หมอเอกชน เชื่อเมดิคอลฮับสร้างโอกาสให้ทัดเทียมต่างชาติ แนะรัฐพัฒนาคนรองรับ
13 กุมภาพันธ์ 2555 07:50 น.

       หมอ รพ.เอกชน ชี้ เมดิคัลฮับ มีทั้งข้อดี ข้อเสีย เชื่อไม่เกี่ยวกับการดึงแพทย์ออกจากชนบท ย้ำ หากรัฐเดินหน้าระบบฯ จริงต้องเตรียมแผนพัฒนาบุคลากรเพิ่ม เหตุต่างชาติระบายผู้สูงอายุ เข้าสู่ระบบส่งเสริมสุขภาพไทย ด้านกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพออกแถลงการณ์๋ ค้านสุดลิ่ม
       
       นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจสุขภาพ รพ.พญาไท 2 กล่าวถึงกรณีการผลักดันโยบายมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ หรือ เมดิคัลฮับ (Medical Hub) ว่า นโยบายดังกล่าวมีทั้งผลกระทบด้านบวกและลบ ไม่ต่างจากนโยบายอื่นๆ โดยส่วนตัวมองว่า เมดิคัลฮับ เป็นการสร้างโอกาสให้แพทย์และระบบสาธารณสุขไทย ก้าวหน้าด้วยศักยภาพที่ทัดทียมต่างชาติ ทั้งเรื่องการก้าวสู่หลักสูตรแพทย์นานาชาติ ซึ่งนอกจากการที่แพทย์ไทยจะเชี่ยวชาญด้านภาษาสากลแล้วยังมีโอกาสศึกษาศาสตร์การแพทย์ระดับสูง และเฉพาะด้านมากขึ้น ซึ่งหากพิจารณาตามลักษณะทั่วไปแน่นอนว่า เป็นการสร้างระบบสาธารณสุขเชิงธุรกิจแน่นอน แต่ไม่เชื่อว่า ระบบนี้จะเอื้อต่อ รพ.เอกชนได้ เพราะขนาดของเตียงผู้ป่วย และมาตรฐานต่างๆ ส่วนมากจะเป็นของภาครัฐ ที่จะทำหน้าที่ในการรองรับ
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วกรณีที่หลายภาคส่วนมีการแสดงความคิดเห็นว่า ระบบดังกล่าวจะดึงแพทย์ชนบท ออกจจากท้องถิ่นนั้น คิดเห็นอย่างไร นพ.สันต์ กล่าวว่า จริงๆแล้ว นโยบายการผลิตแพทย์ชนบทกับระบบเมดิคัลฮับ เป็นคนละเรื่องกัน เนื่องจากระบบดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาการแพทย์และมาตรฐานบริการ แต่แพทย์ชนบทเป็นปัญหาบุคลากรที่ไม่ยอมอยู่ในพื้นที่ ซึ่งเหตุที่แท้จริงก็ไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่กรณีเมดิคัลฮับ จะใช้ปัญหาดังกล่าวมาตั้งข้อกังวลไม่ได้ เนื่องจากเป็นคนละส่วน


       นพ.สันต์ กล่าวต่อว่า แม้จะเป็นโอกาสและช่องทางในการก้าวสู่ระบบแพทย์ที่รองรับชาวต่างชาติ เพื่อสร้างบเงิน สร้างรายได้และสร้างมาตรฐานแก่ระบบการแพทย์ของไทยก็ตาม แต่หลายส่วน รัฐบาลต้องพิจารณารอบคอบ เบื้องต้นมองว่า หากระบบฯ เกิดขึ้นจริง ผู้ป่วยที่เดินทางมารักษาในเมืองไทย ที่เป็นชาวต่างชาติ อาจจะหลั่งไหลเข้ามาสามส่วน คือ จากช่วงที่ผ่านมาพบว่า มีการใช้บริการด้านทันตกรรม ความงาม และการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งในส่วนทันตกรรมนั้น ยังพบว่า บุคลากรยังน้อย หากชาวต่างชาติเข้ามารับบริการแล้ว สธ.ไม่พร้อมรับก็จะต้องสะดุดเช่นกัน เพราะจำนวนผู้ป่วยต้องมากขึ้น ขณะที่ด้านเสริมความงามก็แน่นอนว่า ไทยแข่งขันได้สบายมากเพราะมีระบบบริการหลังการรักษาที่เยี่ยมและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เนื่องจากคนไทยอ่อนน้อม และประเด็นสุดท้าย คือ เรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ โดยส่วนตัวเข้าใจว่า การเชื่อมโยงการแพทย์ที่รองรับนานาชาติ เกรงว่าไทยจะถูกตั้งเป้าจากต่างประเทศเพื่อกระจายผู้สูงอายุเข้ามารับบริการ ด้วยเหตุผลที่ว่า ประเทศไทยแข็งแกร่งเรื่องวัฒนธรรมการดูแล ดังนั้นหากจะพัฒนาระบบอย่างสมบูรณ์ต้องเลือกที่เน้นการผลิตบุคลากรสาธารณสุข ที่รองลงไปจากพยาบาลให้มากด้วย เช่น ผู้ช่วยดูแลผู้ป่วยที่ไม่ใช่พยาบาลและแพทย์ เป็นต้น ซึ่งหากทำได้ระบบก็ไปได้ดี อย่างน้อยก็ไม่ถูกมองว่ามุ่งเอาแต่เงินเท่านั้น
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกลุ่มรักหลักประกันสุขภาพได้ออกแถลงการณ์ คัดค้านเมดิคัลฮับ โดยบางส่วนของแถลงการณ์ระบุว่า นโยบายดังกล่าว เป็นนโยบายที่ขัดแย้งกับนโยบายการทำให้ประชาชนไทยทุกคนมีสิทธิด้านสุขภาพและเข้าถึงบริการสาธารณสุข และจะส่งผลกระทบต่อระบบสุขภาพ รวมทั้งการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนไทย เนื่องจากปัจจุบันระบบสุขภาพของประเทศไทยยังมีข้อจำกัด บุคลากรสาธารณสุขไม่เพียงพอ จะก่อให้เกิดการดึงตัวบุคลากรที่เรียกว่า “สมองไหล” ไปรองรับบริการศูนย์กลางทางการแพทย์มากขึ้น รวมถึงการที่โรงเรียนแพทย์เอาเงินบริจาคสร้างตึกไปให้บริการคนเพียงบางกลุ่มและชาวต่างชาติ มากกว่าจะใช้เพื่อรองรับประชาชนทุกคนให้ได้รับสิทธิอย่างทั่วถึง เป็นธรรม


พิมพ์จาก http://mgronline.com/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9550000019545
เวลา 22 พฤษภาคม 2560 23:52 น.
ผู้จัดการออนไลน์ - Manager Online (http://www.mgronline.com)