ดูชัดๆ 5 นักการเมืองพรรคไหนรวยเกินพันล้าน “มาร์ค-ปู” เงินเพิ่มเท่าไรหลังพ้นนายกฯ-สตง.จ่อตรวจอีก 100 นักการเมือง
19 มีนาคม 2560 20:31 น.

       ตามดู “ทรัพย์สินอดีตนักการเมือง” รัฐบาล “อภิสิทธิ์-ยิ่งลักษณ์” ใครรวยเกิน 1 พันล้านบาท ดูชัด ๆ 5 อันดับคนพรรคไหนรวย เผยข้อมูล ป.ป.ช. “มาร์ค-ปู” แจ้งก่อน-หลังนั่งนายกรัฐมนตรี พบ “มาร์ค” ตลอดสมัยมีทรัพย์สินเพิ่ม 2 ล้านบาท ส่วน “ปู” ตลอดสมัยมีทรัพย์สินเพิ่ม 62 ล้านบาท เผยมติ คตง.ไฟเขียว สตง.เดินหน้าแจ้งสรรพากรตรวจสอบภาษีนักการเมืองตั้งแต่ปี 2558 พบสรรพากรส่งรายชื่อที่ตรวจสอบแล้วกว่า 113 คนคืน สตง. ก่อนตัดเหลือ 60 รายชื่อ ส่วน “ผู้ว่าฯ สตง.” ปูดกำลังตามดูนักการเมือง 100 รายส่อเลี่ยงภาษี
       
       วันนี้ (19 มี.ค.) มีรายงานจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ออกมาระบุว่า เตรียมทำหนังสือแจ้งถึงกรมสรรพากรให้เรียกเก็บภาษีจากนักการเมือง 60 คนในรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเมื่อพ้นตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39 อยู่ในบังคับต้องเสียภาษี และมีนักการเมืองที่มีทรัพย์สินเพิ่มจาก 50-500 ล้านบาท ถึง 1,000 ล้านบาท และมีอยู่ 1คนที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี
       
       “สตง.คัดเฉพาะนักการเมืองที่มีรายได้ค่อนข้างมากประเภทเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป และแจ้งให้กรมสรรพากรดำเนินการจัดเก็บย้อนหลังตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีคำตอบกลับมาว่าดำเนินการแล้วหรือไม่ สตง.จึงทำหนังสือเตือนไปยังกรมสรรพากรให้ดำเนินการอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ กรมสรรพากรสามารถดำเนินการเก็บภาษีได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะทรัพย์สินเพิ่มขึ้นแบบปกติ หรือเพิ่มขึ้นผิดปกติก็ตาม เพราะถือว่ามีรายได้เข้ามา”
       
       คตง.ไฟเขียว สตง.เดินหน้าแจ้ง สรรพากรตรวจสอบภาษีนักการเมือง 2 ยุค
       
       มีรายงานว่า การดำเนินการส่งเรื่องให้กรมสรรพากรตรวจสอบรายได้นักการเมืองนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557 นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ได้อาศัยอำนาจประธาน คตง. สั่งการให้นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ขอให้กรมสรรพากรใช้อำนาจตามมาตรา 49 แห่งประมวลรัษฎากร ประเมินภาษีนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และนักธุรกิจที่ร่ำรวยผิดปกติ
       
       ขณะที่เมี่อเดือนมกราคม 2558 ที่ประชุมคณะกรรมการ (คตง.) ที่มี นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม เป็นประธาน คตง. เห็นชอบโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 15(4) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 2542 มีมติให้ สตง.ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากร โดยขอให้กรมสรรพากรใช้มาตรา 49 ประเมินภาษีทรัพย์สินของนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และนักธุรกิจที่ร่ำรวยผิดปกติ ตามที่ประมวลรัษฎากรบัญญัติ โดยให้เวลากรมสรรพากรดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือจาก สตง. หากกรมสรรพากรไม่ดำเนินการถือว่ามีความผิดทางวินัยตามมาตรา 63-64 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน
       
       ทั้งนี้ สตง.ระบุว่าจะทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงให้ลงโทษทางวินัยอธิบดีกรมสรรพากร พร้อมกับส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากไม่มีการดำเนินการใดๆ
       
       ด้านนายชัยสิทธิ์ระบุตอนนั้นว่า หนังสือ สตง.ที่ทำถึงอธิบดีกรมสรรพากรฉบับที่ 2 แตกต่างจากฉบับแรกตรงที่ว่า ฉบับแรกประธาน คตง.สั่งการให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินทำหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากรใช้อำนาจตามมาตรา 49 ประเมินภาษีนักการเมือง ถือเป็นการใช้อำนาจในทางบริหาร แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ดังนั้น สตง.จึงจำเป็นต้องออกหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากรฉบับที่ 2 คราวนี้เป็นมติบอร์ด คตง. มีผลผูกพันตามกฎหมาย หากอธิบดีกรมสรรพากรฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตาม ถือว่ามีความผิดทางวินัย ตามมาตรา 63-64 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 2542 และยังมีความผิดตามมาตรา 157 ของ ป.ป.ช.ด้วย
       
       ดู 5 อันดับนักการเมืองรวยเกินพันล้าน-ทรัพย์สิน “มาร์ค-ปู” แจ้งหลังพ้นตำแหน่ง
       
       มีรายงานว่า สำหรับข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสำนักงานคณะกรรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่นักการเมืองยื่นในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีออกจากตำแหน่ง 1 ปี 5 คนแรกที่พบว่ามีทรัพย์สิน เกิน 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. นายประกอบ จิรกิติ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ และคู่สมรส แจ้ง ป.ป.ช.ว่ามีทรัพย์สิน 2,139,949,433 บาท 2. นายณัฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.กทม. ประชาธิปัตย์ และคู่สมรส มืทรัพย์สิน 1,876,272,398 บาท คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน 1,781,689,267 บาท นายวิลาส จันทร์พิทักษ์ ส.ส.กทม. ประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน 1,338,301,075 บาท และนางอัญชลี เทพบุตร อดีต ส.ส.ภูเก็ต มีทรัพย์สิน 1,289,180,485 บาท
       
       ยังพบว่าในส่วนของนายอภิสิทธิ์ได้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินตอนเข้ารับตำแหน่งแจ้งว่ามีทรัพย์สิน 52 ล้านบาท มีหนี้สิน 1 ล้านบาท และเมื่อพ้นจากตำแหน่งแจ้งว่ามีทรัพย์สิน 54 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน เท่ากับว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท และในกรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปีแจ้งว่ามีทรัพย์สิน 53 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน
       
       ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินตอนเข้ารับตำแหน่งแจ้งว่ามีทรัพย์สิน 541 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน และเมื่อพ้นจากตำแหน่งแจ้งว่ามีทรัพย์สิน 603 ล้านบาท มีหนี้สิน 28 ล้านบาท เท่ากับว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 62 ล้านบาท มีหนี้สินเพิ่ม 28 ล้านบาท และในกรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปีแจ้งว่ามีทรัพย์สิน 612 ล้านบาท มีหนี้สิน 33 ล้านบาท
       
       ล่าสุด นายพิศิษฐ์ออกมาย้ำว่ากำลังจะตามดูนักการเมืองที่อยู่ในสภาฯ ซึ่งก็ไม่เสียภาษีที่มีเป็น 100 ราย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีข่าวว่าบางคนเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ใครเป็นใครไป ประชาชนไปเปิดดูได้ในเว็บไซต์ของ ป.ป.ช.ชุดนี้ เป็นกลุ่มใหญ่ที่มีรายได้เพิ่มอย่างชัดเจน ไม่อยากให้เป้าใหญ่หลุด จึงเร่งส่งรายงานให้กรมสรรพากรดำเนินการเรียกเก็บก่อน
       
       สตง.ตัด 60 รายชื่อนักการเมือง จาก 113 ราย หลังสรรพากรตรวจภาษี
        
       มีรายงานว่าเว็บไซต์สำนักข่าวอิศราเปิดเผยว่า เมื่อต้นปี 2559 สตง.เคยทำหนังสือแจ้งถึงกรมสรรพากรให้ตรวจข้อมูลภาษีของนักการเมืองที่พ้นตำแหน่งและมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น โดยเบื้องต้นรายชื่อนักการเมืองที่อยู่ในข่ายถูกตรวจสอบมีจำนวน 113 ราย ในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนที่จะถูกตัดเหลือ 60 คน โดย 113 คนมีรายชื่อดังนี้
       
       ยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี 1. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 2. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 3. นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ 4.นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ 5. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย 6. นายวีระชัย วีระเมธีกุล 7. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 8. นายกรณ์ จาติกวณิช 9. นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ 10. นายแพทย์ พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ 11. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 12. นายวิทยา แก้วภราดัย 13. นายมานิต นพอมรบดี 14. นายธีระ สลักเพชร 15. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 16. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ 17. นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ 18. นายไพฑูรย์ แก้วทอง
       
       19. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช 20. นายกษิต ภิรมย์ 21. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล 22. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ 23. นายถาวร เสนเนียม 24. นายโสภณ ซารัมย์ 25. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ 26. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร 27. ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี 28. นางพรทิวา นาคาศัย 29. นายอลงกรณ์ พลบุตร 30. นายแพทย์ วรรณรัตน์ ชาญนุกูล 31. นายสุวิทย์ คุณกิตติ 32. นายธีระ วงศ์สมุทร 33. นายชาติชาย พุคยาภรณ์ 34. นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง 35.นายวิฑูรย์ นามบุตร 36. นายอิสสระ สมชัย 37. นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ 38. นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร 39.นายศุภชัย โพธิ์สุ 40. นายมั่น พัธโนทัย 41. นายไชยยศ จิรเมธากร 42. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน 43. นายจุติ ไกรฤกษ์ 44. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ 45. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ 46. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี
       
       อดีตนักการเมืองยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ สตง.ส่งชื่อให้ตรวจภาษีเพิ่มเติม
       
       ยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 47. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ 48. นายสรวงศ์ เทียนทอง 49. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช 50. นายประชา ประสพดี 51. พลเอก พฤณฑ์ สุวรรณทัต 52. นายพ้อง ชีวานันท์ 53. นางเบญจา หลุยเจริญ 54. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 55. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย 56. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ 57. นายยรรยง พวงราช 58. นายวรเทพ รัตนากร 59. นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี 60. นางปวีณา หงสกุล 61. นายประเสริฐ บุญชัยสุข 62. นายประดิษฐ สนธวณรงค์ 63. นายจาตุรนต์ ฉายแสง 64. นายสนทยา คุณปลื้ม 65. นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล 66. นายชัยเกษม นิติสิริ 67. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 68. นายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์
       
       69. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา 70. นายยุคล ลิ้มแหลมทอง 71. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล 72. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ 73. พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา 74. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ 75. นายสันติ พร้อมพัฒน์ 76. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง 77. พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก 78. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล 79. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 80. นายชลน่าน ศรีแก้ว 81. นายฐานิสร์ เทียนทอง 82. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร 83. พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก 84. นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ 85. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล 86. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์
       
       87. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข 88. พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต 89. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ 90. นายเฉลิม อยู่บํารุง 91. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข (เสียชีวิตแล้ว)92. นายศักดา คงเพชร 93. หม่อมราชวงศ์ พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ 94. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ 95. นายวิทยา บุรณศิริ 96. นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช 97. นายปลอดประสพ สุรัสวดี 98. นางสุกุมล คุณปลื้ม 99. นายชาติ หาญสวัสดิ์ 100. นายภูมิ สาระผล 101. นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ 102. นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ 103. นางนลินี ทวีสิน 104. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง 105. นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น 106. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล 107. นางบุญรื่น ศรีธเรศ 108. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ 109. นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ 110. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ 111. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล 112. นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ 113. พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ
       
       สำนักข่าวอิศราระบุด้วยว่า ในเร็วๆ นี้ สตง.จะทำหนังสือฉบับใหม่ถึงกรมสรรพากรเพื่อแจ้งให้ตรวจสอบภาษีนักการเมือง 60 ราย พร้อมยืนยันเหตุผลเดิมว่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นของนักการเมืองถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากรมาตรา 39 อยู่ในบังคับต้องเสียภาษี และเมื่อ สตง.ตรวจแบบ ภ.ง.ด.แล้ว นักการเมืองส่วนใหญ่จะแจ้งรายการเสียภาษีเฉพาะเงินเดือนเท่านั้น ไม่ได้นำทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นมาเสียภาษี จึงเป็นการเสียภาษีที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน และถือเป็นการหลีกเลี่ยงภาษี ขอให้กรมสรรพากรแจ้งประเมินภาษีจากนักการเมืองเหล่านี้ด้วย เพราะเห็นว่าที่ผ่านมามีการเสียภาษีที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน และถือเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี
       
       เรืองไกร จี้สรรพากรตามเช็ค 1 ล้านบาท “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ”
       
       มีรายงานด้วยว่า ในกรณีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นั้น ในเวลา 10.30 น. วันที่ 20 มี.ค. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จะเดินทางไปร้องขอให้อธิบดีกรมสรรพากรตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร กรณีที่เคยแจ้งบัญชีคราวรับตำแหน่ง รมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 51 พล.อ.ประวิตรได้แจ้งว่ามีทรัพย์สินอื่นเป็นเช็คจำนวนเงิน 1 ล้านบาท ทั้งนี้หากพิจารณาจากข้อมูลที่คนของรัฐบาลเปิดเผยออกมาเกี่ยวกับมาตราต่างๆ ในประมวลรัษฎากรแล้ว ก็ทำให้เข้าใจได้ต่อว่ากรณีเช็ค 1 ล้านบาทของ พล.อ.ประวิตร ก็ควรมีการตรวจสอบเช่นกันว่าเช็คดังกล่าวถือเป็นเงินได้พึงประเมินหรือไม่ ได้มีการเสียภาษีจากเช็คดังกล่าวหรือยัง หากยังไม่เสียจะต้องออกหมายเรียกต่อไปหรือไม่


พิมพ์จาก http://mgronline.com/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9600000028079
เวลา 28 เมษายน 2560 05:25 น.
ผู้จัดการออนไลน์ - Manager Online (http://www.mgronline.com)