไรดา” บอกว่า เหนื่อยที่จะพูดใดๆ ทั้งสิ้น หลังจากนี้ คงเป็นเรื่องที่ทางผู้ใหญ่ในมูลนิธิจะหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อกรณีนี้ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าจะให้เป็นเรื่องของกฎหมายโดยให้ทนายทำการฟ้องผู้กล่าวหา
       
        “ไม่เข้าใจว่าผู้ใหญ่ในองค์กรปล่อยให้บุคลากรของตนออกมาพูดให้ร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร ดิฉันทำมูลนิธิเพื่อนช้างตลอดเวลา เงินทุกบาททุกสตางค์นำไปใช้จ่ายอะไรบ้างเรามีหลักฐานชัดเจน ผู้ที่พูดบิดเบือน สะท้อนให้เห็นว่าท่านคิดอย่างไร ถ้ามีข้อกฎมายเกี่ยวข้องจะให้คณะกรรมการ และที่ปรึกษากฎหมายพิจารณา ตนคงไม่ไปพูดกับท่านเหล่านี้”


        
       เส้นทางเดินของช้างไทยในตอนนี้ แม้จะอยู่บนพื้นฐานความไม่เที่ยง แต่มันไม่ก็ควรที่จะถูกละเลย
       
       จะทำอย่างไรให้ “ช้าง” อยู่กับ “คน” ได้อย่างปลอดภัย หลังจากนี้ คงต้องช่วยกันวางแผนให้ดี
       
        เพราะปลายทางของทั้ง...ช้าง และคน ก็คือการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ..นั่นเอง
       
       ขอบคุณภาพช้าง จากเว็บ blogspot.com


       
       
       มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram
       
       "MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!

       
       และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
       หรือ Fax 0-2629-4754
       
       
       


พิมพ์จาก http://mgronline.com/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9600000028536
เวลา 25 มีนาคม 2560 06:44 น.
ผู้จัดการออนไลน์ - Manager Online (http://www.mgronline.com)